กลิ่นกำยานหงส์สุริยันอบอวลคละคลุ้งจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักบูรพาในยามนี้กลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางคิมhark บนแผ่นกระดานหมากรุกหยกขาว เม็ดหมากสีนิลและสีขาวถูกวางสลับซับซ้อนราวกับค่ายกลมรณะ ทุกสายตาในท้องพระโรงล้วนจับจ้องมาที่ร่างระหงในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาด ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิและเหล่าเชื้อพระวงศ์
เพลิงแค้นในอดีตชาติยังคงแผดเผาอยู่ในอก ทว่าภายนอก หลินเฟยหรานกลับแย้มสร้อยยิ้มบางเบาดุจผิวน้ำในวสันตฤดียามไร้ลมระลอก
"ใครหน้าไหน... ที่บังอาจให้ 'ชายา' ของเปิ่นหวางเป็นคนยกชา?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่แฝงไว้ด้วยไอสังหารดุจพายุหิมะสะท้านสะเทือนไปทั่วท้องพระโรง ฉีจวินเหยียนก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง อาภรณ์คลุมสีทมิฬปักดิ้นทองรูปพยัคฆ์ทยานสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนระยบับ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองไปยังพระสนมจ้าวหนิงผู้กำลังแย้มยิ้มอย่างได้ใจเมื่อครู่ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเคียงข้างร่างบางของนางโดยไม่ลังเล มือหนารวบจับเรียวแขนบอบบางเข้ามาไว้ใต้ร่มเงาป้องกันอย่างเปิดเผย กิริยาเช่นนี้มิใช่เพียงแค่การปกป้อง แต่มันคือการประกาศสงครามต่อหน้าพระพักตร์
พระสนมจ้าวหนิงหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง นางมิคาดคิดว่าท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและไม่เคยไยดีสตรีใด จะทรงก้าวเข้ามารับหน้าแทนสตรีไร้ชื่อเสียงเรียงนามผู้นี้ได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดถึงเพียงนี้
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ..." พระสนมจ้าวหนิงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาอ่อนหวานเย้ายวนดังเดิม นางซ่อนความริษยาไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนจ้อย "หม่อมฉันเพียงเห็นว่าคุณหนูหลินมีฝีมือในการชงชาและจัดเตรียมพิธีการอันประณีต จึงอยากให้มาร่วมแบ่งเบาพระราชกิจในงานเลี้ยงมงคลนี้ เพื่อแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์แก่เบื้องพระพักตร์ มิได้มีเจตนาจะลดเกียรติผู้ใดเลยเพคะ"
หลินเฟยหรานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่กังวานใสราวกระดิ่งเงินนั้นกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคู่ที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งของพระสนมจ้าวหนิง
"คำกล่าวของพระสนมช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความเมตตายิ่งนักเพคะ..." เฟยหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทุกพยางค์กลับชัดเจนและบาดลึก "ทว่า... ในเมื่อพระสนมทรงมีน้ำพระทัยอยากให้หม่อมฉันแสดงฝีมือ ชาถ้วยนี้ซึ่งเป็นชาผู่ฮีร์ชั้นดีที่หม่อมฉันบรรจงต้มเคี่ยวด้วยน้ำค้างบนยอดเขาอวิ๋นอวสถึงสามราตรี จะไม่ให้เกียรติถแด่พระสนมผู้สูงศักดิ์ได้อย่างไรเล่าเพคะ"
คำพูดของนางทำเอาพระสนมจ้าวหนิงชะงัก ภายในใจของสนมสาวเกิดสังหรณ์ใจแปลกๆ ยามเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหลินเฟยหราน รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ราวกับนางกำลังมองดูเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงขังด้วยความเต็มใจ
ฉีจวินเหยียนเหลือบมองสตรีข้างกายแวบหนึ่ง แววตาคมปลาบฉายแววรู้ทันและพึงพอใจอย่างยิ่ง เขามิได้เอ่ยขัดขวาง แต่มือหนากลับกระชับข้อมือนางแน่นขึ้นเล็กน้อย ราจะส่งผ่านความอบอุ่นและพลังอำนาจหนุนหลังว่า *'เจ้าอยากเล่นสนุกเช่นไร เปิ่นหวางจะถือหางให้อยู่เบื้องหลังเอง'*
"เช่นนั้น... ก็เชิญเถอะ" พระสนมจ้าวหนิงฝืนยิ้มรับ นางคิดเข้าข้างตนเองว่า ในวังหลวงแห่งนี้ นางมีอำนาจและยาพิไร้ลักษณ์ที่แอบใส่ลงในกาชาอีกชุดอยู่แล้ว หลินเฟยหรานในยามนี้ไม่มีทางพลิกสถานการณ์ไปได้
นางกำนัลคนสนิทรีบยกถาดชาเข้ามา ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลายครามลวดลายวิจิตรบรรจงถูกวางลงตรงหน้า หลินเฟยหรานก้าวเข้าไปใกล้ นางหยิบกาชาขึ้นมาด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงรินน้ำชาสีอำพันใสลงในถ้วยอย่างช้าๆ ไอร้อนพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมละมุนของดอกเหมยที่ผสมผสานกับใบชาโบราณ
