เสียงตบโต๊ะไม้หอมฉานดังสนั่นกังวานไปทั่วตำหนักรับรอง ท่ามกลางสายตาขุนนางนับสิบที่ต่างพากันก้มหน้าหลบรัศมีอำนาจ
"ฉีจวินเหยียน! เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ! การคลังสคราญแดนเหนือขาดหายไปถึงสามส่วน เจ้ากล้าดึงงบประมาณกองทัพไปใช้โดยไม่ผ่านราชสำนัก พระอาญาไม่เกรงกลัว หรือว่าเจ้าคิดจะก่อกบฏกันแน่!"
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเสนาบดีกรมการคลังดังขึ้นเพื่อกดดัน แต่องค์ชายผู้ประทับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลายพยัคฆ์กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายดิ้นทองรูปกิเลนแยกเขี้ยว ยามนี้แผ่ไอเย็นเยือกออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด ฉีจวินเหยียนเพียงยกจานกระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกตขึ้นหมุนเล่นช้าๆ แววตาคมกริบดั่งใบมีดปักตรึงร่างของเสนาบดีเฒ่าจนเหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง
ในสถานการณ์ที่ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกำลังถูกต้อนจนมุมด้วยข้อหาฉกรรจ์ ริมฝีปากบางเฉียบที่ระบายยิ้มบางเบาของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความอึดอัด
"ใต้เท้าหลี่กล่าววาจารุนแรงเกินไปแล้วกระมังคะ"
หลินเฟยหรานก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามา ร่างอรชรในชุดกระโปรงยาวสีเพลิงปักลายหงส์สยายปีกดูโดดเด่นและทรงอำนาจ นางไม่ได้ก้มศีรษะหลบสายตาผู้ใด ท่วงท่าการเดินสง่างามดั่งนางพญาหงส์ที่กำลังผงาดเหนือน่านฟ้า แววตาดำขลับคู่นั้นฉายแววเฉียบคมเกินกว่าสตรีสามัญทั่วไปจะเทียบเคียง
เสนาบดีกรมการคลังหน้าซีดเผือดลงถนัดตา รีบประสานมือคำนับหลินเฟยหรานตามธรรมเนียม แม้ในใจจะริษยาอำนาจเงาของนางเพียงใดก็ตาม "คุณหนูรองหลิน... ที่นี่คือท้องพระโรงและสภาขุนนาง ท่านเป็นเพียงสตรีในห้องหอ มีสิทธิ์อันใดมาแทรกแซงราชกิจแผ่นดิน!"
"สิทธิ์หรือคะ?" หลินเฟยหรานแย้มยิ้มเย็นเยียบ นางเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างบุรุษผู้กุมอำนาจทหาร ไหล่บอบบางของนางแนบชิดกับไหล่กว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบของฉีจวินเหยียนอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงใดๆ "งบประมาณสามส่วนที่ท่านกล่าวหาว่าหายไป แท้จริงแล้วถูกนำไปใช้จัดซื้อเสบียงและยารักษาโรคให้แก่ทหารกล้าชายแดนเหนือผู้ปกป้องราชบัลลังก์ต่างหากเล่า หรือว่าใต้เท้าหลี่เห็นว่าชีวิตของไพร่พลไร้ค่า สู้การถมถุงเงินส่วนตัวของท่านในจวนไม่ได้เพิ่งจะถูกต้องนะเจ้าคะ?"
