กลิ่นกำยาน ‘จันทร์ดับ’ ลอยอบอวลอยู่ในเรือนไม้แกะสลัก กลิ่นของมันหอมหวานทว่าเจือด้วยไอสังหารจางๆ สำหรับคนทั่วไปนี่คือกำยานราคาแพงที่ช่วยให้จิตใจสงบ แต่สำหรับหลินเฟยหราน กลิ่นนี้เปรียบดั่งอาวุธสังหารที่ไร้คม
“พี่หญิงรองดื่มเสียเถิดค่ะ น้ำแกงต้มกระดูกหมูตุ๋นโสมพันปี ท่านพ่อกำชับนักหนาว่าให้บำรุงร่างกายให้แข็งแรง เพื่อรอวันเข้าพิธีอภิเษกกับองค์ชายสามในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”
เสียงหวานใสของหลินซูเหยา น้องสาวต่างมารดาผู้มีใบหน้าอ่อนโยนดุจพระโพธิสัตว์ดังขึ้นข้างหู มือเรียวบางที่ประดับด้วยเล็บสีชาดบรรจงวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะไม้จันทน์
หลินเฟยหรานในร่างคุณหนูรองผู้บอบบางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนในชาติภพก่อนจ้องมองเงาสะท้อนในถ้วยน้ำแกงอย่างเฉยชา นางไม่ได้ขยับกายไปแตะต้องถ้วยใบนั้นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ปลายนิ้วของหลินซูเหยา ซึ่งมีคราบผงสีขาวละเอียดติดอยู่จางๆ ที่ซอกเล็บ
“เจ้าช่างมีความกตัญญูเหลือเกินนะ ซูเหยา” หลินเฟยหรานเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นดุจค้อนเหล็ก “แต่ข้าจำได้ว่าโสมพันปีนั้นเป็นของหายาก ท่านพ่อเพิ่งได้รับพระราชทานจากฝ่าบาทมาเพียงหนึ่งชิ้น เหตุใดวันนี้ถึงได้มาปรากฏอยู่ในถ้วยน้ำแกงของข้าได้เล่า?”
หลินซูเหยาสะดุ้งเฮือก รอยยิ้มที่ปรุงแต่งมาอย่างดีแข็งค้างไปครู่หนึ่ง “พี่หญิง... ท่านพ่อรักท่านมาก จึงยอมสละของล้ำค่าเช่นนี้มาให้ท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
หลินเฟยหรานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่น่าสะพรึงกลัวดั่งเสียงระฆังมรณะ นางเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของน้องสาวไว้แน่น แรงบีบนั้นเกินกว่าที่สตรีผู้ถูกกักขังในเรือนหลังจะมีได้ “หากเป็นโสมจริง ข้าคงต้องขอบพระคุณ แต่หากเป็น ‘ผงรากพิษอสรพิษ’ ที่สกัดจากดอกไม้พิษในหุบเขาไร้เงาอย่างที่เจ้าตั้งใจ... เจ้าคิดว่าข้าควรขอบพระคุณด้วยสิ่งใดดี?”
ใบหน้าของหลินซูเหยาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด “พี่... พี่พูดเรื่องอันใด! ข้าไม่เข้าใจ!”
