"คำกล่าวของพี่รองเมื่อครู่... เกรงว่าจะตื้นเขินเกินกว่าจะใช้ตัดสินบ้านเมืองกระมังเพคะ"
สุ้มเสียงหวานใสแต่ทว่ากังวานราดรดบรรยากาศภายในศาลาริมน้ำตระกูลหลินให้เย็นเยียบราดน้ำแข็ง หลินเฟยหรานแย้มยิ้มบางเบา ดั่งบุปผาเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางคิมหันต์ฤดู นางนั่งพับเพียรอยู่บนเบาะปักลายหงส์ทอง อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาล้อมพยัคฆ์ขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติ ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาบรรจงคีบถ้วยชาจัสมินขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ท่าทีเยือกเย็นไร้ความหวาดหวั่นต่อสายตานับสิบคู่ที่กำลังจ้องมองมาด้วยความริษยาและประหลาดใจ
รอบศาลานั้นเต็มไปด้วยเหล่าคุณชายและคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง รวมถึงองค์ชายสามฉีหลินหลง ผู้ทรงประทับอยู่ ณ ประธานฝั่งตรงข้าม พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ในชาติก่อน หลินเฟยหรานเป็นเพียงดอกไม้ในเรือนหลังที่อ่อนแอและโง่เขลา แต่วันนี้... นางกลับแสดงปัญญาญาณที่ล้ำลึก หักล้างวาทศิลป์ของบัณฑิตเอกแห่งสำนักศึกษาหลวงได้อย่างราบคาบในประโยคเดียว
"บังAอาจนัก! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ไยจึงกล้ากล่าววาจาหมิ่นเหยื่อภูมิปัญญาของเหล่าบัณฑิต!" คุณหนูใหญ่หลินฮุ่ยหลิง พี่สาวต่างมารดาผู้มักจะแสดงความอิจฉาริษยาออกนอกหน้าเสมอ ผุดลุกขึ้นจนอาภรณ์ผ้าแพรปักลายโบตั๋นสะบัดไหว ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามต้อนน้องสาวต่างมารดาให้จนมุมในงานเลี้ยงน้ำชาประจำฤดูนี้แท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองและสหายถูกต้อนจนมุมด้วยหมากกลทางกวีและการปกครองที่เฟยหรานโปรยลงมาอย่างแนบเนียน
"พี่ใหญ่โปรดใจเย็นก่อนเถอะค่ะ" หลินเฟยหรานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังแก้วกระทบกัน แววตาคู่คมกริบดั่งหงส์เพลิงกวาดมองไปยังกลุ่มบุรุษผู้ทรงอิทธิพล "ข้าเพียงแต่พูดตามหลักพิชัยสงครามและตำราปกครองที่ท่านพ่อเคยพร่ำสอน ยุคสมัยนี้แผ่นดินกำลังเผชิญภัยแล้งทางเหนือ หากมัวแต่ยึดติดกับหลักโคลงกลอนร่ำพรรณนาโดยไร้ซึ่งกลยุทธ์แก้ปัญหาปากท้องราษฎร เกรงว่าบัณฑิตที่พวกท่านยกย่อง อาจกลายเป็นต้นเหตุแห่งความล่มจมของแผ่นดินเสียเอง... คำกล่าวนี้ของข้า ผิดตรงไหนหรือเพคะ?"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เพราะสิ่งที่เฟยหรานกล่าวถึงคือปัญหาเร่งด่วนที่ราชสำนักกำลังปวดหัว หากผู้ใดเถียง ย่อมเท่ากับคัดค้านนโยบายฟื้นฟูบ้านเมืองขององค์รัชทายอย่างไร้เหตุผล
ฉีหลินหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก องค์ชายสามนึกไม่ถึงว่าสตรีที่เขาเคยเห็นว่าเป็นเพียงหมากไร้ค่าตัวหนึ่ง จะซ่อนเขี้ยวเล็บและสติปัญญาที่เฉียบคมปานนี้เอาไว้ ประกายตาของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความกระหายที่จะครอบครอง นางช่างน่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งกว่าอำนาจใดๆ เสียอีก
