กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 20

วิกฤตกลางดึก

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมของควันธูปกำยานราคาแพงลอยวนเวียนอยู่ภายในกระโจมบัญชาการหลัก ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมหนาวเหน็บยามวิกฤตได้เลย หลินเฟยหรานยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ปักด้วยด้ายทองคำ ดวงตาดอกท้อหงส์หรี่ลงเล็กน้อยยามพิจารณาเส้นทางหุบเขาเหยี่ยวสยายที่เวลานี้ถูกกองทัพขององค์ชายสามและสนมจ้าวหนิงตรึงกำลังปิดล้อมไว้ทุกด้านอย่างแนบเนียน ดั่งตาข่ายฟ้ามหาสมุทรที่ไม่มีช่องว่างให้ปีกนกเล็ดลอด "รายงาน! กองกำลังทัพหน้าของศัตรูจุดคูเมืองเพลิงขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง เส้นทางถอนทัพหลักทางทิศเหนือถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์!" เสียงทหารรายงานตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นที่หน้ากระโจม ฉีจวินเหยียนยังคงนั่งนิ่งสงบดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดหวั่นบนใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลัก อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทมิฬกลกลืนไปกับเงาดำมืดของมุมกระโจม เขายกจอกสุชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ราวกับสถานการณ์คับขันเบื้องหน้านี้เป็นเพียงเกมหมากกระดานยามว่างในยามบ่ายเท่านั้น "ตื่นตระหนกไปไย..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับสายน้ำไหลลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง "หมากตานี้ พวกมันคิดว่าข้าเดินพลาด... แต่ความจริงแล้ว ข้าเพียงรอให้พวกมันเดินเข้าสู่มุมอับต่างหาก" หลินเฟยหรานหันกลับมามองบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ นางขยับกายเข้าใกล้ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันชะตากรรม นางย่อมรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดของสงครามล้างแค้นครั้งนี้ "ท่านอ๋องทรงวางหมากไว้ล้ำลึกยิ่งนักเพคะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายปัญญาเฉียบคม "แต่ทว่า... หากเสบียงในคลังหลวงสำรองถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นในยามฟ้าสางตามแผนที่หม่อมฉันคาดการณ์ไว้ การล้อมปราบครั้งนี้คงไม่ใช่แค่การตัดกำลัง ทว่าเป็นการบีบให้กองทัพเหนือต้องยอมจำนนเพื่อรักษาชีวิตราษฎรนับหมื่น" ฉีจวินเหยียนวางจอกสุราลง สายตาคมกริบดั่งใบมีดหันมาสบประสานกับดวงตาดอกท้อของนาง แววตาคู่นั้นไหววูบเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความล้ำลึกยากหยั่งถึง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าปลายนิ้วเรียวบางของนางเข้ามากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ ท่ามกลางความหนาวเหน็บของราตรีที่กำลังกัดกินหัวใจ "เฟยหราน... เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว" ฉีจวินเหยียนเอ่ยเสียงพร่า "และเพราะเจ้าฉลาด ทางเลือกในคืนนี้จึงตกอยู่บนบ่าอันบอบบางของเจ้าแล้ว..." นางขมวดคิ้วมุ่นยามเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น "ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ?" "ม้าเร็วลับเพิ่งนำราชโองการลับจากองค์ชายสามมาถึง..." ฉีจวินเหยียนผายมือไปยังโต๊ะไม้สลักลายโบราณ บนนั้นมีห่อผ้าแพรสีเหลืองทองและป้ายคำสั่งกองทัพทิ้งไว้ "พวกมันยื่นข้อเสนอ... หากข้ายอมสละอำนาจทหารทั้งหมดและดื่มสุราพิษนี้แต่โดยดี พวกมันจะไว้ชีวิตกองทัพเหนือ และ... จะส่งมอบตัวเจ้าให้เดินทางกลับสู่เมืองหลวงอย่างสมเกียรติในฐานะชายาเอกที่ไร้ซึ่งมลทิน" หัวใจของหลินเฟยหรานกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติภพก่อนย้อนกลับมาซ้อนทับ ความตายอันแสนทรมานบนตำหนักเย็น กลิ่นยาพิษที่แผดเผาลำไส้ และรอยยิ้มเยาะหยันของจ้าวหนิงในวาระสุดท้าย... ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นในห้วงความคิด นี่คือการทดสอบจากสวรรค์! หากนางเลือกที่จะหนีเอาตัวรอดไปตามข้อเสนอ หรือใช้ช่องลับที่นางแอบสร้างไว้หลบหนีออกจากหุบเขาเหยี่ยวสยายในคืนนี้ นางย่อมรอดชีวิตและอาจได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเงามืด... แต่ท่านอ๋องผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินจะดับสูญ กองทัพเหนือจะกลายเป็นผงธุลี และความแค้นทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับการชำระสะเด็ดน้ำ! ทว่า... หากนางเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขา ปักหลักสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ท่ามกลางวงล้อมนับหมื่น โอกาสรอดชีวิตแทบจะเป็นศูนย์ นางมองหน้าฉีจวินเหยียน เนตรคมคายคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเวทนาและห่วงหาอาทรที่ซ่อนอยู่ลึกสุดขั้วหัวใจ บุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด กลับยอมจำนนต่อความรักที่มีต่อนางเพียงผู้เดียว "ท่านคิดว่าหม่อมฉันเป็นสตรีประเภทใดกัน..." หลินเฟยหรานแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งเพชรน้ำเอกในความมืด รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "ในชาติก่อน หม่อมฉันโง่เขลา ยอมให้ความกลัวครอบงำจนต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถ แต่ในชาตินี้... ชีวิตของหม่อมฉัน ข้าเป็นผู้กำหนดเอง!" นางดึงมือออกจากการกุม ก่อนจะเดินไปหยิบกริชทองคำเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ชายอาภรณ์ ปลายคมกริบสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงวับวาม "ทัพหลวงถูกล้อมแล้วอย่างไร? ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกภูมิ หม่อมฉันก็จักเคียงข้างท่านก้าวเดินลงไปอย่างไร้ความหวาดกลัว!" หลินเฟยหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และก้องกังวานไปทั่วทั้งกระโจม ฉีจวินเหยียนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยดรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายปี รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความลุ่มหลง และความศรัทธาอันไร้ขีดจำกัดต่อสตรีตรงหน้า เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ดึงร่างอรชรเข้ามาสู่อ้อมอกกอดไว้แน่น ราวกับต้องการหลอมรวมนางให้เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ "เช่นนั้น... เรามาดูซิว่า สวรรค์หรือนรก จะกล้าพรากเราจากกัน!" เสียงคำรามกึกก้องของกองทัพศัตรูที่เริ่มเคลื่อนพลบุกเข้าประชิดค่ายพักแรมดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าม้าศึกนับพันตัวทำให้พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสะท้านไหว ธนูเพลิงนับไม่ถ้วนถูกยิงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกฤต ราวกับสายฝนแห่งความตายที่กำลังโปรยปรายลงมาเผาผลาญทุกสิ่ง หลินเฟยหรานผลักร่างของฉีจวินเหยียนออกเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อหงส์ฉายแวววาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร นางสะบัดแขนเสื้อ สำรับเข็มเงินอาบยาพิษนับร้อยเล่มถูกตระเตรียมไว้พร้อมสรรพในอุ้งมือ "ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูของเขา ขณะที่เสียงฝีเท้าของศัตรูกำลังพังทลายประตูค่ายเข้ามาใกล้ทุกขณะ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญได้มาเคาะประตูเรือนของเราแล้วเพคะ" ฉีจวินเหยียนกระชับกระบี่มังกรทมิฬในมือแน่น ประกายตาดุจพญามัชราชจับจ้องไปยังม่านกระโจมที่กำลังถูกกระชากให้เปิดออกด้วยเงาร่างนับสิบของนักฆ่าเดนตาย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คมดาบแรกจะพุ่งเข้าประชิดตัว เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองก็ดังแว่วมาจากนอกค่ายบัญชาการ พร้อมกับธงรบของกองทัพเหนือที่ถูกชูขึ้นสูงท่ามกลางเปลวเพลิง—ไม่ใช่ธงพ่ายแพ้ แต่เป็นธงชัยเฉลิมฉลองของกองกำลังสำรองที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน! "หะ... เหตุใดกองกำลังของเจิ้นหนานอ๋องถึง..." เสียงสบถอย่างตื่นตระหนกของแม่ทัพฝ่ายศัตรูที่ยืนอยู่หน้ากระโจมดังลั่น ทว่ามันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่สามผู้ก้าวเดินฝ่ากองเพลิงเข้ามาอย่างสง่างาม ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินหมากชีวิตนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%