กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 27

บทสรุปของผู้พ่ายแพ้

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"ดื่มมันเสีย... สนมเอกจ้าว" สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่กลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ หลินเฟยหรานประทับนั่งอย่างสง่างามบนเก้าอี้ไม้จันทน์สลักลายหงส์ อาภรณ์ไหมปักดิ้นทองคำแท้ทอประกายระยับล้อกับแสงจากโคมไฟกระดาษทาน้ำมัน ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาหาใช่ความงามอันเย้ายวนของนางไม่ หากแต่เป็นจอกกระเบื้องเคลือบสีหยกขาวในเรียวปากระหง ที่บรรจุของเหลวสีชาเข้มข้น—หยาดโลหิตแห่งการชำระแค้นที่นางรอคอยมานานถึงสองชาติภพ ภายในตำหนักเย็นที่อับชื้นและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสาบสราง พระสนมจ้าวหนิงในยามนี้มิหลงเหลือเค้าโครงแห่งความงามอันเคยเย่อหยิ่งทระนงตนแม้แต่น้อย อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีแดงเพลิงที่เคยขับผิวให้ผุดผ่อง บัดนี้หลุดลุ่ยยับยู่ยี่ เส้นผมสีดำขลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สองตาเบิกโพลงจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างระหงสั่นเทานั่งคุดคู้พิงมุมผนังเย็นเยียบราวกับสุนัขจนตรอก "เจ้า... นังสารเลว หลินเฟยหราน! เจ้ากล้าดียังไง..." จ้าวหนิงเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนแทบเป็นสายเลือด ทว่าริมฝีปากกลับสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่ นางพยายามจะยันกายลุกขึ้น ทว่าพิษสลายเส้นเอ็นที่ฉีจวินเหยียนแอบโรยลงในสำรับอาหารเมื่อยามค่ำได้กัดกินเรี่ยวแรงของนางไปจนหมดสิ้น ล้มฟุกลงไปกองกับพื้นอีกคราอย่างน่าสมเพช หลินเฟยหรานแย้มสรسวลน้อยๆ รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกไม้พิษที่เบ่งบานท่ามกลางหุบเหวแห่งความตาย นางค่อยๆ ก้าวเท้าช้าๆ เสียงรองเท้าปักลายหงส์กระทบพื้นหินดัง กรับ... กรับ... ก้องกังวานบาดลึกโสตประสาทของผู้ฟัง ดุจเสียงฆ้องประหารชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง "กล้าหรือเพคะ?" หลินเฟยหรานทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาลอยละليقในอากาศ "ยามที่ท่านสั่งคนกรอกยาพิษกรดมรกตใส่ลำคอของหม่อมฉันในตำหนักบูรพาเมื่อชาติก่อน... ท่านเคยถามคำนี้กับตัวเองบ้างหรือไม่เพคะว่า เหตุใดจึง 'กล้า' ทำลายลมหายใจของพี่น้องร่วมราชสกุลอย่างไร้ความปรานีเช่นนั้น!" คำพูดประโยคเดียวราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของจ้าวหนิง นางสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ทะ... เจ้าพูดเรื่องอะไร! ข้าไม่เข้าใจ เจ้าเป็นบ้าไปแล้ว!" "ข้าจะบ้าหรือมีสติครบถ้วน ท่านย่อมรู้ดีแก่ใจที่สุด" หลินเฟยหรานหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้เป็นอดีตศัตรูคู่อาฆาต นางย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมไปเชยคางของจ้าวหนิงขึ้นบังคับให้สบตา แรงบีบที่ปลายคางนั้นแม้จะดูนุ่มนวล ทว่ากลับหนักหน่วงราวนมหนีบเหล็ก "จำสายตาคู่นี้ได้หรือไม่เพคะ? สายตาของสตรีโง่เขลาที่ท่านเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ส่งนางไปสู่ความตายอย่างไร้ทางสู้... บัดนี้ ดวงตาคู่นี้กลับมาทวงทุกอย่างคืนแล้ว จ้าวหนิง... ทุกหนี้เลือดที่ท่านติดค้าง ข้าจะขอทวงคืนจนครบทุกหยาดหยด!" จ้าวหนิงหวีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง นางพยายามสะบัดหน้าหนี พยายามใช้เล็บที่ยาวคมข่วนมือของหลินเฟยหราน ทว่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกร หลินเฟยหรานเพียงปัดมือนั้นออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะบังคับกรอกน้ำยาพิษในจอกเข้าสู่ริมฝีปากที่อ้าค้างของจ้าวหนิงทันที! "แค๊กๆ! อึก... อ๊ายยย!" น้ำยาพิษรสชาติเผ็ดร้อนดุจเปลวเพลิงไหลทะลักลงสู่ลำคอ จ้าวหนิงสำลักออกมาอย่างทุรนทุราย สองมือตะกุยคอตัวเองด้วยความทรมานสุดขีด ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンนูน ร่างกายชักกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะล้มลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงครางฮือในลำคอด้วยความเจ็บปวดเจียนตายนั่น ช่างไพเราะเสนาะโสตในความรู้สึกของหลินเฟยหรานยิ่งนัก นี่คือรสชาติแห่งความตาย... รสชาติเดียวกับที่นางเคยลิ้มลองเมื่อชาติภพก่อน บัดนี้ มันได้ย้อนกลับมาสนองผู้สร้างอย่างสาสมแล้ว หลินเฟยหรานยืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ ไร้ความเวทนา ไร้ความยินดีปรีดาเกินงาม มีเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึกของการสะสางบัญชีแค้นที่ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ แผ่นหลังบางระหงสะท้อนเงาความเด็ดเดี่ยว ราวกับพญาหงส์ที่ได้เผาผลาญเถ้าธุลีของอดีตจนมอดไหม้ และพร้อมจะโผบินสู่ท้องนภาอันกว้างใหญ่ด้วยปีกคู่ใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ทันใดนั้น มือหนาอันคุ้นเคยก็โอบกอดรอบเอวบางของนางจากด้านหลัง สัมผัสไออุ่นอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศอันหนเหน็บ ฉีจวินเหยียนก้มลงซบใบหน้ากับลาดไหล่ของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "เสร็จสิ้นแล้วหรือยอดดวงใจของข้า?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอמהถามข้างใบหู แฝงไว้ด้วยความอาทรลึกล้ำที่เขามีให้นางเพียงผู้เดียว หลินเฟยหรานเอนกายพิงแผ่นอกกว้างของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ นางหลับตาลงช้าๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความตึงเครียดที่สะสมมาเนิ่นนานมลายหายไปในอ้อมแขนนี้ "เพคะ... บัญชีนี้ ชำระจนหมดสิ้นแล้ว" นางเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวปกคลุมตำหนักเย็น— *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวจากนอกกำแพงวังหลวง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของทหารนับหมื่นนายที่กำลังเคลื่อนพลบุกประชิดประตูพระราชฐานชั้นในอย่างรวดเร็วผิดปกติ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างโชนแดงฉานทั่วท้องฟ้า Dราวกับยามสนธยาที่ถูกย้อมด้วยเลือด! ฉีจวินเหยียนลืมตาโพองขึ้นทันที แววตาเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเด่นชัด หลินเฟยหรานหันขวับกลับไปมองนอกหน้าต่างบานแคบ หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อเงาร่างของกองกำลังทหารนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นพร้อมธงศึกรูปพยัคฆ์คำรราม—กองกำลังลับขององค์ชายสามที่ควรจะถูกกวาดล้างไปแล้ว เหตุใดจึงยังหลงเหลืออยู่ และเหตุใดจึงเคลื่อนพลเข้าวังหลวงได้รวดเร็วปานนี้! "พระชายระวัง!" ฉีจวินเหยียนคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดพร้อมกับเบี่ยงกายหลบลูกธนูเพลิงที่พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาเฉียดร่างไปเพียงนิดเดียว ปักคาลงบนเสาไม้สนด้านหลังอย่างจัง! สิ้นเสียงคำรามก้องจากด้านนอก ประตูตำหนักเย็นก็ถูกถีบกระเด็นพังทลายลงมาพร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาท่ามกลางกลุ่มควันไฟและคราบเลือด—องค์ชายสามแย้มรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือราชโองการสีทองอร่าม พร้อมกับกองทหารนับร้อยที่ชูดาบเปลือยเปล่าพุ่งเข้ามาปิดล้อมทั้งสองคนไว้จนมุม! ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินหมากชีวิตนี้ไปพร้อมกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%