ทว่า... ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายใต้แขนเสื้อกว้างที่ขยับไหว ยาเม็ดสีขาวมุกเม็ดเล็กเท่าเมล็ดงาถูกดีดตกลงไปในถ้วยชาของพระสนมจ้าวหนิงด้วยความเร็วแสง รวดเร็วดุจประกายไฟแลบ
หลินเฟยหรานใช้ปลายนิ้วแตะขอบถ้วยชาเบาๆ ก่อนจะประคองถ้วยนั้นด้วยสองมือ ย่างก้าวเข้าไปหาพระสนมจ้าวหนิงด้วยกิริยาดั่งนางพญาหงส์
"ถวายพระพรพระสนมเพคะ... ชาถ้วยนี้หม่อมฉันตั้งใจต้มถแด่พระองค์โดยเฉพาะ หวังว่าพระองค์จะทรง 'ดื่ม' จนหมดสิ้นหยดสุดท้าย... เพื่อมิให้เสียน้ำใจที่ทรงอุตส่าห์มีรับสั่งเรียกหาหม่อมฉัน"
น้ำเสียงของนางแม้จะอ่อนหวาน แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ผู้ได้ยินถึงกับหายใจติดขัด พระสนมจ้าวหนิงรับถ้วยชามาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง สัญชาตญาณดิบเตือนภัยนางเสียงดังลั่น ทว่าเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้และสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยคู่กำลังจับจ้อง นางไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องยกถ้วยชาขึ้นจิบ
"ดี... ชารสชาติดีมาก" พระสนมจ้าวหนิงฝืนกลืนน้ำชาลงคอ รสชาติหอมหวานแต่กลับทิ้งความฝาดเฝื่อนไว้ที่โคนลิ้นชั่วขณะ นางแย้มยิ้มเกร็งๆ พลางส่งถ้วยคืน
หลินเฟยหรานรับถ้วยเปล่ามา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว
"ในเมื่อพระสนมทรงดื่มแล้ว... หม่อมฉันก็หมดหน้าที่แล้วกระมังเพคะ" นางเอ่ยเสียงเบา ทว่ากลับหมุนตัวหันไปทางองค์ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนพระแท่นมังกร "ทว่า... หม่อมฉันเกรงว่าชาถ้วยนั้น อาจจะมีรสชาติที่ 'แปลกประหลาด' เกินกว่าที่พระสนมจะทรงรับไหว... หม่อมฉันในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร จึงต้องขออนุญาต 'ตรวจชีพจร' ถวายพระสนมเพื่อความปลอดภัยเพคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ท้องพระโรงก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอย่างอึงมี่
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" พระสนมจ้าวหนิงหน้าถอดสี ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ พยายามจะก้าวถอยหลัง ทว่าจู่ๆ พิษร้ายที่นางแอบเตรียมไว้เพื่อจะใช้กำจัดหลินเฟยหราน—ซึ่งบัดนี้ถูกฤทธิ์ยาของหลินเฟยหรานสะท้อนกลับเข้าสู่ร่างกายตนเองเป็นทวีคูณ—ก็พลันกำเริบขึ้นอย่างรุนแรง!
*แคก!*
พระสนมจ้าวหนิงกระอักเลือดสีดำคล้ำออกมาคำโต สาดกระเซ็นลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ร่างอรชรทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อาภรณ์ปักดิ้นทองเปรอะเปื้อนคราบโลหิต นางเบิกตากว้างด้วยความเจ็บปวดทรมานราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่าง แขนขาเกร็งกระตุกจนน่ากลัว
"อึก... พิษ... นัง... นังสารเลว เจ้า..." นางชี้หน้าหลินเฟยหรานด้วยความแค้นเคืองสุดชีวิต ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ฮ่องเต้ทรงพิโรธ ลุกขึ้นจากพระแท่นมังกรทันที "เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ หมอหลวง! รีบตามหมอหลวงมา!"
หลินเฟยหรานยืนนิ่งสงบ นางมองดูศัตรูตัวฉกาจที่กำลังดิ้นรนอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นางค่อยๆ หันไปประสานสายตากับฉีจวินเหยียนผู้ยืนอยู่เคียงข้าง ท่านอ๋องหนุ่มยptยิ้มมุมปากอย่างรู้กัน ดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง ท่ามกลางความโกลาหลอลหม่านของข้าราชบริพารที่วิ่งวุ่นกันทั่วท้องพระโรง
ทว่า ในวินาทีที่ความสนใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่พระสนมจ้าวหนิงซึ่งกำลังจะสิ้นสติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงประกาศก้องจากขันทีหน้าประตูตำหนักก็ดังขึ้นแทรกกลางความชุลมุน
"ราชโองการด่วนจากแดนเหนือ! กองทัพพยัคฆ์ทมิฬถูกลอบโจมตี! ตราประทับค่ายกลถูกขโมย!"
ฉีจวินเหยียนหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าอันเยือกเย็นพลันแข็งค้าง แววตาดุจพยัคฆ์ฉายประกายอันตรายวาบขึ้น หลินเฟยหรานหันขวับไปมองหน้าสมาคมคนสนิทของตนเอง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือหมากตาร้ายกาจที่ถูกซ้อนไว้สามชั้นจากเงาดำที่นางคาดไม่ถึง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามเวลาเพื่อชิงบัลลังก์ไปกับ "หงส์เพลิงหวนคืน" นะคะ
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 10
แผนซ้อนกล
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!