กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 5

หมากตาแรกบนกระดาน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
“ท่านอ๋อง! คุณหนูรอง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ… เกิดเรื่องใหญ่ที่ตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงกู่ร้องตื่นตระหนกของขันทีประจำตำหนักแว่วล้ำเข้ามาตัดผ่านความเงียบงันยามราตรี ดั่งคมมีดกรีดลงบนผืนผ้าไหมแพรต่วนอันเงียบสงบ หลินเฟยหรานมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงชะอักปลายนิ้วที่กำลังคีบหมากสีดำบนกระดานไม้จันทน์หอม ชายตามองร่างที่หอบหายใจโยนตัวคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ดั่งบึงน้ำลึกไร้ระลอกคลื่น ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองแห่งหมากที่นางร้อยเรียงไว้ในหัว “เกิดอันใดขึ้น เล่ามาให้ละเอียด” น้ำเสียงหวานใสทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น นางปรายตามองฉีจวินเหยียนที่ประทับอยู่ฝั่งตรงข้าม บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพเหนือยามนี้มิได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะแฝงไว้ด้วยประกายความลึกล้ำที่อ่านยากยิ่ง “ท… ทูลท่านอ๋อง องค์รัชทายาททรง… ทรงกระอักโลหิตสีดำปริมาณมากระหว่างเสวยพระกระยาหารค่ำ หมอหลวงกำลังวุ่นวายกันอลหม่าน แต่พระอาการรุดหน้าไปไกลยิ่งนัก พระเนตรทั้งสองข้างปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาดั่งเส้นด้าย… เกรงว่า… เกรงว่าจะไม่รอดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีหนุ่มกราบทราบด้วยตัวสั่นเทา หน้าผากแนบติดพื้นศิลาเย็นเฉียบ หลินเฟยหรานแค่นยิ้มหยันในใจ ศัตรูคู่อาฆาตของนางในชาติก่อน—พระสนมจ้าวหนิง ช่างใจร้อนและไร้ความปรานีเสียจริง กล้าลงมือวางยาพิษ 'หนอนร้อยวิญญาณ' ในตำหนักบูรพาเพื่อป้ายสีองค์ชายสามและโยนความผิดให้ฝ่ายอ๋องเหนือในคราเดียว ช่างเป็นแผนการที่คมกริบ แต่กลับโง่เขลาเบาปัญญาในสายตานางผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง “บังarn! กล้ากล่าววาจาอัปมงคลในตำหนักข้าเช่นนี้เชียวหรือ” ฉีจวินเหยียนตวาดกร้าว แรงกดดันจากสนามรบแผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง จนขันทีผู้นั้นตัวสั่นงันทับถมลงไปอีก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมฆาสีทองไหววูบตามการเคลื่อนไหว “นำทางไปตำหนักบูรพาเดี๋ยวนี้!” “ช้าก่อนเพคะ ท่านอ๋อง” เสียงหวานกังวานเอ่ยขัดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว หลินเฟยหรานลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายกระโปรงผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงลากผ่านพื้นผิวเรือน นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง “หากท่านอ๋องเสด็จไปตอนนี้ด้วยความตระหนก ท่านย่อมติดกับดักของสุนัขจิ้งจอกที่รอขย้ำอยู่เบื้องหลัง ยิ่งไปกว่านั้น… อาการขององค์รัชทายาทในยามนี้ มีเพียงหมอเทวดาผู้สืบทอดวิชาเข็มทองเก้าสวรรค์เท่านั้นที่ยืดลมหายใจไว้ได้ และหม่อมฉัน…บังเอิญศึกษาวิชานั้นมาเพคะ” ฉีจวินเหยียนหรี่ตามองสตรีเบื้องหน้า ประกายความสงสัยปะปนกับความทึ่งฉายชัดในแววตา ดรุณีวัยปักปิ่นผู้หนึ่ง เหตุใดจึงมีความกล้าหาญและรอบรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ทว่ายามนี้มิใช่เวลามาซักไซ้ไล่เลียง เขาพยักหน้าช้าๆ “เช่นนั้น… เจ้าจงตามข้ามา หากเจ้ากล้าเล่นตลกอันใด ชีวิตของตระกูลหลินทั้งหมดคงต้องชดใช้” “หม่อมฉันไม่เคยเดิมพันในเกมที่ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้เพคะ” นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่งดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่แม้แต่ฉีจวินเหยียนยังต้องลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ยามเมื่อทั้งสองก้าวล่วงเข้าสู่เขตตำหนักบูรพา กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสมุนไพรฉุนกานต์โชยปะทะนาสิก บรรยากาศภายในโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ นางในและขันทีต่างหมอบกราบระเนระนาดด้วยความหวาดกลัว พระสนมจ้าวหนิงประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยใบหน้าซีดเผือด แววตาตื่นตระหนกถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีโศกเศร้าเสแสร้งอย่างแนบเนียน “ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ… หม่อมฉันตกใจแทบสิ้นสติ ไม่นึกว่าองค์รัชทายาทจะทรงประชวรหนักกะทันหันเช่นนี้” พระสนมจ้าวหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสร้งบีบซับหยาดน้ำตาที่มุมห่วง