“บอกแล้วไงคะว่าถ้าไม่อยากตาย... ก็ห้ามหันไปมอง!”
เสียงแหลมปรี๊ดของจินจินดังลั่นห้องรับแขกของออฟฟิศ ก่อนที่ร่างเพรียวบางในชุดฮู้ดตัวโคร่งจะพุ่งพรวดเข้ามา พร้อมกับสายสิญจน์สีขาวม้วนโตที่ถูกพันรอบตัวเธอไม่ต่ำกว่าสามรอบ จนดูราวกับมัมมี่สาวสายมูที่เพิ่งหนีออกมาจากสุสานฟาโรห์ มือข้างหนึ่งถือผ้ายันต์สีแดงฉานสลับกับสวดคาถาพึมพำไม่เป็นภาษา ส่วนอีกข้างลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์และโน้ตบุ๊กคู่ใจเข้ามาด้วยความทุลักทุเล
ธันวาที่นั่งไขว่ห้างหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ช้อนตามองสภาพของอินฟลูเอนเซอร์สาวตรงหน้าอย่างช้าๆ เขากระพริบตปริบๆ สองครั้ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท
“คุณจินจินครับ... เอ๊ย... คุณจินจินคะ” ธันวาแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตที่จ้องเขม็งมาอย่างเอาเรื่อง “นี่คุณกะจะมาตั้งสำนักทรงเจ้าหรือมาเคลียร์โค้ดระบบฐานข้อมูลโปรเจกต์ใหม่กันแน่ครับ... เอ๊ย... กันแน่นะคะ?”
“ยังจะมีหน้ามาเล่นมุกอีกเหรอคะคุณโปรแกรมเมอร์หน้าตาย!” จินจินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแรงจนสายสิญจน์พันกันยุ่งเหยิง เธอหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวระคนกัน “คุณรู้ไหมว่าเมื่อคืนฉันแทบไม่ได้นอน! เพราะรูปที่คุณส่งมาถามว่า *‘ไอ้คนที่ยืนซ้อนข้างหลังผมในรูป... มันกำลังเดินมาเคาะกระจกห้องนอนฝั่งคุณหรือเปล่าครับ’* นั่นน่ะ! อีผีตัวนั้นมันมาเคาะจริงๆ นะคะ! แถมมันยังหน้าขาวซีด ปากฉีกถึงใบหู แล้วก็ทำหน้าตายใส่ฉันเหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยนเลยด้วย!”
ธันวาเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มสุดฤทธิ์ “หน้าตายเหมือนผมเหรอครับ? แสดงว่าผีตัวนั้นต้องดูหล่อเหลาเอาการพอสมควรสินะคะ”
“หล่อบ้าหลอบออะไรล่ะคะ! หน้าตาน่ากลัวจะตาย! แล้วทำไมคุณถึงไม่สะทกสะท้านอะไรเลยวะ... เอ๊ย... เลยคะ!” จินจินโวยวายพร้อมกับควักวัตถุดิมมูเตลูสารพัดอย่างออกจากกระเป๋า ทั้งไอ้ไข่แกะสลัก น้ำมนต์วัดดัง และเบี้ยแก้ พรวพราดเอามาวางเรียงรายบนโต๊ะทำงานของธันวาจนแทบไม่มีที่วางโน้ตบุ๊ก “ฉันอุตส่าห์แบกสังขารแล้วก็หอบโน้ตบุ๊กแหกขี้ตามาทำงานออฟฟิศกะดึกเป็นเพื่อนคุณ เพราะกลัวว่าคุณจะโดนผีลากไส้ไปกินในออฟฟิศร้างนี่... รู้ไว้ซะด้วยนะคะว่าฉันเป็นห่วงหรอกนะ!”
ประโยคหลังสุดหลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จินจินจะรู้ตัวและรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่เผลอพูดความในใจออกไป
ธันวาชะงัก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด แววตานิ่งสนิทคู่นั้นพราวระยับขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่มีใครทันสังเกต บรรยากาศรอบตัวที่เคยหนาวเยือกเพราะความหลอน กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่อบอุ่นและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด
“อ๋อ...” ธันวาครางรับในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลกว่าปกติ “ที่แท้ก็... เป็นห่วงผมเหรอคะ?”
“มะ... ไม่ได้ห่วงสักหน่อย!” จินจินเสียงสูงกลบเกลื่อน ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู เธอรีบคว้าแก้วน้ำมนต์ขึ้นมาซดอึกๆ เพื่อดับความเก้อเขิน “ฉันแค่ห่วงงานต่างหาก! ถ้าคุณตายแล้วใครจะมาแก้โค้ดโปรเจกต์ให้ฉันล่ะคะ จริงไหม?”
“ครับๆ เชื่อก็ได้ครับ” ธันวาอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ เพื่อช่วยเธอแกะสายสิญจน์ที่พันรุงรังออก มือเรียวยาวของโปรแกรมเมอร์หนุ่มสัมผัสโดนปลายนิ้วของเธอเบาๆ ความเย็นเฉียบจากมือของธันวาตัดกับความอุ่นร้อนจากมือของจินจิน สร้างกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่างจนจินจินต้องสะดุ้งเฮือก
“นี่... มือคุณทำไมเย็นชะมัดเลยคะ” จินจินกระซิบถามเสียงสั่น หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงแอร์ในห้อง
“ก็เพราะว่า...” ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสกัน “ผมมีคุณมาคอยกวนใจอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ไงคะ... เลือดมันเลยสูบฉีดไม่ค่อยทัน”
จินจินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับมุกหยอดหน้าตายของนายโปรแกรมเมอร์สายชาเย็นคนนี้ เธอกำลังจะอ้าปากด่ากลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องทำงานชั้นสิบสองดังขึ้นอย่างเชื่องช้าและน่าขนลุก ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกันทันที
ที่ด้านนอกกระจกใส... ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล ใบหน้าสีขาวซีดไร้เลือดฝาดของชายหนุ่มคนเดิมกำลังแนบติดกับกระจก ดวงตาสีดําสนิทไร้แววชีวิตจ้องมองตรงมาที่พวกเขา ริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูขยับช้าๆ เป็นประโยคที่ทำเอาเลือดในGกายนิ่งสนิท
*“เจอ... ตัว... แล้ว...”*
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบคว้ามือของจินจินที่กำลังสั่นเทามากุมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่เด็ดขาด
“ซ่อนใต้โต๊ะเร็วค่ะ... ผีตัวนั้นไม่ใช่ผีธรรมดาแล้วล่ะครับ... มันกำลังพยายามจะเข้ามาข้างใน... ทางเงาของคุณ”
จินจินตาโตด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ขณะที่เธอกำลังจะมุดลงไปใต้โต๊ะตามที่ธันวาบอก สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของธันวาที่เปิดโปรแกรมแชตทิ้งไว้ ข้อความล่าสุดที่ถูกพิมพ์ค้างไว้โดยที่ไม่มีใครแตะคีย์บอร์ด ปรากฏตัวอักษรวิ่งขึ้นมาทีละตัวอย่างช้าๆ...
*Tanwa: จินจินครับ... ถ้าผมรอดคืนนี้ไปได้... ผมขอจีบคุณ...*
ข้อความยังไม่ทันจบดี หน้าจอก็ดับวูบลงพร้อมกับไฟทั่วทั้งออฟฟิศที่ดับพรึบพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ และเสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างหูของจินจิน... *“เขาจีบเธอไม่ได้หรอกนะ... เพราะฉันจองตัวเขาไว้ก่อนแล้ว...”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหวีดความหลอนปนเขินในตอนนี้นะคะ
มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ•ตอนที่ 3
เครื่องรางของขลังกับโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!