"คุณรู้ตัวไหมคะว่าคุณกำลังทำบาปมหันต์..."
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงของจินจิน ขณะที่นิ้วเรียวสวยกำลังจิ้มหน้าจอโทรศัพท์มือถือยิกๆ ราวกับจะระบายความโกรธแค้นลงไปบนแป้นพิมพ์ ห้องนอนขนาดกะทัดรัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมอ่อนๆ และกำยานดอกไม้จันทน์ (เพื่อความสบายใจ) กลับดูร้อนระอุขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงประโยคบ้าบอคอแตกที่ส่งตรงมาจากโปรแกรมเมอร์หนุ่มหน้าตายเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
*“ผมรู้ครับ... ผมรอให้คุณรู้ตัวมาตั้งนานแล้ว”*
ให้ตายเถอะ! นี่มันประโยคสารภาพรักระดับ Masterpiece ของพวกพระเอกซีรีส์เกาหลีชัดๆ แต่ปัญหาคือ มันดันหลุดออกมาจากปากของธันวา ผู้ชายที่วันๆ เอาแต่นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำหน้าตายซากราวกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ถูกถอดปลั๊ก และที่สำคัญที่สุด... เขาคือผู้ชายที่พกวิญญาณเร่ร่อนติดสอยห้อยตามมาออฟฟิศทุกกระเบียดนิ้ว!
จินจินสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาน่าสงสัยของอีกฝ่ายออกไปจากสมอง เธอกอดอกแน่น ชุดนอนลายเป็ดน้อยสีเหลืองสดใสไม่ได้ช่วยลดความกระวนกระวายใจลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดสลัวกะพริบปริบๆ มองนาฬิกาดิจิทัลบนหัวเตียงที่ส่องแสงสีแดงวาบฟ้องเวลา... *03:14 น.*
เวลาผีตากผ้าอ้อมแท้ๆ ใครเขาตื่นมานั่งคิดเรื่องผู้ชายกันวะเนี่ย!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทำให้หัวใจของอินฟลูเอนเซอร์สาวสายมูเตลูสะดุ้งวาบราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต มือบางรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความเร็วแสง คิดว่าคงจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรตนไหนอีกที่ส่งสัญญาณเตือนภัย แต่พอเห็นชื่อผู้ส่ง... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกก
*Tanwa: งานระบบฐานข้อมูลที่คุยค้างไว้เมื่อวาน ตรงฟังก์ชันคำนวณสิทธิ์ผู้ใช้งาน น่าจะติดบั๊กตรงบรรทัดที่ 402 คุณพอจะมีเวลาว่างช่วยดูให้หน่อยไหมครับ?*
จินจินขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม อะไรกันเนี่ย? ตีสามสิบห้านาทีเนี่ยนะ ส่งเรื่องโค้ดโปรแกรมมาถาม! ผู้ชายคนนี้ทำด้วยอะไรวะ ทำงานจนสมองกลับกลายเป็นวงจรไฟฟ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ไม่หลับไม่นอนแถมยังมารบกวนเวลานอนอันมีค่าของคนอื่นเขาอีก
เธอนิ่วหน้าพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดปนหมั่นไส้
*Jinjin: นี่คุณธันวา! สมองคุณกระทบกระเทือนจากการโดนผีอำหรือไงคะ ถึงได้ทักเรื่องงานตอนตีสามครึ่งแบบนี้! แล้วอีกอย่าง... ฉันเป็นสายมู ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์เทวดาที่จะมาแก้บั๊กให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะยะ!*
กดส่งปุ๊บ... อ่านปั๊บ!
ความไวของธันวานี่มันระดับนักกีฬาโอลิมปิกชัดๆ เขารอจ้องหน้าจอมือถืออยู่หรือไงกันนะ
*Tanwa: ผมก็นึกว่าคุณยังไม่นอนเสียอีก เห็นตาสว่างโพลงมาตั้งแต่หัวค่ำแล้ว*
จินจินชะงัก ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอรีบหันซ้ายหันขวาราวกับระแวงว่าจะมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ใต้หมอน บ้าจริง! เขารู้ได้ยังไงว่าเธอนอนไม่หลับ? หรือว่าเขาแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ที่ห้องเธอ? หรือว่า...
