มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ•ตอนที่ 9

ใครบางคนในห้องเซิร์ฟเวอร์

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่าไอ้ท้าวเวสสุวรรณองค์นี้ ปลุกเสกมาสามวาระ กันได้ยันภูตผีปีศาจและโจรผู้ร้าย!" เสียงกระซิบกระซาบที่พยายามจะกดให้เบาที่สุดของจินจินดังลอดไรฟัน ขณะที่มือเรียวบางกำองค์ลอยท้าวเวสสุวรรณขนาดพกพาแน่นจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสพยายามกวาดมองไปรอบตัวในความมืดมิดสนิทของชั้นใต้ดิน อาคารสำนักงานใหญ่ในยามตีสองนี่ช่างวังเวงเสียจนน่าเอาหัวโขกกำแพงตึกตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่คนที่เดินนำหน้าเธอกลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นพรั่นพรึงเลยสักนิด ธันวาในชุดเสื้อเชื้อพับแขนและกางเกงสแลคสีเข้ม ยังคงเดินสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะยามเย็น ทั้งที่นี่คือ 'ห้องเซิร์ฟเวอร์สำรอง' ห้องทึบไร้หน้าต่างที่ต่อให้มีแสงไฟปกติก็ยังดูน่ากลัว แต่นี่ระบบไฟฟ้าขัดข้องจนมืดสนิทแถมสัญญาณโทรศัพท์ยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ "ถ้าคุณยังเอาแต่ท่องคาถาปลุกเสกอะไรนั่นไม่หยุด เราคงไม่ได้ไฟล์งานแถมอาจจะได้เพื่อนร่วมห้องเพิ่มแทนนะคะ, คุณอินฟลูสายมู" ธันวาหยุดเดินกะทันหัน จนจินจินที่มัวแต่ก้มหน้าดูจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นสัญลักษณ์ 'No Service' ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของเขาเต็มแรง "โอ๊ย! คุณธันวา! นี่แผ่นหลังหรือแผ่นเหล็กกล้าคะเนี่ย จมูกฉันจะหักอยู่แล้วนะ!" จินจินยกมือขึ้นกุมจมูกตัวเองป้อยๆ ใบหน้าสวยเหเกด้วยความเจ็บปวดและหมั่นไส้ในคราวเดียวกัน "แล้วนี่หยุดเดินทำไมคะ หรือว่า... เจอ... เจอ..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองผ่านไหล่กว้างของโปรแกรมเมอร์หนุ่มไปยังความมืดเบื้องหน้า ที่มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าดังหึ่งๆ เป็นระยะ "เจอความมืดค่ะ" ธันวาตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉายขนาดเล็กจากมือถือของเขาเอง "แล้วก็เจอคนขี้โวยวายที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำด้วย" "ใครตัวสั่นคะ! ไม่มี๊! ฉันแค่... หนาวค่ะ แอร์ห้องนี้มันปรับกี่องศากanเนี่ย เย็นเยือกถึงขั้วหัวใจเลย!" จินจินรีบปฏิเสธเสียงสูง พร้อมกับกอดอกแน่นเพื่ออำพรางอาการขาพับที่เริ่มจะทรงตัวไม่อยู่ ยิ่งบรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม เธอกยิ่งอยากจะวาร์ปหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ ธันวาถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างระอา แต่หากสังเกตให้ดี มุมปากหยักลึกข้างนั้นกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแบบที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อศอกเรียวของจินจินเอาไว้หลวมๆ เพื่อดึงให้เธอเข้ามาเดินเคียงข้าง ไม่ปล่อยให้รingอยู่ข้างหลังตามลำพัง "เดินดีๆ ค่ะ เกาะแขนผมไว้ก็ได้ ถ้ากลัวจนก้าวขาไม่ออกขนาดนั้น" "ใครบอกว่าฉันกลัว! ปล่อยเลยนะคุณธันวา ฉันเดินเองได้—เฮ้ย!" จินจินยังไม่ทันได้สะบัดแขนออก ไฟฉายในมือของธันวาเกิดกระพริบติดๆ ดับๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่แสงสว่างสีขาวนวลจะส่องกระทบเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ตรงมุมห้อง... เงามืดทะทึบรูปร่างคล้ายคนกำลังยืนหันหลังแนบชิดติดกับชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ตัวใหญ่! บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นไหม้จางๆ ลอยแตะจมูก ทั้งคู่หยุดชะงักฝีเท้าลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จินจินลืมตัวกำชายเสื้อเชิ้ตของธันวาไว้แน่นจนแทบขาดคามือ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันสนิท สมองประมวลผลด้วยความเร็วจี๋ระหว่างคาถาบทไหนจะสวดไล่ผีตรงหน้าได้ดีที่สุด ในขณะที่ธันวา... ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากเงาตรงหน้า แชตข้อความในหัวของธันวาเตือนภัย แต่ปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทาง เขาก้าวขึ้นไปยืนบังร่างเพรียวของอินฟลูเอนเซอร์สาวไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ มืออีกข้างกระชับไขควงอเนกประสงค์ที่หยิบติดมือมาจากโต๊ะทำงานเมื่อครู่แน่นขึ้น "คุณธันวา... มัน... มันขยับแล้วค่ะ" จินจินกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดปี๋ด้วยความกลัวขั้นสุด แต่ก็ยังไม่วายเอื้อมมืออีกข้างไปดึงชายเสื้อเขาไว้ พร้อมกับยื่นองค์ท้าวเวสสุวรรณไปข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ "นะ... นโม พุทธายะ! ถอยไปนะผีบ้า! ฉันมีท้าวเวสสุวรรณนะเว้ย!" ร่างสีดำทะทึบนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ เคลื่อนไหวติดขัดราวกับหุ่นยนต์ข้อต่อหลุด เสียงข้อต่อกระดูกลั่นกรอบแกรบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ และในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟฉายส่องกราดโดนใบหน้าของสิ่งนั้น... จินจินกรี๊ดลั่นจนสุดเสียงด้วยความตกใจกลัวสุดขีด! "เฮ้ย!" ธันวาเองก็ชะงักไปเช่นกัน เมื่อใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดและดวงตาเบิกโพล่งของสิ่งนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'พี่ชาติ' หัวหน้าฝ่ายไอทีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ที่ตอนนี้กำลังยืนตาค้าง ผมเผ้ากระ세กกระเซิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย และกำลังถือฮาร์ดดิสก์สำรองไว้ในมือแน่นด้วยสีหน้ามึนงง "อ้าว... น้องธันวา... น้องจินจิน... มาทำอะไรกันดึกดื่นครับเนี่ย?" เสียงแหบแห้งเอ่ยถามขึ้น ทำลายบรรยากาศสยองขวัญลงในพริบตา จินจินที่ซุกหน้าอยู่กับแผ่นหลังของธันวาค่อยๆ โผล่ลูกตาขึ้นมามอง เมื่อตั้งสติได้ว่านี่คือคนเป็นๆ ไม่ใช่ผี เธอก็เปลี่ยนจากอาการกลัวเป็นอาการโมโหทันที มือเรียวฟาดเพี๊ยะเข้าที่ไหล่กว้างของโปรแกรมเมอร์หนุ่มระบายความอัดอั้น "โอ๊ย! เจ็บนะครับคุณจินจิน ตีผมทำไมเนี่ย" ธันวาหันมาโวยวาย ทำหน้ายุ่ง "ก็ตกใจนี่คะ! แล้วพี่ชาติก็มายืนทำอะไรมืดๆ คนเดียวเล่า เกือบทำให้ฉันหัวใจวายตายคาอกคุณอยู่แล้วไหมล่ะ!" จินจินหันไปแหวใส่หัวหน้าฝ่ายไอทีต่อทันที จนพี่ชาติต้องยกมือยอมแพ้ "ผมมาเอาไฟล์โปรเจกต์ด่วนครับ พอดีไฟดับแล้วประตูล็อคอัตโนมัติ ผมหากล่องเบรกเกอร์ไม่เจอเลยติดอยู่ในนี้... ว่าแต่, พวกคุณสองคนมาทำอะไรกันในห้องเซิร์ฟเวอร์มืดๆ สองต่อสองครับเนี่ย? บรรยากาศมันชวนเข้าใจผิดนะเนี่ยฮ่าๆๆ" คำแซวของพี่ชาติทำเอาจินจินหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอรีบผละออกจากร่างสูงของธันวา ถอยหลังกรูดไปสามก้าวทันทีแก้เก้อ "สะ... 108 ไฟล์งานค่ะ! เรามาเอาไฟล์งานสำคัญต่างหากล่ะคะพี่ชาติ! รีบเอาแฟลชไดรฟ์เสียบแล้วออกไปกันเถอะค่ะ ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้วนะ!" ธันวาปรายตามองท่าทางลนลานของคนปากแข็ง มุมปากหนากระตุกยิ้มบางๆ อย่างนึกเอ็นดู เขารับแฟลชไดรฟ์จากมือพี่ชาติมาจัดการคัดลอกไฟล์ให้อย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาหวาดระแวงของจินจินคอยสาดส่องระวังภัยรอบตัวไม่ยอมกะพริบตา ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ข้อมูลทั้งหมดก็ถูกดาวน์โหลดเสร็จสิ้น ระบบไฟสำรองฉุกเฉินส่งเสียงปี๊บเบาๆ ก่อนที่หลอดไฟนีออนสีขาวบนเพดานจะติดพรึบสว่างจ้า ไล่ความมืดมิดและบรรยากาศวังเวงออกไปจนหมดสิ้น "เรียบร้อยครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นแฟลชไดรฟ์คืนให้จินจิน "กลับกันเถอะครับ ฮีโร่สายมู" "ไม่ต้องมาประชดเลยค่ะ!" จินจินค้อนให้วงใหญ่ แต่ก็ยอมรับแฟลชไดรฟ์มาถือไว้แน่น "เกือบตายเพราะความมืดแท้ๆ... ไปค่ะ รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ฉันอยากกินชาบูปลอบขวัญใจจะขาดแล้ว" ทั้งสามเดินออกจากห้องเซิร์ฟเวอร์กลับขึ้นมายังชั้นออฟฟิศปกติ พี่ชาติขอตัวแยกย้ายไปเคลียร์งานต่อที่โต๊ะ เหลือเพียงจินจินและธันวาที่กำลังเดินเคียงคู่กันไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่าง บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนในห้องเซิร์ฟเวอร์ มันเป็นความเงียบที่มีเสียงหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกของจินจิน... ไม่ใช่เพราะกลัวผี แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นๆ จากมือหนาของธันวาที่เผลอกุมมือเธอไว้ตั้งแต่ตอนเดินฝ่าความมืด แล้วยังไม่ได้ยอมปล่อยจนถึงตอนนี้ จินจินก้มมองมือที่ประสานกันแนบแน่นโดยไม่รู้ตัว ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวเพื่อทำลายความเขินอาย แต่จังหวะนั้นเอง... *ติ๊ง!* เสียงลิฟต์เปิดออก ธันวาหยุดเดิน ปล่อยมือออกจากมือเธอช้าๆ จนจินจินรู้สึกใจหายวาบอย่างประหลาด เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองสบตาเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แววตาที่ทำเอาคนขี้โวยวายอย่างเธอถึงกับพูดไม่ออก "จินจิน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก แทนที่จะเป็นสรรพนามห่างเหินแบบเดิม "อะ... อะไรคะ?" จินจินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเจอผีในห้องเซิร์ฟเวอร์เสียอีก "คือว่า..." ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาโชยปะทะจมูก "เรื่องเมื่อกี้... ที่คุณบอกว่าเกือบตายคาอกผมเนี่ย..." "อะ... ไรเล่า! จะล้อฉันใช่ไหมล่ะ!" จินจินรีบตัดบทด้วยความเขินจัด เตรียมจะหันหลังเดินหนีเข้าลิฟต์ แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทนั้นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เธอดำดิ่ง **"ถ้าเปลี่ยนจากตายคาอก เป็นมาเป็นแฟนกัน... จะสนใจไหมครับ?"** ข้อความในแชตไลน์ส่วนตัวที่เผลอพิมพ์ค้างไว้ในโทรศัพท์มือถือของธันวาเด้งโชว์หราขึ้นมาบนหน้าจอพอดี พร้อมกับสถานะที่ขึ้นว่า *'ส่งแล้ว'* ก่อนที่เขาจะรีบกดกดยกเลิกข้อความไม่ทัน! --- ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นคำตอบของยัยตัวแสบกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%