เม็ดฝนยามดึกโหมกระหน่ำซัดสาดลงมากระเบื้องหลังคาตำหนักบูรพา ราวกับเสียงกลองศึกประจัญบานที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นระรัว หลินเฟยหรานยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าบานหน้าต่างไม้แกะสลักลายหงส์ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองของนางตัดกับความมืดมิดเบื้องนอก มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยกลิ่นจันทน์กะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องบานเกล็ด ทว่าแววตาของนางกลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกไร้ระลอกคลื่น
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงแต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังดังขึ้นที่นอกประมณฑล ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งเป็นรหัสลับ นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับคลيยยิ้มบางเบาเยือกเย็นราวกับลานหิมะแรกในฤดูหนาว
"เปิดประตูเถอะค่ะ... แขกผู้สูงศักดิ์ของหม่อมฉัน มาถึงเร็วกว่าที่คำนวณไว้เสียอีกนะฃะ" หลินเฟยหรานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน
บานประตูไม้เนื้อดีถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ละอองฝนสาดกระเซ็นเข้ามาพร้อมกับร่างระหงในชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ พระสนมจ้าวหนิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความสง่างาม ทว่าเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับและความตื่นตระหนกในดวงตาคู่คมกลับทรยศความเย่อหยิ่งของนางจนสิ้นซ้ำ
จ้าวหนิงกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะน้ำชาไม้แกะสลักตัวเดียวและกาน้ำชาที่ยังคงมีควันพวยพุ่งจางๆ นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปรายตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกชิงชังที่ไม่อาจปิดมิด
"เจ้าช่างใจกล้านัก หลินเฟยหราน... กล้าดียังไงถึงส่งเทียบเชิญข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้ รู้อคมหรือไม่ว่าฐานะของเจ้าในตอนนี้เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในวังหลวง ที่ต่อให้ข้าบดขยี้ให้แหลกคามือก็ไม่มีใครไยดี"
หลินเฟยหรานค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต นางก้าวเดินอย่างเชื่องช้า สง่างาม ท่วงทีดั่งนางพญาหงส์ที่กำลังกางปีกครอบครองแผ่นดิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ทำให้พระสนมจ้าวถึงกับเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"หมากหรือเพคะ?" หลินเฟยหรานทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากเรียวปาก "พระสนมจ้าวเพิ่งจะรู้ตัวหรอคะว่าบนกระดานนี้... ใครคือผู้เล่น และใครคือผู้ถูกเชือด ทรงลืมไปแล้วหรือเพคะว่าความตายของฮองเฮาเมื่อชาติก่อน... มีกลิ่นอายคาวเลือดของสกุลจ้าวคละคลุ้งอยู่มากเพียงใด"
สีหน้าของจ้าวหนิงเปลี่ยนสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา นางถอยหลังก้นชนกับขอบโต๊ะน้ำชา มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าหลินเฟยหรานด้วยความโกรธเกรี้ยวจนปลายนิ้วสั่นเทา
"เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร! บ้าสิ้นดี! เจ้าเป็นใครกันแน่ ถึงกล้ากล่าวหาข้าด้วยเรื่องเหลวไหลเช่นนี้!"
"เหลวไหลอย่างนั้นหรือเพคะ?" หลินเฟยหรานสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างของอดีตฮองเฮาผู้ฟื้นคืนชีพ จนจ้าวหนิงรู้สึกราวกับถูกบีบลำคอไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น นางยื่นมือไปหยิบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นมา รินน้ำชาสีอำพันอุ่นๆ ลงไปจนเต็มถ้วย ก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้าพระสนมจ้าวด้วยกิริยาที่นุ่มนวลเย้ายวนใจ
"ดื่มชาถ้วยนี้เสียเถอะค่ะ พระสนม... ชาอุ่นๆ จะช่วยบรรเทาความหวาดกลัวในพระHทัยของท่านลงได้บ้าง ยามที่ท่านต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายในชีวิต"
จ้าวหนิงจ้องมองถ้วยชาเบื้องหน้าสลับกับใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของหลินเฟยหราน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยในหัวสมอง นางรู้ดีว่าสตรีผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อพูดคุยเจรจา แต่มาเพื่อทวงคืนหนี้เลือดที่ชำระไม่รู้จบ ทว่าในขณะที่นางกำลังจะปัดถ้วยชานั้นทิ้ง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกราะกระทบกันก็ดังขึ้นจากภายนอกตำหนักอย่างกะทันหัน
*โครม!*
ประตูตำหนักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพละกำลังมหาศาล แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าทะลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬปักลายพยัคฆ์ทมิฬ ฉีจวินเหยียน ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นแห่งแดนเหนือ ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะหยุดสายตาอยู่ที่หลินเฟยหราน ผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุอารมณ์
"พระสนมจ้าว..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง "ดึกดื่นป่านนี้ พระองค์เสด็จมาทำอะไรในตำหนักร้างเช่นนี้ หรือทรงล่วงรู้ความลับบางอย่างที่ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้?"
จ้าวหนิงหันขวับไปมองท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพเหนือ ใบหน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด นางรู้ทันทีว่านี่คือ "กับดัก" ที่ถูกขุดรอไว้โดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่านางจะตอบอย่างไร ช่องว่างแห่งความตายก็ถูกปิดตายสนิทรอบด้าน
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง หลินเฟยหรานไม่ได้มองพระสนมจ้าวอีกต่อไป นางหันไปสบตากับฉีจวินเหยียน แววตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้งและรู้ใจ สื่อสารทุกคำพูดผ่านความเงียบงันที่ทรงพลัง ก่อนที่ปลายนิ้วเรียจะค่อยๆ เลื่อนถ้วยชาพิษในมือของพระสนมจ้าวขึ้นมาจรดริมฝีปากของตนเองอย่างช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในที่นั้น
"ท่านอ๋องเพคะ..." หลินเฟยหรานเอ่ยกระซิบเบาหวิวขณะที่ถ้วยชาแนบชิดเรียวปาก "หมากตานี้... หม่อมฉันขอเป็นผู้เดินจังหวะสุดท้ายเองนะคะ"
ถ้วยชาถูกยกขึ้นจิบลงคอไปครึ่งหนึ่ง ก่อนที่ร่างของหลินเฟยหรานจะเซถลาล้มลงในอ้อมแขนของฉีจวินเหยียนที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวไว้ได้ทันท่วงที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของพระสนมจ้าว และดวงตาคู่คมของท่านอ๋องที่ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในรอบทศวรรษ!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินหมากชีวิตนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 25
คมดาบแห่งความแค้น
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!