"ศิษย์ข้า... เจ้าทำได้ดีมากที่พาคนรักมาส่งให้ถึงมือข้าเพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวยสุดท้าย"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำราวกับเสียงโม่หินบดกระดูกดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบผาสุสานโลหิต กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนหมู่เมฆบนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ หลินเฟยยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาหิน ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาตับไตไส้พุงจนแทบกระอักเลือด สายตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของมู่หรงเซียนที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่อาคมสีแดงฉาน นางหมดสติไปแล้ว ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนไขต้องสายลมแรง
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ปรำจารย์เต๋าเคยสอนไว้ว่า *จิตที่ไร้ระลอกคลื่นย่อมสะท้อนเงาจันทร์ได้กระจ่างชัด* ทว่าในยามนี้ เงาจันทร์ในใจเขากลับถูกย้อมด้วยสีเลือดของความแค้น
"มารโลหิต..." หลินเฟยเอ่ยชื่อนั้นออกมาทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "ท่านเลี้ยงดูข้ามาสิบปี ถ่ายทอดวิชาให้ข้าครึ่งหนึ่ง แต่สิบปีนั้น คงเป็นเพียงการเตรียมตัวเพื่อวันนี้... วันที่ท่านจะใช้ชีวิตของสตรีที่ข้ารัก เป็นก้าวสุดท้ายสู่วิถีมารสมบูรณ์สินะครับ"
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาหมอก มารโลหิตแย้มยิ้ม ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่ดวงตากลับเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด เขายกมือขึ้นลูบเคราสีขาวที่เปื้อนคราบโลหิตพลางหัวเราะในลำคอ
"หลินเฟย เจ้าเป็นศิษย์ที่ฉลาดที่สุด และดื้อรั้นที่สุดที่ข้าเคยมีมา" มารโลหิตกล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูอย่างจอมปลอม "ความรักคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดผู้ฝึกยุทธ์ให้อ่อนแอ เจ้าแบกนางไว้ เจ้าก็ไม่มีทางบรรลุนิติภาวะแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ได้ วันนี้ข้าจะช่วยปลดปล่อยเจ้า... ด้วยการส่งนางไปสู่สุขคติ และเจ้า... จงใช้ความแค้นนี้ บรรลุวิชาขั้นสูงสุดร่วมกับข้าเสียเถอะ"
"ท่านเข้าใจผิดแล้ว..."
หลินเฟยค่อยๆ หลับตาลง มือขวาที่กุมด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาเริ่มคลายออกเล็กน้อย ก่อนจะกำชับแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด
"ความรักไม่ใช่โซ่ตรวน... แต่มันคือเหตุผลที่ทำให้กระบี่ในมือข้ามีความหมายต่างหาก"
สิ้นคำ หลินเฟยก็หายวับไปจากจุดที่ยืน ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบา *ก้าวพริบตาธาราไหล* ไร้ซึ่งเสียงแหวกอากาศ ไร้ซึ่งร่องรอย ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้ามารโลหิตในชั่วพริบตา พร้อมกับกระบี่ไม้ไฟ่ที่ฟาดฟันออกไปตรงๆ ไร้กระบวนท่า ไร้ลวดลาย ทว่ากลับทรงพลังดุจกระแสน้ำป่าที่พังทลายเขื่อนกั้น
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟสว่างวาบราวกับสายฟ้าฟาด มารโลหิตยกกระบี่โลหิตขึ้นรับไว้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนต้นไม้รอบบริเวณหักโค่นลงในพริบตา
"ดี! วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อย!" มารโลหิตคำรามลั่น แขนเสื้อยืดขยายออกปล่อยพลังลมปราณโลหิตพุ่งเข้าใส่หน้าอกของหลินเฟยอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
หลินเฟยไม่ถอย กลับเอี้ยวตัวหลบอย่างแนบเนียน ปลายกระบี่ไม้ไผ่ในมือหมุนวนเป็นวงกลมรับเอาพลังปราณโลหิตนั้นไว้ แล้วสะท้อนกลับด้วยหลักการ *ยืมแรงพิฆาตศัตรู*
*ตูม!* พลังย้อนกลับทำให้มารโลหิตต้องถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ แม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าศิษย์หนุ่มผู้เติบโตใต้เงาของเขา ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความเป็นมนุษย์ธรรมดาไปเสียแล้ว
"เจ้าคิดว่าวิชาที่ข้าถ่ายทอดให้ จะเอาชนะข้าผู้เป็นต้นตำรับได้หรือ?" มารโลหิตแผดเสียงก้อง ทั่วร่างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเลือด คัมภีร์ต้องห้ามในอกเสื้อเริ่มเรืองแสงสีดำทมิฬ บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหวีดหิวราภูตผีร่ำไห้ "วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า ช่องว่างระหว่างยอดฝีมือกับปรมาจารย์นั้น... ห่างกันราวฟ้ากับเหว!"
