กลิ่นอายความชื้นของโคลนตมและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันยามราตรี ณ โรงเตี๊หร้างริมชายป่ารกร้าง
"ห้าปี... เจ้าแก่ลงไปมากนะ ไป๋อี้"
น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงกระดาษทรายถูกับแผ่นหินดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง หลินเฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเสาไม้ผุพัง มือซ้ายกุมด้ามกระบี่ไม้ไผ่ที่พกติดตัวไว้แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าเขาคือร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าครึ่งซีกถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นลึกจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายที่จ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ
มารโลหิต—นามที่ยุทธภพเคยสะั่นสะเทือน บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา บุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งโศกนาฏกรรมในคืนที่สำนักกระบี่เมฆาต้องนองเลือด บุรุษผู้พรากเอาลมหายใจของอาจารย์ผู้มีพระคุณไปต่อหน้าต่อตา
"ข้าไม่ได้มาเพื่อรำลึกความหลัง" หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่าน ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก "ข้ามาเพื่อสะสางบัญชีที่ค้างคา"
มารโลหิตหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มันก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงื้อมเงาของเสา แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องโหว่ของหลังคาเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนริมฝีปากที่แห้งผาก
"บัญชีงั้นหรือ? เด็กน้อย... ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้มีกำลังจึงจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ อาจารย์ของเจ้าโง่เขลาเองที่ยึดติดกับคุณธรรมจอมปลอม สุดท้ายก็ต้องสังเวยชีวิตให้กับความอ่อนแอของตนเอง เจ้าเองก็คงไม่ต่างจากอาจารย์... หวังจะใช้กระบี่ไม้ไผ่เล่มนั้น มาทวงความยุติธรรมจากข้าหรือไร ช่างน่าขันสิ้นดี"
มู่หรงเซียนซึ่งยืนหลบอยู่ตรงมุมเงียบของหน้าต่าง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือ นางส่งสายตาเตือนสติมายังหลินเฟย แม้ความแค้นจะสุมอก แต่กระบวนท่าของมารโลหิตในอดีตขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและไร้ช่องโหว่ การสูญเสียความเยือกเย็นเพียงเสี้ยววินาที หมายถึงความตาย
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก, ปราณภายในร่างกายโคจรไหลเวียนดุจสายน้ำที่สงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่น ทว่าเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล เขาหลับตาลงชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับมา—เสียงคำรามของอาจารย์ ร่างที่ไร้ลมหายใจ และหยดเลือดที่หยาดลงบนพื้นดิน ทุกสิ่งหลอมรวมเข้ากับลมหายใจของเขาในยามนี้
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของหลินเฟยไม่ได้มีไฟแห่งความแค้นโหมกระหน่ำอีกต่อไป แต่มันกลับว่างเปล่า... ว่างเปล่าดุจผืนน้ำในคืนไร้จันทร์
"อาจารย์เคยสอนข้าว่า..." หลินเฟยเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาใช่การฆ่าฟันเพื่อเอาชนะ แต่มันคือการคืนสู่ความสงบ"
กระบี่ไม้ไผ่ในมือถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งเสียงแหวกอากาศ ไร้ซึ่งรังสีอำมหิต ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่ม จนเศษฝุ่นบนพื้นดินเริ่มลอยวนขึ้นสู่อากาศตามทิศทางการหมุนเวียนของลมปราณ
มารโลหิตหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความระแวงระวัง มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ใช้กระบี่เพื่อฆ่า แต่ใช้มันเพื่อ "พิพากษา"
"อวดดี!"
มารโลหิตคำรามลั่น ร่างทั้งร่างพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บสีเลือดแผ่รังสีอำมหิตพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายบริเวณหัวใจของหลินเฟยในพริบตาเดียว แรงลมจากการพุ่งทะยานทำเอาผนังไม้ของโรงเตี๊ยมผุพังกระจุยกระจาย
หลินเฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างของเขาเอนอ่อนตามกระแสลมที่มารโลหิตพัดพามา ราวกับใบไม้ที่ล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ กระบี่ไม้ไผ่ในมือตวัดออกอย่างไร้รูปแบบ ไร้ร่องรอย ทว่ากลับเบี่ยงเบนกรงเล็บพิฆาตนั้นให้ออกห่างจากเป้าหมายได้อย่างเฉียดฉิว
*เปรี้ยง!*
เสาไม้หลักของโรงเตี๊ยมหักโค่นลงมาทันที ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ มารโลหิตสะท้านเฮือกเมื่อพบว่าการโจมตีอันรวดเร็วของตนกลับถูกปัดป้องด้วยความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด มันหมุนตัวกลางอากาศแล้วซัดฝ่ามือซ้ำสองด้วยพลังปราณโลหิตเต็มกำลัง
"เจ้าคิดว่าจะรับมือข้าได้กี่กระบวนท่ากัน!"
หลินเฟยไม่ตอบคำ เขาย่างก้าวตามวิถีแห่งเต๋า ร่างกายและกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ไหลลื่นไปตามกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ ทุกการปะทะไม่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีเพียงเสียงลมปราณที่เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าจางๆ สะท้อนในความมืด
มู่หรงเซียนจ้องมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความระทึก นางรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต หลินเฟยกำลังใช้กระบวนท่าที่ผสมผสานระหว่างความแค้นและการปล่อยวาง ทว่า ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุดนั้นเอง...
สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วดุจภูตผี และเป้าหมายของมันไม่ใช่หลินเฟย... แต่เป็นนาง
มู่หรงเซียนเบิกตากว้างเมื่อปลายดาบสีเงินยวงจ่ออยู่ที่ลำคอของนางโดยที่นางยังไม่ทันได้ชักอาวุธ
"หยุดมือเสีย เด็กน้อยแห่งสำนักกระบี่เมฆา มิฉะนั้น... สหายผู้เลอโฉมของเจ้าจะต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลังของมู่หรงเซียน หลินเฟยชะงักกึก กระบี่ไม้ไผ่ในมือค้างเติ่งกลางอากาศ เขากวาดสายตามองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว เพราะเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นนั้น... คือคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุดในสำนัก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการเติบโตครั้งนี้ไปกับข้าพเจ้านะครับ
หมื่นกระบี่คืนรัง
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 17
รอยแค้นที่ไม่มีวันจาง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!