*Jinjin: นี่คุณแอบซุ่มดูฉันเหรอ! โรคจิตหรือไงยะ!*
*Tanwa: เปล่าครับ... แค่เดาจากสถานะออนไลน์ กับจำนวนครั้งที่คุณพิมพ์แล้วลบๆ อยู่เป็นสิบนาที*
จินจินเม้มปากแน่น รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แบบไม่มีสาเหตุ ยัยบ้าเอ้ย! เผลอแสดงอาการพิรุธให้ไอ้ผีดิบน้ำแข็งนี่เห็นจนได้
แต่ก่อนที่เธอจะได้พิมพ์ข้อความด่ากลับไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรีอินฟลูเอนเซอร์สายมู หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot) บรรทัดโค้ดโปรแกรมยาวเหยียดที่ธันวาแนบมาประกอบการอธิบายงาน ส่งตรงเข้ามาในห้องแชตส่วนตัว
จินจินหรี่ตามองภาพนั้นอย่างรำคาญใจ นิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพเพื่อจะดูว่าไอ้บรรทัดที่ 402 มันมีปัญหาบ้าบออะไรนักหนา ถึงทำให้โปรแกรมเมอร์หนุ่มต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาถามกลางดึก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลมหนาวประหลาดก็พัดกรรโชกเข้ามาในห้องนอนปิดทึบ ทั้งๆ ที่หน้าต่างและประตูลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา ขนอ่อนทั่วร่างของจินจินลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องพึ่งพาคาถาอาคมใดๆ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถล่นออกมานอกเบ้า เมื่อเธอกวาดสายตาเลยจากบรรทัดโค้ดโปรแกรมในภาพหน้าจอ ไปยังพื้นที่ว่างสีดำด้านข้าง...
ตรงมุมขวาบนของภาพ ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ว่างเปล่าของหน้าต่างโปรแกรม แต่กลับปรากฏ "เงาสลัวราง" ของใบหน้าสีขาวซีดไร้เลือดฝาด ดวงตากลมโตสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นจ้องทะลุจอโทรศัพท์มือถือตรงมาที่เธอ รอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหูเผยให้เห็นฟันซี่แหลมคมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำคล้ำ
ไม่ใช่ภาพตัดต่อ... และไม่ใช่ภาพกราฟิกจากเกมสยองขวัญ
แต่มันคือ "เงาปริศนา" ที่แถมพ่วงติดมากับไฟล์งานของธันวาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
จินจินอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงกรีดร้องติดอยู่ในลำคอจนเปล่งออกมาเป็นเพียงเสียงฮึดฮัดเบาหวิว มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้
และในจังหวะที่เธอกำลังจะกดล็อกหน้าจอเพื่อหนีความสยองขวัญ ข้อความใหม่จากธันวาก็เด้งขึ้นมาตัดหน้าจอพอดีราวกับจับวาง
*Tanwa: อ่า... ขอโทษทีครับ รูปเมื่อกี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะส่งให้คุณดูหรอกนะ...*
จินจินใจหายวาบ นิ้วมือเย็นเฉียบ เธอจ้องมองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่เริ่มตีรวนระคนหวาดผวา
*Tanwa: พอดีว่า... ตอนที่ผมกำลังแคปหน้าจอเมื่อกี้ มีใครก็ไม่รู้มายืนซ้อนอยู่ข้างหลังผมเต็มไปหมดเลยน่ะครับ...*
ยังไม่ทันที่จินจินจะตั้งสติได้ทันกับประโยคชวนขนหัวลุกนั้น เสียงเคาะประตูกระจกห้องนอนเบาๆ ก็ดังขึ้นจากระเบียงห้องชั้นสิบสอง... ทั้งๆ ที่ข้างนอกนั้นไม่มีระเบียงยื่นออกไป มีเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิดของยามวิกาลเท่านั้น!
"ก๊อก... ก๊อก..."
เสียงเคาะประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความล่าสุดจากธันวาที่เด้งขึ้นมาตอกย้ำความสยองขวัญจนลมหายใจสะดุดกึก
*Tanwa: เอ่อ... จินจินครับ... คือว่า... ตอนนี้ไอ้คนที่ยืนซ้อนข้างหลังผมในรูป... มันกำลังเดินมาเคาะกระจกห้องนอนฝั่งคุณหรือเปล่าครับ?*
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเสียงกระซิบยามดึกในค่ำคืนนี้ค่ะ
มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ•ตอนที่ 2
แชตที่เด้งมาตอนตีสาม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ลงตัวกับผีหน้าตายในออฟฟิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!