"เหลวไหล! เจ้ามีหลักฐานอันใดมากล่าวหาข้า!" เสนาบดีเฒ่าเสียงสั่น เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
"หลักฐานน่ะหรือคะ?" หลินเฟยหรานสะบัดแขนเสื้อเบาๆ สมุดบัญชีเล่มหนาที่ถูกคัดลอกลายมืออย่างเป็นระเบียบก็ถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าขุนนางเฒ่า เสียงกระดาษกระทบไม้ดังปะทะโสตรประสาท ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ "บัญชีลับการยักยอกเงินคลังหลวงของท่านตลอดสามปีที่ผ่านมา พร้อมตราประทับประจำตัว ข้าคิดว่าในมือของฝ่าบาทน่าจะโปรดปรานหลักฐานชิ้นนี้ไม่น้อยทีเดียว"
สีหน้าของเสนาบดีกรมการคลังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวราวกับคนใกล้ตาย ในขณะที่ขุนนางฝ่ายตรงข้ามเริ่มส่งเสียงกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีใครคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะกุมจุดอ่อนตายหมู่ของฝ่ายตรงเอาไว้ได้อย่างแม่นยำราวนั่งทางไกล
ฉีจวินเหยียนที่นั่งเงียบมานานเหลือบสายตาขึ้นมองสตรีที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ตนเอง แววตาที่เคยราบเรียบดั่งน้ำนิ่งในบึงลึก บัดนี้กลับไหววูบด้วยประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านถึงกัน ท่ามกลางสายตาของขุนนางนับสิบ ฉีจวินเหยียนไม่ได้เอ่ยคำหวานอันใด แต่การกระทำนี้คือการประกาศิตอย่างชัดเจนว่า หลินเฟยหรานคือเกราะป้องกันและสตรีเดียวที่ยืนอยู่ในใจของเขา
"คนของกระทรวงการคลังทุจริตคดโกง สมควรได้รับโทษทัณฑ์สถานหนัก" ฉีจวินเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านจนทุกคนต้องสะท้าน "ส่วนเจ้า... ใต้เท้าหลี่ เตรียมตัวไปชี้แจงกับผู้ตรวจการแผ่นดินในคุกหลวงเถอะ"
สิ้นคำสั่ง ทหารองครักษ์เสื้อแพรก็ก้าวเข้ามาลากตัวเสนาบดีเฒ่าที่หมดเรี่ยวแรงออกไปทันที เสียงร้องขอความเมตตาดังแว่วไกลออกไปก่อนจะเงียบหายลงในความมืดมิดของโถงทางเดิน
บรรยากาศในตำหนักกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความตึงเครียดไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะที่พวกเขากำลังจัดการกับปراชากรในราชสำนัก ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมราชโองการสีทองอร่ามในมือ สีหน้าของขันทีผู้นั้นซีดเซียวแปลกประหลาด
"มีพระราชโองการด่วน... ถึงท่านอ๋องฉีจวินเหยียน และคุณหนูรองหลินเฟยหราน"
ฉีจวินเหยียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โดยมีหลินเฟยหรานก้าวตามเคียงข้างอย่างไม่ห่าง ทั้งสองประสานสายากันชั่วพริบตา อ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้สถานการณ์อันตรายนี้ได้ทันที
ขันทีหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะคลี่ม้วนราชโองการออกด้วยมือที่สั่นเทา "เนื่องด้วยคุณหนูรองหลินกระทำการล่วงเกินขุนนางใหญ่และก้าวก่ายราชกิจ ฝ่าบาทมีรับสั่ง... ให้จับกุมตัวหลินเฟยหรานเข้าคุกใต้ดินทันที ข้อหาสมคบคิดกับอ๋องทรราชคิดการใหญ่กบฏต่อแผ่นดิน!"
ปัง!
ถ้วยชาหยกขาวในมือของฉีจวินเหยียนแหลกละเอียดเป็นผุยผง คมมีดซ่อนเร้นในแววตาดุร้ายของท่านอ๋องระเบิดออกพร้อมพรั่งพรู ขณะที่หลินเฟยหรานกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางเหลือบมองเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่หลังม่านโปร่งแสงด้านนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารนับร้อยที่ปิดล้อมตำหนักไว้รอบด้านอย่างแน่นหนา
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินหมากชีวิตนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 21
เคียงบ่าเคียงไหล่
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!