“หากข้าเดินหมากตานี้ไป แล้วแผ่นดินต้องลุกเป็นไฟ ท่านอ๋องจะยังคงยืนเคียงข้างข้า หรือจะเลือกรักษาบัลลังก์ที่บรรพชนสร้างมาด้วยหยาดเลือดกันแน่คะ?”
เสียงของหลินเฟยหรานราบเรียบ ทว่ากังวานในความเงียบสงัดของห้องทรงอักษร กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่เคยหอมรื่นกลับดูหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะหมดสิ้นไปจากห้อง ฉีจวินเหยียนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอมไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ของเขาจ้องมองเพียงกระดานหมากรุกที่เบี้ยสีขาวและดำขัดแย้งกันอย่างรุนแรง นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนขอบกระดานเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง
“เฟยหราน... เจ้าควรจะรู้ดีกว่าใครว่าในสายตาของข้า แผ่นดินนี้หากไร้ซึ่งเจ้า ก็เป็นเพียงกองซากปรักหักพังที่ไร้ความหมาย” เขาเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยมืดมิดดุจเงามืดในคืนเดือนดับ บัดนี้กลับพรั่งพรูไปด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นเกินกว่าคำพูดใดจะบรรยายได้ “เจ้าต้องการให้ข้าทำลายรากเหง้าของทรราชหรือจะให้ข้ากวาดล้างศัตรูให้สิ้นซากในคราเดียว? เลือกมาเถิด หมากกระดานนี้ข้าขอมอบให้เจ้าเป็นผู้ตัดสิน”
หลินเฟยหรานขยับตัวลุกขึ้น นางในอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายหงส์พริ้วไหว เดินไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าแผนที่แผ่นดินที่กางอยู่บนโต๊ะ นางวางนิ้วลงบนเมืองหน้าด่านที่องค์ชายสามกำลังสะสมกองกำลังอยู่อย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วสัมผัสจุดยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนชะตาผู้คนนับล้านได้ในพริบตา
“องค์ชายสามมิได้ต้องการเพียงแค่บัลลังก์ แต่เขาต้องการ ‘ชีวิต’ ของท่าน เพื่อพิสูจน์ว่าบุตรที่ไร้ค่าในสายตาฮ่องเต้ผู้นี้ ก็สามารถเป็นผู้โค่นล้มพยัคฆ์แห่งกองทัพเหนือได้” นางเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานกับฉีจวินเหยิง “เราจะยอมให้เขารุกฆาตไม่ได้ แต่เราจะทำลายเขาด้วยวิธีที่โหดร้ายที่สุด... คือการปล่อยให้เขาเชื่อว่าเขากำลังชนะ”
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนจะตามมาด้วยรายงานลับที่ทำเอาลมหายใจของคนในห้องถึงกับสะดุด พระสนมจ้าวหนิงมิได้วางแผนแค่เรื่องในวังหลวง แต่นางกุมความลับเรื่องยาพิษที่ฮ่องเต้ทรงเสวยอยู่ทุกค่ำคืนไว้ในมือ และนั่นหมายความว่า เวลามีเหลืออยู่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
หลินเฟยหรานเม้มริมฝีปากแน่น ความแค้นในชาติภพก่อนที่เคยถูกฝังลึกดูเหมือนจะพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง นางหยิบเบี้ยสีขาวขึ้นมาแล้ววางลงบนจุดที่ห่างจากตัวหมากสำคัญขององค์ชายสามเพียงหนึ่งก้าว เป็นการขู่บังคับให้เขาต้องเปิดเผยไพ่ใบสุดท้ายออกมา
“ท่านอ๋อง หากเขาคิดจะใช้ยาพิษปลิดชีพฮ่องเต้ในคืนพระราชพิธีล่าสัตว์ เราจะใช้จังหวะนั้นเอง... ดึงหน้ากากของเขาทุกคนออกมาให้โลกได้รับรู้ว่า ‘ผู้กอบกู้’ ที่แท้จริงคือใคร”
ฉีจวินเหยียนลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทข่มให้บรรยากาศดูบีบคั้นขึ้นไปอีก เขาเดินเข้ามาใกล้นางจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาว กลิ่นที่ทำให้จิตใจที่เย็นชาของเขาอ่อนโยนลงได้เสมอ เขาเชยคางนางขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความรักและความเด็ดเดี่ยว
“เจ้ากล้าเดิมพันถึงเพียงนี้ เพื่อจะล้างมลทินให้ตระกูลหลินที่ถูกใส่ร้าย... ข้าในฐานะสามี จะไม่ยอมให้เจ้าต้องบาดเจ็บแม้แต่เพียงเส้นผมเดียว”
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังร่วมกันวางหมากรุกชีวิตที่เดิมพันด้วยบัลลังก์ ประตูห้องทรงอักษรก็ถูกผลักออกอย่างแรง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าของเขามีดซีดเผือดจนเกือบไร้เลือด
“ท่านอ๋อง... พระสนมจ้าวหนิง... นางไม่ได้อยู่ในวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ! นางเพิ่งจะยื่นคำขาดให้ฝ่าบาททรงสละราชสมบัติภายในยามสาม มิเช่นนั้น... มิเช่นนั้นนางจะปล่อยยาพิษกระจายไปทั่วบ่อน้ำของเมืองหลวง!”
หลินเฟยหรานเบิกตากว้าง แผนการของนางถูกรุกฆาตก่อนเวลาอันควร และเมื่อหันไปมองยังแผนที่ นางก็พบว่าจุดที่นางวางเบี้ยไว้นั้น บัดนี้ได้ปรากฏคราบเลือดที่แต้มเป็นรูปอักษร ‘ตาย’ ไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน ซึ่งมาจากจดหมายที่เพิ่งถูกส่งมาวางไว้ข้างเบี้ยตัวนั้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อใด
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงกระซิบของคนในเงามืดดังขึ้นเบาๆ ที่ข้างหูของหลินเฟยหราน
“หมากตานี้... เจ้าเดินพลาดไปหนึ่งก้าวแล้ว ฮองเฮาผู้ล่วงลับ”
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินหมากชีวิตนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 24
หมากรุกชีวิต
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!