“จิน... ถ้าเธอจะเอาเบี้ยแก้มาแปะหน้าผากฉันแบบนี้ คืนนี้เราคงไม่ได้ทำงานกันหรอกนะ”
เสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเหมือนกำลังอ่านคู่มือติดตั้งโปรแกรมดังขึ้นในความมืด จินจินสะดุ้งสุดตัวจนเครื่องรางที่ถืออยู่ในมือแทบกระเด็นหลุดหายไปในซอกโต๊ะ เธอรีบคว้าไฟฉายจากมือถือส่องไปที่ใบหน้าของคนตรงหน้า ทว่าแสงสีขาวนวลกลับส่องไปกระทบเข้ากับเงาสีดำวูบวาบที่ยืนซ้อนหลังเขาอยู่—เป็นเงาของผู้หญิงผมยาวสลวยที่ดูคุ้นตา เหมือนกับคนที่เธอเพิ่งเห็นในกระจกเมื่อครู่
“ธันวา! ถอยไป! ถอยไปไกลๆ เลยนะ!” จินจินแผดเสียงลั่นออฟฟิศพลางตะเกียกตะกายถอยหลังจนเก้าอี้หมุนล้มโครม เธอสั่นไปทั้งตัว มือไม้เย็นเฉียบ แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ไหล่ของชายหนุ่ม “ข้างหลังคุณ... มีใครก็ไม่รู้!”
ธันวาขยับแว่นสายตาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกลับเอียงคอเล็กน้อยอย่างคนไม่เข้าใจโลก เขาไม่ได้หันไปมองข้างหลังตามที่เธอบอก แต่กลับเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับยื่นมือออกมา
“ข้างหลังผมน่ะมีแค่เครื่องถ่ายเอกสารรุ่นปี 2010 ที่มักจะรวนตอนเที่ยงคืนเท่านั้นแหละครับ... เอ้อ หมายถึงค่ะ” เขาชะงักไปนิดเมื่อเห็นสายตาอาฆาตจากจินจิน “จินจิน คุณดูเพลียไปนะ ดื่มกาแฟไหม?”
“กาแฟบ้านคุณสิ! ฉันเพิ่งโดนผีจองตัวไปเมื่อกี้!” จินจินกระโจนเข้าหาเขาอย่างลืมตัว เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ในวินาทีที่วิญญาณตนนั้นโน้มตัวลงมาหาธันวา สัญชาตญาณของคนขี้มูก็สั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปดึงแขนเขาให้หลุดจากรัศมีของเงามืดนั้น “คุณนี่มันมนุษย์ประเภทไหนกัน ทำไมถึงมีผีตามเป็นพรวนแบบนี้ฮะ? ปกติเขาต้องมีออร่าคนดวงแข็ง แต่นี่คุณมีแต่ออร่า ‘คนตายที่ยังไม่รู้ตัว’ แผ่ออกมา!”
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองดูมือเล็กที่กำแขนเสื้อเขาไว้แน่นก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเธอ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่มันกลับมีความเว้าวอนบางอย่างที่จินจินอ่านไม่ออก
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาตอบเสียงแผ่ว “แต่ทุกครั้งที่ผมรู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างๆ เหมือนเขากำลังปกป้องผมมากกว่าจะเป็นผีร้ายนะ คุณไม่รู้สึกเหรอว่า... กลิ่นดอกไม้จันทน์จางๆ ตรงนี้มันหอมเหมือนน้ำหอมที่คุณชอบใช้?”
จินจินชะงัก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นที่ว่านั้นไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของเธอ แต่มันคือกลิ่นดอกแก้วที่ผสมกับกลิ่นอับชื้นของสุสาน!
“ธันวา... คุณบอกมาตรงๆ นะ” จินจินขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดๆ จากตัวเขาที่ตัดกับกลิ่นเหม็นเน่ารอบข้าง “คุณเป็นคนจริงๆ ใช่ไหม? หรือว่าจริงๆ แล้วคุณคือวิญญาณที่ทำโปรเจกต์ค้างไว้จนไปเกิดไม่ได้!”
