"หากท่านเลือกจะเดินหมากกระดานนี้ด้วยการนองเลือด ก็จงเตรียมใจรับผลลัพธ์ที่ไม่อาจย้อนคืนได้ด้วยนะครับ"
เสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบของหลินเฟยดังก้องอยู่ในห้องโถงลับใต้หอสมุดหลวง เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงกลิ่นอายของอำนาจและการปกครอง แต่ที่นี่ยังอบอวลไปด้วยไอสังหารที่ถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมของเหล่าขุนนางและผู้นำยุทธภพ
เขานั่งอยู่ตรงข้ามกับชายชราผู้สวมชุดแพรไหมสีคราม ดวงตาของชายผู้นั้นขุ่นมัวแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม มู่หรงเซียนที่นั่งเคียงข้างหลินเฟยขยับพัดในมือเบาๆ เสียงกระดาษที่เสียดสีกับอากาศนั้นฟังดูแหลมคมราวกับเสียงใบกระบี่ที่กำลังถูกชักออกจากฝัก
"เจ้ายังเด็กนัก หลินเฟย" ชายชราเอ่ยพลางรินน้ำชา "ยุทธภพไม่ได้ดำเนินไปด้วยคุณธรรมที่เจ้าเพียรพยายามรักษาไว้ แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ที่ลงตัว หากเจ้าไม่รู้จักปรับเปลี่ยนความไร้ลักษณ์ให้เข้ากับกาลสมัย สุดท้ายเจ้าก็จะกลายเป็นเพียงเศษซากที่สายน้ำแห่งกาลเวลาพัดพาไป"
"ความไร้ลักษณ์ของข้า คือการทำตามวิถีแห่งเต๋า มิใช่การทำตามใจผู้ที่หิวกระหายอำนาจ" หลินเฟยตอบพลางจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย "ท่านอ้างว่าทำเพื่อความสงบสุขของใต้หล้า แต่เหตุใดคัมภีร์ลับที่ควรถูกทำลายในคราวก่อน ถึงกลับไปปรากฏในคลังสมบัติของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้ล่ะครับ?"
มู่หรงเซียนวางพัดลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เสียงดัง *แกรก* นั้นเบาหวิวแต่กลับดึงความสนใจจากทหารองครักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องให้ชะงัก "ท่านผู้อาวุโสโปรดเข้าใจด้วย การที่คัมภีร์มาอยู่ในที่แห่งนี้ มันไม่ได้พิสูจน์ถึงความสงบ แต่มันพิสูจน์ถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงที่กำลังจะกลืนกินเมืองหลวงแห่งนี้จากภายใน หากพวกเราไม่จัดการเรื่องนี้ในวันนี้ ข้าเกรงว่าวันพรุ่งนี้... หัวของพวกท่านอาจจะไม่อยู่บนบ่าให้ได้โต้เถียงกับพวกข้าอีกต่อไป"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ หลินเฟยรู้ดีว่านี่คือกับดัก หากเขาก้าวออกไปจากห้องนี้โดยที่ไม่ได้อะไรเลย เท่ากับยอมรับความพ่ายแพ้ต่อแผนการของ 'มารโลหิต' ที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง ทว่าหากเขาสู้ ณ ที่แห่งนี้ เขาก็จะกลายเป็นผู้บุกรุกที่ราชสำนักต้องหมายหัว
"ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่ข้ามาเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้อาจารย์ของข้า" หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่ห้อยอยู่ข้างเอวดูเหมือนจะสั่นไหวตอบรับจิตสังหารของผู้เป็นนาย "ท่านคิดว่าความมืดมิดจะซ่อนตัวตนของพวกท่านไว้ได้นานเพียงใด? ความชั่วร้ายที่หยั่งรากลึกในราชสำนักก็เหมือนกับวัชพืช ต่อให้ท่านถางมันทิ้งไปกี่ครั้ง หากรากยังอยู่ มันก็จะงอกเงยออกมาทำลายทุกอย่างในที่สุด"
ชายชราหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาผายมือออกไปนอกหน้าต่าง เผยให้เห็นเมืองหลวงที่ยามนี้เริ่มจะมืดมิดลง แต่ละมุมของเมืองถูกจุดคบเพลิงจนสว่างไสวราวกับงานรื่นเริง "เจ้ามองเห็นนั่นไหม? ประชาชนกำลังเฉลิมฉลอง แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกขายให้กับใคร... รวมทั้งตัวเจ้าด้วย หลินเฟย"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูด้านหลังห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กลิ่นอายคาวเลือดโชยมาก่อนตัวบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีทรนง เขาคือยอดฝีมือที่หลินเฟยเคยเห็นหน้าในบันทึกของสำนัก เป็นลูกสมุนมือขวาของมารโลหิตที่ใครหลายคนคิดว่าตายไปแล้ว
"หลินเฟย... เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงต่ำ สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังกระบี่ของหลินเฟย "อาจารย์ของเจ้าตายด้วยคมกระบี่ของข้าอย่างน่าสมเพช วันนี้... ข้าจะส่งเจ้าไปตามหาเขาให้พบที่ปรโลก"
หลินเฟยไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย แต่สายตาของเขากลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันถูกรบกวน เขาหันไปมองมู่หรงเซียนเพียงชั่วครู่ ซึ่งเธอก็พยักหน้าให้เป็นสัญญาณว่าทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว
"ท่านอาจารย์ไม่ได้จากไปไหน ท่านอยู่ในใจของข้า และในวิถีกระบี่ที่ท่านถ่ายทอดให้" หลินเฟยขยับเท้าก้าวออกไปหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของเขาจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง "และวันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาคืนแค่เพียงชีวิต แต่ข้ามาเพื่อสะสางบัญชีแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี"
ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ของหลินเฟยกำลังจะชักออกมานั้น ชายชราผู้เป็นเจ้าของห้องกลับหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขากดกลไกบางอย่างใต้โต๊ะ ทันใดนั้น ผนังรอบทิศก็เริ่มเคลื่อนที่ ห้องที่พวกเขาอยู่ค่อยๆ เปลี่ยนรูปไป กลายเป็นกรงเหล็กขนาดใหญ่ที่ขังพวกเขาไว้กับยอดฝีมือที่เพิ่งก้าวเข้ามา
แสงจากคบเพลิงวูบไหวและดับลงกะทันหัน เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของกำแพง เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่หน้าต่างห้องนั้น เป็นสตรีผู้สวมหน้ากากเงินที่หลินเฟยคุ้นเคยดี เธอคือคนที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ในอดีต แต่บัดนี้เธอกลับถือคัมภีร์ที่เขาตามหาอยู่ในมือ พร้อมกับโยนมันลงไปในกองไฟที่มุมห้องโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"เจ้าเลือกผิดข้างแล้ว หลินเฟย" เสียงของสตรีนั้นเย็นชาเกินกว่าที่เขาจะจดจำได้ "คัมภีร์นี้คือต้นเหตุของความฉิบหายทั้งหมด และคนที่ข้าปกป้อง... ไม่ใช่เจ้า"
หลินเฟยชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะพบว่าดาบของมู่หรงเซียนในมือของเธอในตอนนี้ ไม่ได้เล็งไปที่ศัตรู... แต่มันกำลังจ่ออยู่ที่ต้นคอของเขาเอง!
ความหวังที่จะแก้ไขปัญหาเริ่มพังทลายลงในพริบตา เมื่อมู่หรงเซียนกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เด็ดขาด "ขอโทษนะหลินเฟย... แต่เพื่อความอยู่รอดของสำนัก ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่ของข้านะครับ หมื่นกระบี่คืนรังพร้อมจะพาพวกท่านไปสัมผัสจุดเปลี่ยนของโชคชะตาในตอนหน้าครับ
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 18
กลอุบายในเมืองหลวง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!