"กรี๊ด! บ้าไปแล้ว! ใครก็ได้ช่วยด้วย ยัยจินจินแกเปิดกล้องทิ้งไว้เหรอเนี่ย!"
เสียงแว้ضของอินฟลูเอนเซอร์สายมูอย่างฉันดังลั่นห้องประชุมมืดทึบ จนวิญญาณไร้หน้าตัวนั้นเกือบจะเอามือ (ที่ไม่มี) ขึ้นมาอุดหู มือบางสั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์มือถือราคาแพงร่วงหล่นลงพื้น หน้าจอแสดงผลของแอปพลิเคชันไลฟ์สดกำลังรันคอมเมนต์วิ่งปะทะกันราวกับไฟลามทุ่ง ยอดผู้ชมพุ่งทะยานจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ข้อความวิ่งผ่านรัวจนอ่านไม่ทัน *‘เฮ้ย! ข้างหลังจินจินคืออะไรวะ?’*, *‘แม่เจ้าโว้ย กราפיิกเนียนมาก CG หรือของจริง?’*, *‘พี่เสื้อขาวข้างหลังหน้าตาคุ้นๆ นะคะ เหมือนไม่หายใจเลย’*
ฉันหน้าซีดเผือด หันขวับไปมองโปรแกรมเมอร์หนุ่มหน้านิ่งที่ยังคงยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายใจราวกับกำลังยืนชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ทั้งที่เก้าอี้ตัวเมื่อครู่เพิ่งหมุนกลับมาเองแถมยังมีเงาประหลาดโผล่หัวออกมาทักทาย
"ธันวา! นายยังจะมายืนทำหน้าตายอยู่อีกเหรอคะ! เนี่ย! คนดูเป็นหมื่นเห็นหมดแล้วว่าเราติดอยู่ในห้องประชุมผีสิง!" ฉันโวยวายเสียงสั่น ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปจ่อตรงหน้าเขาอย่างลนลาน พร้อมกับใช้มืออีกข้างกำตะกรุดและยันต์ในกระเป๋าเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่
ธันวาปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนแวบหนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ เขายื่นนิ้วเรียวยาวมาปัดหน้าจอเพื่อดูคอมเมนต์ที่กำลังคอมเมนต์แซวความโป๊ะของพวกเราอย่างสนุกสนาน
"ก็บอกแล้วว่าอย่าซุ่มซ่าม..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ความตื่นตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น "คุณเป็นอินฟลูเอนเซอร์ประสาอะไร ถึงได้เผลอกดไลฟ์สดตอนกำลังโดนผีหลอกล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีติดปากไปหน่อย ฉันหมายถึง *นะคะ*" เขาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายที่ส่งตรงมาจากดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความโกรธปนกลัว
"นี่มันเวลามาแซวกันเหรอคะไอ้คุณโปรแกรมเมอร์หน้าตาย!" ฉันแทบจะกรี๊ดใส่หูเขาอยู่แล้ว บรรยากาศรอบตัวในห้องประชุมเริ่มเย็นเยียบลงเรื่อยๆ อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาดำไร้หน้าที่เคยอยู่ตรงมุมห้องเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พวกเราทีละนิด เสียงลากเก้าอี้ ‘เอี๊ยด... เอี๊ยด...’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วสติสัมปชัญญะของฉันแทบจะกระเจิง
ในไลฟ์สด ตอนนี้คอมเมนต์แตกตื่นยิ่งกว่าเดิม:
*‘เห้ย! เงาขยับได้ว่ะ!’*
*‘พี่ผู้ชายข้างๆ จินจินหล่อมากกกกก แต่ทำไมหน้าซีดจังวะ’*
*‘เขวี้ยงสตรีมเมอร์ทิ้งแล้วหนีเร้วววว ผีมานู่นแล้ว!’*
"จินจิน" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอמהขึ้นเบาๆ แต่กลับมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องชะงักความโวยวายลงชั่วขณะ เขาสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุม ด้านหน้าคือร่างสูงโปร่งของเขาที่กางแขนออกเล็กน้อยเพื่อบังเงาประหลาดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"นะ... นายจะทำอะไรคะ" ฉันถามเสียงสั่น หัวใจเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าดังเพราะความกลัวผี หรือเพราะระยะห่างระหว่างเรามันใกล้จนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดปولอยู่ที่ข้างแก้มท่ามกลางความหนาวยะเยือก
"หลับตา" เขาออกคำสั่งสั้นๆ น้ำเสียงจริงจังจนน่าตกใจ
"ไม่เอา! เกิดฉันหลับตาแล้วมันเอาหัวฉันไปเตะปี๊บแทนฟุตบอลจะทำยังไงเล่า!" ฉันเถียงคอเป็นเอ็น มือข้างหนึ่งยังคงถือมือถือไลฟ์สดค้างไว้แบบไม่รู้ตัว
ธันวาถอนหายใจยาวพรืดอย่างจนปัญญา ก่อนที่มือหนาของเขาจะเอื้อมมาปิดตาฉันด้วยฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาเอง สัมผัสที่แนบลงมาบนเปลือกตาทำให้ความกลัวในใจสะดุดกึก กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นชาเขียวอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก ทอนความน่ากลัวของบรรยากาศรอบตัวให้เจือจางลงอย่างน่าประหลาด
