กลิ่นหอมละมุนของชาผู่เอ่อร์อายุสิบปีลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนบนโต๊ะไม้จันทน์แดง แสงเทียนสีชาดไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของตำหนักอ๋องยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากกาต้มน้ำสำริด
หลินเฟยหราน (林菲冉) วางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นหยกขาวอย่างเชื่องช้า สายตาดอกท้อคู่คมกริบกวาดมองตัวอักษรจีนนับร้อยที่นางเพิ่งจรดพู่กันเขียนลงบนกระดาษซวนจื่อ ทุกเส้นสายคมชัดดั่งคมกระบี่ ซ่อนกลยุทธ์การตัดทอนเสบียงของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณไว้อย่างแนบเนียน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเบื้องหลังใบหน้างดงามสะคราญโฉมราวกับภาพวาดนี้ คือมันสมองอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะพลิกแผ่นดินต้าเฉิงได้ทุกเมื่อ
"หมากตานี้ของเจ้า... ร้ายกาจยิ่งกว่ายาสพิษเจ็ดราตรีเสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆังสำริดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ฉีจวินเหยียน (齐君砚) ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้แกะสลัก อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บกลมกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับสุกสกาวดั่งดวงดาวบนท้องฟ้าไร้เมฆ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นสนเย็นประจำกายโอบล้อมร่างบางไว้ทันที
หลินเฟยหรานไม่แม้แต่จะสะดุ้งตื่นกลัว นางเพียงเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้ปอยผมสีดำขลับเคลียคลออยู่บนลาดไหล่มนภายใต้ชุดผ้าแพรสีจันทร์ นางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มีศักดิ์เป็นถึงท่านอ๋องผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดินด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
"หากไม่เดินหมากตานี้ เกรงว่าตระกูลจ้าวคงได้ใจจนส่งมือสังหารมาเยี่ยมเยือนเรือนพักของหม่อมฉันอีกรอบกระมังเพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยตอบน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเย้าแหย่บางเบา
ฉีจวินเหยียนมิได้เอާމคำใดต่อในทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือเรียวของนาง แผลที่เกิดจากการถูกบังคับให้ดื่มยาพิษในชาติภพก่อน—ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขามักจะเห็นมันสะท้อนอยู่ในความฝันยามค่ำคืนของตนเองเสมอ มือหนายื่นออกไปอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวสัมผัสเบาๆ ที่ข้อมือนั้น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นและไร้หัวใจ ส่งผ่านความรู้สึกหนักแน่นมั่นคงดั่งหินผามาสู่นาง
"ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าได้อีก"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานเชื่อมหรือคารมคมคาย ทว่ากลับทรงพลังและหนักแน่นจนหัวใจดวงน้อยของอดีตฮองเฮาผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งถึงกับกระตุกวูบ หลินเฟยหรานชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริกเป็นประกายวับวาว นางซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้เปลือกตาที่หลุบต่ำลง
"ท่านอ๋องตรัสเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เพราะความเสน่หาเพียงอย่างเดียวกระมังเพคะ" นางดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล รินชาใส่จอกหยกด้วยกิริยาช้อยงามไร้ที่ติ "คนเช่นท่านอ๋อง... ย่อมไม่ยอมลงทุนลงแรงปกป้องสตรีไร้ค่าผู้หนึ่ง หากไร้ซึ่งผลประโยชน์ที่คู่ควร"
ฉีจวินเหยียนหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสะท้อนความถูกใจอย่างยิ่ง เขาย่อตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม นางกับเขาถูกกั้นไว้ด้วยโต๊ะไม้จันทน์แดงและกลิ่นหอมของชา
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, เฟยหราน" เขาเอ่ยชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่ายามปกติหลายส่วน "ตระกูลหลินกำลังถูกบีบให้จนมุม องค์ชายสามหมายตาในตัวเจ้าเพื่อใช้เป็นบันไดไต่เต้าสู่ตำแหน่งรัชทายาท ขณะที่สนมจ้าวหนิงก็กำลังรอจังหวะสะบั้นคอเจ้าทิ้งเสียเพื่อปิดปากเรื่องคลังลับ หากเจ้าพึ่งพาเพียงสติปัญญาของตนเอง เกรงว่าต่อให้มีเก้าชีวิตก็ไม่เพียงพอให้ผลาญ"
"แล้วท่านอ๋องเล่าเพคะ? จะยื่นมือเข้าช่วยหม่อมฉันในฐานะอันใด? สหายร่วมอุดมการณ์ หรือ... ผู้ร่วมมือบนกระดานอำนาจ"
ฉีจวินเหยียนโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการอ่านทะลุถึงวิญญาณข้างใน
"ในฐานะสามีภรรยา... ที่จะร่วมกันเหยียบย่ำศัตรูให้จมธรณี"
คำประกาศิตนั้นก้องกังวานในความเงียบ หลินเฟยหรานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้จะเอ่ยปากถึงคำว่า 'สามีภรรยา' ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยเช่นนี้ ทว่าแววตาที่จริงจังไร้ซึ่งการหยอกล้อทำให้รู้ว่า เขากำลังยื่นข้อเสนอที่นางปฏิเสธไม่ได้ และไม่คิดจะปฏิเสธด้วย
"เช่นนั้น... หมากลับตัวแรกที่หม่อมฉันวางไว้เมื่อครู่ ท่านอ๋องจะทรงจัดการต่ออย่างไรเพคะ" นางเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่พวงแก้ม
ฉีจวินเหยียนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแฝงไอสังหาร "ตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณทิ้งเสีย แล้วปล่อยข่าวลือเรื่องการซ่อนอาวุธเถื่อนในจวนขององค์ชายสาม ให้พวกมันกัดกันเองจนตายไปข้างหนึ่ง... ส่วนเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม"
"เตรียมตัว... เรื่องอันใดเพคะ?" นางขมวดคิ้วสงสัย
"พรุ่งนี้ยามอู่ (11.00 - 12.55 น.) ราชโองการสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้จะถูกส่งมาถึงจวนตระกูลหลิน... และข้าจะเป็นผู้ไปรับตัวเจ้ามาเป็นชายาเอกด้วยตนเอง"
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องแตกดังสนั่นจากด้านนอกหน้าต่างกระดาษสา ฉีจวินเหยียนหรี่ตาลงทันที ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นยืนดั่งพญาอินทรีทะยานออกจากหน้าต่างไปในพริบตา ทิ้งให้หลินเฟยหรานยืนนิ่งค้างอยู่ลำพัง
นางก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างที่เปิดอ้า แล้วก้มลงมองวัตถุที่ถูกโยนเข้ามาตกอยู่บนพื้นห้อง...
มันคือป้ายหยกประจำตัวของ 'องค์ชายสาม' ที่แตกหักเป็นสองท่อน พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่ยังอุ่นอยู่บนพื้น!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 12
แสงจันทร์กลางจวนอ๋อง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!