ฉีจวินเหยียนเพียงส่งเสียง ‘ฮึ’ ในลำคออย่างไร้เยื่อใย ไม่แม้แต่จะชายตามองสตรีมารยาผู้นั้น “ถอยไป ข้าจะเข้าไปดูพระอาการเสด็จพี่” “จะ… จะดีหรือเพคะ หมอหลวงกำลัง—” “หลบไป!” สุภาพเสียงดุดันทรงอำนาจสั่งการเฉียบขาด พร้อมกับที่หลินเฟยหรานก้าวแทรกตัวผ่านหน้าพระสนมจ้าวหนิงไป นางหยุดเดินชั่วขณะ หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้พระสนมผู้สูงศักดิ์จนอีกฝ่ายรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด “ทูลพระสนม อาการขององค์รัชทายาทในยามนี้ หากช้าไปแม้แต่เค่อเดียว เกรงว่ายมบาลคงมารับตัวไปดื่มน้ำแกงยายเมารถเสียแล้วเพคะ หม่อมฉันขอตัวเข้าไปช่วยคนก่อนนะเพคะ” กล่าวจบ นางก็ก้าวฉับๆ เข้าสู่ห้องบรรทมชั้นในทันที เบื้องพระพักตร์คือองค์รัชทายาทผู้มีพระพักตร์เขียวคล้ำ ริมฝีปากดำสนิทจากพิษร้าย ลมหายใจรวยรินใกล้ขาดห่วง หมอหลวงชราหลายคนต่างส่ายหน้าจนปัญญา หลินเฟยหรานไม่รอช้า นางสะบัดแขนเสื้อ หยิบถุงผ้าแพรบรรจุเข็มเงินเก้าเล่มออกมาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำดั่งสายฟ้าฟาด “พวกท่านถอยไปให้หมด อย่าให้ใครมารบกวน หากเข็มเล่มนี้พลาดไปจุดชีพจรหัวใจ พระองค์สิ้นพระชนม์ทันที!” น้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาเฉียบคมดั่งคมดาบของนาง ทำให้หมอหลวงชราเหล่านั้นผถอยกรูดด้วยความตกใจ หลินเฟยหรานสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมลมปราณที่ฝึกฝนมาในร่างใหม่นี้จรดลงที่ปลายนิ้ว ปักเข็มเงินเล่มแรกกลงบนจุด ‘ไห่ถัง’ ใต้ไหปลาร้าอย่างแม่นยำ ตามด้วยจุด ‘ฝูตู’ และ ‘จงว่าน’ *แปะ... แปะ...* เสียงโลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักผ่านปลายเข็มเงินแต่ละเล่มลงสู่ถ้วยกระเบื้องเคลือบที่นางเตรียมไว้ กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่วห้อง หลินเฟยหรานหลับตาลงตั้งสมาธิ ควบคุมทิศทางการเดินเข็มเพื่อสกัดพิษไม่ให้ลามเข้าสู่หัวใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวนวล ทว่ามือทั้งสองข้างกลับมั่นคงรากับหล่อด้วยเหล็กกล้า ฉีจวินเหยียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกราบจดจ้องทุกอริยาบทของดรุณีตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเยือกเย็นมาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ สตรีผู้นี้… เป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมีวิชาแพทย์ลึกล้ำที่แม้แต่สำนักแพทย์หลวงยังต้องก้มหัวให้? ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป โลหิตสีดำที่พุ่งทะลักค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด ลมหายใจขององค์รัชทายาทที่เคยแผ่วเบากลับเริ่มสม่ำเสมอขึ้น พระพักตร์ที่เขียวคล้ำเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาทีละน้อย หลินเฟยหรานถอนหายใจยาวเหยียด นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับพระพักตร์ให้องค์รัชทายาทด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับไปสบตากับฉีจวินเหยียนที่ยืนรออยู่ “เรียบร้อยเพคะ… พิษถูกขับออกมาหมดแล้ว อีกหนึ่งกัณฑ์พระองค์จะทรงฟื้นคืนสติ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเก็บเข็มเงินลงถุงผ้า สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงบรรทม เศษกระเบื้องเคลือบชิ้นเล็กๆ ที่มีคราบผงยาสีขาวติดอยู่… และตราประทับรูปหงส์คู่ที่สลักไว้บนนั้นอย่างประณีต ดวงตาคู่สวยของหลินเฟยหรานหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก นางแสร้งทำเป็นหยิบของตกหล่น ก้มตัวลงเก็บเศษกระเบื้องชิ้นนั้นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น ยกเว้น… สายตาคมปลาบของฉีจวินเหยียนที่มองมาทุกกระเบียดนิ้ว “ดูท่าทาง… เรื่องนี้จะมีหนูสกปรกตัวใหญ่วิ่งเล่นอยู่ในวังหลวงเสียแล้วกระมังเพคะ ท่านอ๋อง” นางกระซิบเสียงเบาหวิวให้ได้ยินกันเพียงสองคน ขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและยื่นเศษกระเบื้องชิ้นนั้นให้เขาพิจารณา ฉีจวินเหยียนรับเศษกระเบื้องนั้นมาพลิกดู นัยน์ตาคมกริบฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นตราประทับคุ้นตา—ตราประจำพระองค์ของพระสนมจ้าวหนิง! ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ ขันทีหน้าห้องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความหวาดผวา ยิ่งกว่าเดิม “ทูลท่านอ๋อง! คุณหนูรอง! พระ… พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ! มีรับสั่งให้ควบคุมตัวคุณหนูรองหลินเฟยหรานในข้อหา… วางยาพิษลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%