“ไม่เข้าใจหรือ?” หลินเฟยหรานขยับกายลุกขึ้นยืน ความสง่างามที่ติดตัวมาจากชาติก่อนแผ่ออกมาจนคนตรงหน้าต้องถอยกรูด นางหยิบปิ่นปักผมทองคำขึ้นมา จุ่มลงในถ้วยน้ำแกงเพียงครู่เดียว ปิ่นทองที่เคยสุกสกาวกลับกลายเป็นสีดำสนิทราวกับถูกเผาไหม้
“พิษชนิดนี้หากดื่มเข้าไปจะทำให้กระอักเลือดตายภายในสามชั่วยาม แพทย์หลวงจะวินิจฉัยว่าเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอจนธาตุไฟเข้าแทรก... ช่างเป็นแผนการที่แยบคายและไร้ร่องรอยจริงๆ”
หลินเฟยหรานก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและทรงพลัง “ในเมื่อเจ้ามอบของขวัญชิ้นงามให้ข้าเช่นนี้ ข้าก็คงไม่อาจใจจืดใจดำปฏิเสธได้”
นางใช้มืออีกข้างเชยคางหลินซูเหยาขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาที่แฝงไอสังหารของนาง “ดื่มมันเสียสิ หากเจ้าดื่มหมดถ้วย ข้าจะถือว่าน้ำแกงนี้มีสรรพคุณบำรุงกำลังอย่างที่เจ้าอ้างจริงๆ แต่หากเจ้าไม่ดื่ม... ข้าจะถือว่าเจ้าพยายามลอบสังหารบุตรสาวของตระกูลหลิน มีโทษสถานเดียวคือการถูกส่งตัวเข้าคุกหลวง ซึ่งข้าเชื่อว่าคนอย่างเจ้าคงไม่อยากสัมผัสรสชาติของโซ่ตรวนในนั้นหรอก ใช่หรือไม่?”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจที่เต้นรัวของหลินซูเหยาดังชัดเจนในความเงียบ นางรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูบิดา ชีวิตที่สุขสบายของนางในจวนนี้จะจบสิ้นลงทันที
ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นถึงขีดสุด บานประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทดุจรัตติกาลก้าวเข้ามา ออร่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทำให้คนทั้งห้องต้องก้มหน้าลงโดยสัญชาตญาณ
ฉีจวินเหยียน ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นแห่งกองทัพเหนือ กวาดสายตามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาอ่านไม่ออก มุมปากของเขากระตุกยิ้มบางๆ ที่ดูไร้ซึ่งความเอ็นดู มีเพียงความสนใจอย่างประหลาดใจ
“คุณหนูรองหลิน ดูเหมือนเจ้าจะต้อนรับแขกด้วยวิธีที่... รุนแรงไปสักหน่อยนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวาน ดึงความสนใจจากทุกคน
หลินเฟยหรานไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว นางวางถ้วยพิษลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับบุรุษผู้ที่ในชาติก่อนนางเคยมองข้ามและกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นางต้องพ่ายแพ้ “ท่านอ๋องมาเยือนเรือนหลังยามวิกาลเช่นนี้ มิใช่จะมาเพื่อตัดสินเรื่องน้ำแกงถ้วยนี้หรอกนะเพคะ?”
ฉีจวินเหยียนก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะต่อหน้าหลินเฟยหราน “ข้าไม่ได้มาตัดสินใคร ข้าเพียงแต่นำ ‘ของขวัญ’ ที่แท้จริงมาให้”
เมื่อหลินเฟยหรานก้มมองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น มันคือรายชื่อขุนนางที่ร่วมมือกับพระสนมจ้าวหนิงในการยักยอกเสบียงกองทัพ ซึ่งเป็นความลับขั้นสูงสุดที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ในเวลานี้
“ท่าน...” หลินเฟยหรานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสับสน
ฉีจวินเหยียนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “หมากกระดานนี้ยังอีกยาวไกลนัก หลินเฟยหราน... หากเจ้าอยากให้มันจบลงโดยที่เจ้าเป็นผู้กุมชะตาข้าแนะนำให้เจ้าดื่มน้ำแกงพิษนั่นเสีย แต่จงดื่ม ‘โอสถสยบมาร’ ที่อยู่ในแขนเสื้อของเจ้าก่อนจะลงมือ มิเช่นนั้น... ศพของเจ้าอาจจะกลายเป็นหมากตัวแรกที่ทำให้ข้าต้องเสียแรงเดินเกม”
หลินเฟยหรานตัวแข็งทื่อ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขัดขวาง แต่มารเพื่อเตือนภัย... และเขารู้จักตัวตนที่แท้จริงของนางอย่างนั้นหรือ?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นและเล่ห์กลอันวิจิตรไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 2
โอสถสยบมาร
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!