ทว่า ในมุมมืดของระเบียงทางเดินอีกด้านหนึ่ง ซึ่งถูกบดบังด้วยม่านไผ่ทึบหนา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทมิฬด้วยดิ้นทองกลับยืนนิ่งสนิท ฉีจวินเหยียน ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและกุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ทอดมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านรอยแยกของใบไผ่ แววตาคมปลาบดั่งคมดาบกวาดมองร่างบางของหลินเฟยหรานด้วยความรู้สึกที่ลุ่มลึกและอันตราย
*สตรีผู้นี้... เล่นหมากกระดานใหญ่โดยไม่เกรงกลัวความตายเลยสินะ* ฉีจวินเหยียนคิดในใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
ย้อนกลับมาที่กลางศาลาน้ำ หลินเฟยหรานยังคงรักษาท่าทีสง่างาม นางรู้ดีว่าสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองนางจากในเงาไม้ นางไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด... ฉีจวินเหยียน บุรุษผู้เย็นชาที่ชาติก่อนนางเคยหวาดกลัว แต่ในชาตินี้ เขากลับเป็นหมากตัวสำคัญที่นางต้องดึงมาไว้ข้างกายเพื่อล้างแค้นตระกูลจ้าวและองค์ชายสาม
"คุณหนูรองหลินช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลนัก" องค์ชายสามเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ ทำลายความเงียบ "บัณฑิตทั่วทั้งเมืองหลวงยังต้องอับอาย หากเจ้าสนใจเรื่องการบ้านการเมือง เหตุใดไม่ลองมาสนทนากับเราเป็นการส่วนตัวที่ตำหนักในวันพรุ่งนี้เล่า?"
คำเชิญชวนที่แฝงไปด้วยความนัยอันตรายนี้ ทำให้บรรดาคุณหนูในงานต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความอิจฉา การได้รับเชิญจากองค์ชายสามเป็นการส่วนตัวเท่ากับก้าวไปสู่ตำแหน่งชายาเอกในอนาคต
หลินเฟยหรานแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธอย่างนิ่มนวลเพื่อดึงเกมให้ยาวขึ้น แต่ทว่า—
"เกรงว่าพรุ่งนี้... คุณหนูรองหลินจะมีนัดดื่มชาหารือเรื่องตำราแพทย์กับเปิ่นหวางแล้วกระมัง"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวพลันทมิฬลงทันตาเห็น ร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทก้าวออกมาจากเงาไม่ไผ่ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น กลิ่นอายไอสังหารจางๆ ที่ติดตัวมาจากการรบพุ่งสนามหลวงทำเอาทุกคนในที่นั้นถึงกับหน้าถอดสี
ฉีจวินเหยียนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน สายตาคู่คมดุจพยัคฆ์กวาดมององค์ชายสามด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนองค์ชายสามต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
หลินเฟยหรานชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางไม่คาดคิดว่าท่านอ๋องผู้ปลีกวิเวกผู้นี้จะออกหน้าช่วยนางกลางที่แจ้งเช่นนี้
ฉีจวินเหยียนเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างนาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยและทรงพลังโชยเข้าจมูก ปลายน้องมือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างถือวิสาสะ โดยไม่สนสายตาตกตะลึงของคนนับร้อยในงาน
"ชาถ้วยนี้... รสชาติเยียบเย็นเกินไป" ฉีจวินเหยียนเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะปรายตามององค์ชายสามแล้วกล่าวต่อว่า "หากเจ้าอยากได้คนมาเดินหมากด้วย เกรงว่าคงต้องรอให้เปิ่นหวางอนุญาตเสียก่อน... องค์ชายสาม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุนค่ะ หงส์เพลิงหวนคืนจะกลับมาพบกับความเข้มข้นยิ่งกว่าในตอนหน้าค่ะ
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 7
กลลวงคุณหนูรอง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!