กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 8

วังหลวงที่เต็มไปด้วยเข็มพิษ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายกำยานนิ่งสนิทระคนกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ขององค์เหนือหัว บรรยากาศภายในตำหนักไท่เหอเวลานี้เงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงหยดลงกระทบถาดทองสำริด—ติ๋ง... ติ๋ง... ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย หลินเฟยหรานคุกเข่าลงอย่างสง่างามบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ อาภรณ์แพทย์หลวงสีเขียวครามปักลายใบบัวสลักทองทิ้งชายอย่างประณีต แผ่นหลังของนางเหยียดตรงดั่งต้นสนท้าทายลมหนาว ในมือเรียวบางประคองกล่องไม้จันทน์หอมที่บรรจุเข็มเงินเก้าเล่ม ซึ่งถูกหล่อหลอมด้วยกรรมวิธีลับเฉพาะของตระกูลหมอหลวง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าเข็มเงินเหล่านั้นหาใช่พิษร้ายในร่างกายผู้ป่วยไม่ หากแต่เป็นสายตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีที่กำลังจ้องมองนางมาจากมุมมืดของบัลลังก์มังกร "ใต้เท้าหลิน... เจ้ามั่นใจนักหรือว่าอาการประชวรของเสด็จพ่อ จะสามารถรักษาให้หายได้ภายในเจ็ดวันตามที่ปากว่า?" เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากองค์ชายสาม พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังคุกเข่า ชายฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักลายมังกรห้าเล็บสะท้อนกับแสงไฟวับแวม รอยยิ้มที่มุมพระโอษฐ์นั้นเคลือบยาพิษไว้อย่างแนบเนียน "หากพระสิริรูปขององค์ฮ่องเต้มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ความผิดฐาน 'ลอบปลงพระชนม์' นี้ เกรงว่าตระกูลหลินของเจ้าต่อให้มีเก้าหัวก็ไม่พอให้บั่นหรอกนะ" เฟยหรานไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ใดจะรู้เล่าว่าภายใต้ร่มผ้าอาภรณ์แพทย์หลวงนี้ หัวใจของนางกำลังเต้นระรัวด้วยความเคียดแค้น ชาติก่อน... องค์ชายสามผู้นี้มิใช่หรือที่ใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้ในการสับเปลี่ยนยาพิษในถ้วยเสวย จนผลักให้นางและตระกูลต้องรับโทษทัณฑ์ชั่วโคตร แต่วันนี้ หมากตานี้เปลี่ยนมือแล้ว "ทูลองค์ชายสาม หม่อมฉันเป็นเพียงแพทย์หญิงผู้ต่ำต้อย หาญกล้าใช้ชีวิตและชื่อเสียงของบรรพบุรุษเป็นเดิมพัน" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่ทว่าหนักแน่นราวกับตอกลิ่มลงบนแผ่นไม้ "แต่หากโรคภัยในพระMวรกายของฝ่าบาทเกิดจากการ 'สะสมพิษเรื้อรัง' มาแรมปี... ผู้ที่สมควรหวาดกลัวว่าศีรษะจะหลุดจากบ่า หาใช่หม่อมฉันผู้รักษาไม่เพคะ" สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในตำหนักพลันทึบตันลงถนัดตา องค์ชายสามชะงักพระMพักตร์ รอยยิ้มจางหายไปในพริบตา แววตาคู่คมฉายแววอำมหิตขึ้นวابวับ มือหนากำเข้าหาตัวแน่นจนข้อพระกรปูดโปน ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งสูงจนแทบจะระเบิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังแหวกความเงียบเข้ามาจากเบื้องหลัง ตามด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด "องค์ชายสามดูร้อนรนเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายหงส์เพลิงสีชาดก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างบาง หลินเฟยหรานเหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อย เห็นเพียงชายฉลองพระองค์ของท่านอ๋องฉีจวินเหยียนที่สะบัดพลิ้วตามจังหวะการเดิน ฉีจวินเหยียนปรายพระเนตรมององค์ชายสามด้วยหางตา รอยยิ้มเยдяเย็นถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง "หรือว่า... ทรงร้อนใจอยากเห็นความพินาศของแพทย์หลวงคนนี้ จนลืมไปแล้วว่าที่นี่คือตำหนักส่วนพระองค์ของฮ่องเต้?" "ท่านอ๋อง! ท่านหมายความว่าเช่นไร?" องค์ชายสามตรัสถามด้วยความขุ่นเคือง ทว่าไม่กล้าต่อกรตรงๆ เนื่องจากกองทัพพยัคฆ์เหนือของฉีจวินเหยียนเพิ่งเคลื่อนกำลังมาประชิดชานเมืองหลวงเมื่อยามอัสดง อำนาจในมือของอีกฝ่ายเวลานี้เทียบเท่ากับผู้กุมชะตาแผ่นดินครึ่งหนึ่ง "เปิ่นหวางไม่ได้หมายความว่าเช่นไร" ฉีจวินเหยียนก้าวเข้าไปประชิดใกล้หลินเฟยหรานมากขึ้น มือหนายื่นออกไปฉุดข้อศอกเรียวบางให้ลุกขึ้นยืนอย่างถือวิสาสะ ท่าทีสนิทสนมเกินกว่ากษัตริย์ขุนนางทั่วไปทำให้เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างก้มหน้าหลบสายตากันพัลวัน "เพียงแต่... หมากตานี้ยังเดินไม่ถึงตาของพระองค์ หม่อมฉันเกรงว่าพระองค์จะทรงเหนื่อยเปล่า" เฟยหรานเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของบุรุษผู้ยืนเคียงข้าง ชั่วขณะนั้น... หัวใจที่ด้านชามานานนับภพชาติกลับไหววับอย่างรุนแรง แววตาของฉีจวินเหยียนที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความลึกล้ำ คำเตือนและคำปกป้องที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดหยอกเย้า ทำให้รินเฟยหรานตระหนักได้ทันทีว่า เขากำลังเปิดทางให้นนางลงมือ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันพร้อมแล้วเพคะ" เฟยหรานหมุนตัวกลับไปยังแท่นบรรทมของฮ่องเต้ มือเรียวเปิดกล่องไม้จันทน์หอมออก หยิบเข็มเงินเล่มยาวที่สุดออกมาช้าๆ ภายในห้องบรรทมเวลานี้ ไอป้องกันและสายตาที่จับจ้องราคมกับคมมีดนับร้อยเล่มทิ่มแทงเข้ามาที่นาง ทว่านางกลับนิ่งสงบ ดึงสติและลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ นี่คือสงครามจิตวิทยาบนเตียงผู้ป่วย ผู้ใดมือสั่นก่อนผู้นั้นย่อมพ่ายแพ้ นางก้าวเข้าไปใกล้พระMวรกายของฮ่องเต้ที่นอนหายใจรวยริน พระพักตร์ซีดเซียวและมีรอยคล้ำสีม่วงบริเวณริมฝีปาก—อาการเช่นนี้... ชัดเจนยิ่งว่าเป็นพิษ 'บุปผาพันวัน' พิษล้ำค่าจากแดนใต้ที่พระสนมจ้าวหนิงโปรดปรานนัก! ในจังหวะที่นางกำลังจะฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญที่พระอังสา (หัวไหล่) ของฮ่องเต้ เพื่อขับพิษร้ายออกทางปลายนิ้ว ทันใดนั้นเอง ประตูตำหนักชั้นในก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงกง公公 (ขันทีเฒ่า) ตะโกนก้องด้วยความตกใจ "พระสนมจ้าวหนิงเสด็จ—!" ร่างระหงในชุดอาภรณ์ผ้าแพรสีแดงเพลิงปักลายหงส์ทองก้าวเข้ามาด้วยกิริยาเย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลินเฟยหราน รอยยิ้มเยືือกเย็นและแววตาอำมหิตฉายชัดบนใบหน้างามที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างพิถีพิถัน "ช้าก่อน!" พระสนมจ้าวหนิงเอ่ยเสียงกร้าว นางก้าวเข้ามาใกล้แท่นบรรทมด้วยท่าทีร้อนรนผิดปกติ "แพทย์หลวงหญิงผู้นี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงกล้าใช้เข็มเงินกับพระMวรกายของฝ่าบาท หากฝ่าบาทเป็นอันใดไป ใครจะรับผิดชอบ!" เฟยหรานหยุดมือลงชั่วขณะ นางไม่ได้หันไปมองสตรีผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตทันที หากแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ร่างบางค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายประกายเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ "ทูลพระสนม หม่อมฉันได้รับราชโองการลับจากฝ่าบาทให้มารักษาอาการประชวรเป็นการภายใน... เว้นเสียแต่ว่า พระสนมจะทรงทราบดีอยู่แล้วว่า 'เข็มเงิน' เล่มนี้ เมื่อฝังลงไป จะไปสะกิดโดนความลับอะไรเข้าจนทำให้พระองค์ต้องร้อนรนถึงเพียงนี้เพคะ?" คำพูดที่แทงใจดำดั่งคมหอก ทำให้พระสนมจ้าวหนิงถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว นางไม่คิดว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ในการหักหน้าตนกลางตำหนักต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ชายสามและท่านอ๋อง! ฉีจวินเหยียนที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ แววตาคมกริบมองร่างบางด้วยความชื่นชมระคนเอ็นดู ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไปยืนขวางหน้าพระสนมจ้าวหนิงไว้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "พระสนมจ้าว... ดูเหมือนว่าเจ้าจะร้อนรนเกินหน้าที่ไปเสียหน่อยกระมัง? หรือว่า... มีความลับอันใดที่ไม่อยากให้เข็มเล่มนี้ค้นพบกันแน่?" บรรยากาศในตำหนักหยุดชะงักลงทันที ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทุกอณูอากาศ หลินเฟยหรานสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่ถือเข็มเงินมั่นคงขึ้นอีกระดับ นางรู้ดีว่าศึกนี้นี่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และบทเรียนแรกที่นางจะมอบให้พวกมัน ก็คือการกระชากหน้ากากจอมปลอมออกทีละชั้น! ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของฉีจวินเหยียนก็หันมาสบประสานเข้ากับดวงตาของนางพอดี เขาส่งสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งมาให้—'ลงมือเถอะยอดดวงใจของเปิ่นหวาง... ใครหน้าไหนที่กล้าขวางทางเจ้า วันนี้มันต้องชดใช้ด้วยเลือด'— (โปรดติดตามตอนต่อไป...) -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%