มารโลหิตวาดกระบี่วาดเป็นรูปกากบาทสีเลือดขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่หลินเฟยหมายผ่าร่างเป็นสองท่อน พลังนี้รุนแรงเสียจนอากาศรอบด้านถูกแผดเผาจนกลายเป็นสุญญากาศ หลินเฟยรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ติดขัด แรงกดดันระดับนี้ทำให้กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น
นี่คือการเผชิญหน้าที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเขา หากก้าวพลาดแม้แต่เพียงครึ่งนิ้ว ชีวิตทั้งชีวิตของเขา และลมหายใจของมู่หรงเซียนจะดับสูญไปพร้อมกัน
หลินเฟยสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ปลดปล่อยจิตสำนึกทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายลมและผืนดิน เขานึกถึงรอยยิ้มของมู่หรงเซียน นึกถึงคำสั่งสอนสุดท้ายของอาจารย์ นึกถึงวิถีกระบี่ที่ไร้ซึ่งรูปแบบและข้อจำกัด
"กระบี่ไร้ลักษณ์... ไร้รูปแบบ ไร้จุดจบ..."
หลินเฟยพึมพำเบาๆ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความแค้น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสงบเยือกเย็นราวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้ยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ และไม่ได้พุ่งเข้าปะทะตรงๆ ทว่าเขากลับปล่อยให้ร่างของตนเองไหลไปตามกระแสพลังโลหิตที่โถมเข้ามา ราวกับใบไม้ที่ลอยอยู่กลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ปล่อยให้พลังนั้นผ่านทะลุผ่านตัวไปโดยไม่สร้างบาดแผล
มารโลหิตหน้าเปลี่ยนสี ท่าทีเย่อหยิ่งหายวับไปทันทีเมื่อพบว่ากระบวนท่าตายของตนลอยผ่านร่างของหลินเฟยไปราวกับฟองอากาศ
"เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้าบรรลุถึงขั้นนั้นแล้วหรือ?!" มารโลหิตอุทานด้วยความตื่นตระหนก
หลินเฟยปรากฏกายขึ้นด้านหลังของมารโลหิตอย่างเงียบเชียบ ปลายกระบี่ไม้ไผ่จ่ออยู่ที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณท้ายทอยของอดีตเจ้าสำนักพอดี ไร้ซึ่งจิตสังหาร ทว่าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเมตตาอันสูงสุด
"อาจารย์... ท่านพ่ายแพ้แก่ความโลภของตนเองมานานแล้วครับ" หลินเฟยเอ่ยเสียงเบา
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะอยู่ในมือ ร่างของมู่หรงเซียนที่ถูกตรึงด้วยโซ่อาคมกลับเปล่งแสงสีดำสนิทออกมาอย่างกะทันหัน ดวงตาของนางที่ควรจะปิดสนิท กลับลืมขึ้นช้าๆ ทว่านัยน์ตาทั้งสองข้างนั้น... กลับกลายเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์!
นางยกมือขึ้นอย่างเชื่องช้า กระบี่สั้นในมือซ่อนไว้ที่แขนเสื้อถูกแทงเข้าใส่แผ่นหลังของหลินเฟยอย่างแม่นยำและไร้ความลังเล!
"เฟย...ระวัง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับคมกระบี่ที่ทะลุผ่านเนื้อหนังของหลินเฟยจนหยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นดินทีละหยด... ทีละหยด...
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ด้วยกันมา ณ ที่นี้นะครับ
- หมื่นกระบี่คืนรัง
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 23
เผชิญหน้าแม่ทัพมาร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!