"เชื่อฉันสักครั้งสىครับ... ยัยตัวแสบ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ยิ่งคำพูดที่หลุดออกมามันช่างอบอุ่นและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน "ถ้าคุณยังลืมตาแล้วโวยวายเสียงดังแบบนี้ วิญญาณตนนั้นอาจจะรำคาญจนเลือกสิงคุณแทนที่จะสิงผมก็ได้นะครับ"
"แล้วทำไมต้องให้มันสิงนายเล่า!" ฉันโวยวายอู้อี้อยู่ใต้ฝ่ามือของเขา
"ก็เพราะ..." ธันวาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ลมหายใจของเขาอุ่นรดอยู่ใกล้ใบหูจนขนลุกซู่ "ผมไม่อยากให้คุณต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งคาไลฟ์สดให้คนเป็นแสนดูไงล่ะครับ"
ฉับพลัน เสียงหัวเราะแหบแห้งที่เคยหลอนประสาทเมื่อครู่ก็เงียบกริบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยบางอย่างดังขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ในมือฉัน
หน้าจอไลฟ์สดที่ควรจะค้างอยู่กับภาพห้องประชุมมืดๆ กลับตัดภาพวูบกลายเป็นสีดำสนิท พร้อมกับข้อความป๊อปอัปแจ้งเตือนเด้งขึ้นมากลางหน้าจอ: **[บัญชีของคุณถูกระงับการใช้งานชั่วคราวเนื่องจากตรวจพบเนื้อหาที่ละเมิดกฎความปลอดภัยของชุมชน]**
เอ๊ะ... ละเมิดเหรอ? หรือว่าระบบจับภาพ 'สิ่งนั้น' ได้จริงๆ?
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากถามอะไร มือของธันวาที่ปิดตาอยู่ก็เลื่อนลงมาจับมือถือในมือฉันไปถือไว้เอง พร้อมกับแรงกระชากเบาๆ ที่ดึงให้ฉันเซเข้าไปซบกับอกแกร่งของเขาอย่างจัง ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบวับๆ จากนอกหน้าต่างตึก
"ธันวา... ปล่อยฉันนะ" ฉันพยายามดันอกเขาออกเบาๆ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเจอผีเสียอีก "แล้วเมื่อกี้... นายทำไมถึงไม่กลัวเลยล่ะ ผีหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้น ทำไมนายถึงดูชิลจัง"
ธันวานิ่งเงไปชั่วครู่ ความเงียบโรยตัวปกคลุมระหว่างเราทั้งคู่ มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของฉันและเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ใต้ฝ่ามือที่ฉันดันไว้
ในความมืดที่ไร้แสงสว่าง ใบหน้าของโปรแกรมเมอร์หนุ่มหน้านิ่งค่อยๆโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากของเราเกือบจะชนกัน รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาปรากฏขึ้นในความสลัว ราวกับเขากำลังจะยอมเปิดเผยความลับบางอย่างที่เก็บงำมานาน
"ก็เพราะว่า..." ธันวาขยับริมฝีปากกระซิบชิดริมใบหูของฉัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและจริงจังจนน่าใจหาย "สำหรับผมแล้ว... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้ ไม่ใช่ผีไม่มีหน้าในห้องประชุมหรอกครับ..."
ฉันกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เผลอจ้องมองดวงตาคมกริบของเขาในความมืด รอฟังคำตอบด้วยหัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
"...แต่คือการที่ต้องเห็นคุณวิ่งหนีออกไปจากชีวิตผมต่างหากล่ะครับ"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตส่วนตัวในไลน์เด้งขึ้นมาหน้าจอโทรศัพท์ของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะพอดี หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบขึ้นในความมืด เผยให้เห็นข้อความที่เขาพิมพ์ค้างไว้และยังไม่ได้ส่ง—แต่นิ้วมือซนๆ ของฉันดันไวกว่าความคิด เอื้อมไปกดอ่านมันเข้าเต็มตา:
*[ธันวา: นี่... เลิกเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายมูแล้วมาเป็นแฟนผมแทนดีไหมครับ? (ลบแล้ว)]*
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าฉันแอบอ่านข้อความที่เขากดลบไม่ทัน ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงจางๆ ยามที่แสงจากหน้าจอสาดกระทบ ขณะที่ฉันอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตที่โคตรจะโบ๊ะบ๊ะและใจฟูในเวลาเดียวกันท่ามกลางดงผีสิง!
---
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางหลอนปนเขินมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ)*
มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ•ตอนที่ 8
สตรีมสดพารั่ว
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!