“ผมมีชีพจรนะ” ธันวาหยิบมือของเธอไปวางไว้บนข้อมือซ้ายของเขา ชีพจรที่เต้นตุบๆ อย่างมั่นคงทำให้จินจินรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบเดิมก็ดังขึ้นข้างหูเธออีกครั้ง—คราวนี้มันไม่ใช่เสียงที่ลอยมาตามลม แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ดับไปแล้ว!
*“เขาน่ะ... หัวใจเต้นเพราะฉันต่างหากล่ะจินจิน...”*
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของธันวาสว่างวาบขึ้นมาเอง โดยที่ไม่มีใครแตะต้อง มันแสดงบรรทัดคำสั่ง (Code) ที่พิมพ์รัวเร็วขึ้นมาเป็นภาษาที่อ่านไม่เข้าใจ แต่ที่น่าขนลุกกว่าคือข้อความบรรทัดสุดท้ายที่พิมพ์ทิ้งไว้บนหน้าจอ
`[สถานะปัจจุบัน: ธันวาได้รับหัวใจสำรองจากผู้ที่รักเขาที่สุด และนั่นก็คือคุณ... จินจิน]`
จินจินปล่อยมือจากแขนเขาอย่างแรง เธอถอยกรูดไปพิงผนังออฟฟิศ หน้าซีดเผือด “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ฉันมาทำงานหาเงินนะ ไม่ได้มาทำหน้าที่เป็นถังพักหัวใจให้ผี!”
ธันวาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้ตกใจเหมือนเธอ แต่กลับมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยอย่างน่าประหลาด “แปลกแฮะ... โค้ดส่วนนี้ผมจำไม่ได้ว่าเคยเขียนเอาไว้ แล้วทำไมมันถึงมีชื่อคุณอยู่ในฟังก์ชันการทำงานล่ะ?”
“คุณจะบอกว่าฉันถูกเขียนโปรแกรมขึ้นมาเพื่อให้มารักคุณเหรอ? ฝันไปเถอะ!” จินจินหยิบยันต์เก้ายอดออกมาแปะบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว เสียงหวีดร้องแหลมเล็กดังลั่นออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์จนกระจกในออฟฟิศสั่นไหว
“จินจิน ระวัง!” ธันวากระโดดเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ในอ้อมกอดก่อนที่ชั้นวางหนังสือด้านหลังจะถล่มลงมา เสียงโครมครามดังสนั่นไปทั่วชั้นดาดฟ้า ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจากมือถือสลัวๆ จินจินพบว่าตัวเองซบอยู่กับอกของเขา กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายทำงานหนักพุ่งเข้าจมูกจนเธอใจสั่นผิดจังหวะ
เธอกำลังจะผลักเขาออก แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนัง—เงานั้นไม่ได้มีแค่สองคน แต่ที่มุมมืดของห้อง มีผู้ชายอีกคนหนึ่งยืนกอดอกจ้องมองพวกเขาอยู่... เขาใส่ชุดสูทสีเทา ใบหน้าหล่อเหลาคล้ายคลึงกับธันวา แต่ดวงตานั้นมืดบอดและว่างเปล่า
ธันวายังคงกอดเธอแน่น เขากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป... เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้วิญญาณในห้องเงียบกริบลงทันที
“นั่นไม่ใช่ผีที่ตามผมหรอกนะจินจิน... นั่นน่ะ คือตัวจริงที่ผมพยายามหนีมาตลอดสิบปี”
ร่างในเงากระจกเริ่มก้าวออกมาจากผนังราวกับเป็นเรื่องปกติ ธันวาหลับตาลงแน่นพร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้จินจินแทบหยุดหายใจ
“เตรียมตัวให้พร้อมนะจินจิน... คืนนี้ เราต้องหนีออกจากที่นี่พร้อมกัน ก่อนที่ตัวผมในกระจกจะดึงคุณเข้าไปแทนที่ผม”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและปั่นป่วนไปกับจินจินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ•ตอนที่ 4
ทำไมคนหล่อต้องมีผีตาม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!