เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 17

รอยแค้นที่ไม่มีวันจาง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นอายความชื้นของโคลนตมและกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันยามราตรี ณ โรงเตี๊หร้างริมชายป่ารกร้าง "ห้าปี... เจ้าแก่ลงไปมากนะ ไป๋อี้" น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงกระดาษทรายถูกับแผ่นหินดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง หลินเฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเสาไม้ผุพัง มือซ้ายกุมด้ามกระบี่ไม้ไผ่ที่พกติดตัวไว้แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าเขาคือร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าครึ่งซีกถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นลึกจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายที่จ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ มารโลหิต—นามที่ยุทธภพเคยสะั่นสะเทือน บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา บุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งโศกนาฏกรรมในคืนที่สำนักกระบี่เมฆาต้องนองเลือด บุรุษผู้พรากเอาลมหายใจของอาจารย์ผู้มีพระคุณไปต่อหน้าต่อตา "ข้าไม่ได้มาเพื่อรำลึกความหลัง" หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่าน ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก "ข้ามาเพื่อสะสางบัญชีที่ค้างคา" มารโลหิตหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มันก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงื้อมเงาของเสา แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องโหว่ของหลังคาเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนริมฝีปากที่แห้งผาก "บัญชีงั้นหรือ? เด็กน้อย... ในยุทธภพนี้ มีเพียงผู้มีกำลังจึงจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ อาจารย์ของเจ้าโง่เขลาเองที่ยึดติดกับคุณธรรมจอมปลอม สุดท้ายก็ต้องสังเวยชีวิตให้กับความอ่อนแอของตนเอง เจ้าเองก็คงไม่ต่างจากอาจารย์... หวังจะใช้กระบี่ไม้ไผ่เล่มนั้น มาทวงความยุติธรรมจากข้าหรือไร ช่างน่าขันสิ้นดี" มู่หรงเซียนซึ่งยืนหลบอยู่ตรงมุมเงียบของหน้าต่าง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือ นางส่งสายตาเตือนสติมายังหลินเฟย แม้ความแค้นจะสุมอก แต่กระบวนท่าของมารโลหิตในอดีตขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและไร้ช่องโหว่ การสูญเสียความเยือกเย็นเพียงเสี้ยววินาที หมายถึงความตาย หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก, ปราณภายในร่างกายโคจรไหลเวียนดุจสายน้ำที่สงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่น ทว่าเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล เขาหลับตาลงชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับมา—เสียงคำรามของอาจารย์ ร่างที่ไร้ลมหายใจ และหยดเลือดที่หยาดลงบนพื้นดิน ทุกสิ่งหลอมรวมเข้ากับลมหายใจของเขาในยามนี้ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของหลินเฟยไม่ได้มีไฟแห่งความแค้นโหมกระหน่ำอีกต่อไป แต่มันกลับว่างเปล่า... ว่างเปล่าดุจผืนน้ำในคืนไร้จันทร์ "อาจารย์เคยสอนข้าว่า..." หลินเฟยเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาใช่การฆ่าฟันเพื่อเอาชนะ แต่มันคือการคืนสู่ความสงบ" กระบี่ไม้ไผ่ในมือถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งเสียงแหวกอากาศ ไร้ซึ่งรังสีอำมหิต ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของบุรุษหนุ่ม จนเศษฝุ่นบนพื้นดินเริ่มลอยวนขึ้นสู่อากาศตามทิศทางการหมุนเวียนของลมปราณ มารโลหิตหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความระแวงระวัง มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ใช้กระบี่เพื่อฆ่า แต่ใช้มันเพื่อ "พิพากษา" "อวดดี!" มารโลหิตคำรามลั่น ร่างทั้งร่างพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วปานสายฟ้า กรงเล็บสีเลือดแผ่รังสีอำมหิตพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายบริเวณหัวใจของหลินเฟยในพริบตาเดียว แรงลมจากการพุ่งทะยานทำเอาผนังไม้ของโรงเตี๊ยมผุพังกระจุยกระจาย หลินเฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างของเขาเอนอ่อนตามกระแสลมที่มารโลหิตพัดพามา ราวกับใบไม้ที่ล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ กระบี่ไม้ไผ่ในมือตวัดออกอย่างไร้รูปแบบ ไร้ร่องรอย ทว่ากลับเบี่ยงเบนกรงเล็บพิฆาตนั้นให้ออกห่างจากเป้าหมายได้อย่างเฉียดฉิว *เปรี้ยง!* เสาไม้หลักของโรงเตี๊ยมหักโค่นลงมาทันที ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ มารโลหิตสะท้านเฮือกเมื่อพบว่าการโจมตีอันรวดเร็วของตนกลับถูกปัดป้องด้วยความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด มันหมุนตัวกลางอากาศแล้วซัดฝ่ามือซ้ำสองด้วยพลังปราณโลหิตเต็มกำลัง "เจ้าคิดว่าจะรับมือข้าได้กี่กระบวนท่ากัน!" หลินเฟยไม่ตอบคำ เขาย่างก้าวตามวิถีแห่งเต๋า ร่างกายและกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ไหลลื่นไปตามกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ ทุกการปะทะไม่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีเพียงเสียงลมปราณที่เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าจางๆ สะท้อนในความมืด มู่หรงเซียนจ้องมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความระทึก นางรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต หลินเฟยกำลังใช้กระบวนท่าที่ผสมผสานระหว่างความแค้นและการปล่อยวาง ทว่า ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุดนั้นเอง... สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วดุจภูตผี และเป้าหมายของมันไม่ใช่หลินเฟย... แต่เป็นนาง มู่หรงเซียนเบิกตากว้างเมื่อปลายดาบสีเงินยวงจ่ออยู่ที่ลำคอของนางโดยที่นางยังไม่ทันได้ชักอาวุธ "หยุดมือเสีย เด็กน้อยแห่งสำนักกระบี่เมฆา มิฉะนั้น... สหายผู้เลอโฉมของเจ้าจะต้องดับสูญ ณ ที่แห่งนี้" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลังของมู่หรงเซียน หลินเฟยชะงักกึก กระบี่ไม้ไผ่ในมือค้างเติ่งกลางอากาศ เขากวาดสายตามองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว เพราะเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นนั้น... คือคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุดในสำนัก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและการเติบโตครั้งนี้ไปกับข้าพเจ้านะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%