เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 19

คนทรยศในสำนัก

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากท่านคิดว่าความเงียบจะช่วยปกปิดรอยเลือดที่มือของท่านได้ ท่านก็ประเมินค่าของ 'มิตรภาพ' ต่ำเกินไปแล้วผู้อาวุโสจ้าว" หลินเฟยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในหอตำราลับ กลิ่นธูปหอมที่เคยรื่นรมย์บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความหวาดระแวง เขาไม่หันไปมองชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่มองจ้องไปยังเงาสะท้อนของปลายกระบี่ที่พาดอยู่บนโต๊ะไม้หอม ผู้อาวุโสจ้าวแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ใต้ฝ่าเท้า "หลินเฟย... เจ้ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจกฎของโลกใบนี้ ความเมตตาที่เจ้าถือครองอยู่นั้น มิใช่สิ่งที่จะปกป้องใครได้ แต่มันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดให้เจ้าต้องตายไปพร้อมกับความอ่อนแอ" มู่หรงเซียนที่ยืนอยู่ข้างกายหลินเฟยกระชับกระบี่ในมือแน่น แววตาของนางไหวระริกด้วยความเจ็บปวด "ท่านเป็นอาจารย์อาที่ข้าเคารพที่สุด... เหตุใดต้องเป็นท่านที่ส่งข่าวความลับของสำนักให้กับพรรคมารโลหิต?" "สำนักใหญ่ที่กำลังเน่าเฟะจากภายในหรือ?" ผู้อาวุโสจ้าวเดินออกมาจากเงามืด แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ข้าเพียงแค่เลือกทางเดินที่จะทำให้สำนักของเรายังคงอยู่รอด ส่วนพวกเจ้า... เป็นเพียงเบี้ยตัวเล็กๆ ที่ขวางทางรุ่งโรจน์ของข้าเท่านั้น" หลินเฟยค่อยๆ หมุนตัวกลับ สายตาของเขามิได้โกรธแค้น แต่มันกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำยามไร้ลม เขาตระหนักดีว่าในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์นั้น ความว่างเปล่าคือศัสตราที่ร้ายกาจที่สุด "อาจารย์อา ท่านหลงทางแล้ว ความอยู่รอดที่ปราศจากเกียรติยศ มิใช่การอยู่รอด แต่คือการดับสูญที่เนิ่นนานกว่าเดิม" "ไร้สาระ!" ผู้อาวุโสจ้าวตวาดลั่น ร่างกายของเขาทะยานออกมาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ กระบี่ในมือวาดผ่านอากาศเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกถึงกระดูก เป็นกระบวนท่า 'อสรพิษฉกกัด' ที่รวดเร็วและร้ายกาจ ทว่าหลินเฟยกลับไม่ขยับกายไปไหน เขายืนหยัดมั่นคงราวกับหุบเขาที่หยั่งรากลึก ในจังหวะที่คมกระบี่จะสัมผัสผิวเนื้อ หลินเฟยเพียงแค่ขยับข้อมือเบาๆ ร่างกายเขาสะบัดพริ้วดุจสายน้ำที่หลบเลี่ยงโขดหิน กระบี่ของเขามิได้กระทบกับกระบี่ของอีกฝ่าย แต่กลับแทรกซึมผ่านช่องว่างที่น้อยนิดดุจลมหายใจเข้าออก ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์แตะเข้าที่จุดชีพจรที่แขนขวาของผู้อาวุโสจ้าวอย่างแม่นยำ ผู้อาวุโสจ้าวชะงักงัน แรงกดที่จุดชีพจรทำให้กระบี่ในมือหลุดร่วงลงพื้นราวกับถูกสาป เขาทรุดลงเข่าหนึ่งข้าง หอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความตกตะลึง "ท่านแพ้แล้วครับ" หลินเฟยกล่าวเสียงเรียบ "ไม่ใช่เพราะข้าฝีมือเหนือกว่า แต่เพราะวิถีของท่านมันขาดซึ่งศรัทธา... ท่านทรยศแม้กระทั่งจิตวิญญาณของตัวเอง" มู่หรงเซียนก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของนางหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "ท่านจ้าว... บอกมาเถิดว่ามารโลหิตอยู่ที่ใด สิ่งที่ท่านขโมยไปจากหอตำรามันคืออะไรกันแน่?" ผู้อาวุโสจ้าวเงยหน้าขึ้น หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีคล้ำไหลซึมจากมุมปาก "เจ้าคิดว่าความจริงมีเพียงเท่านี้รึ? หลินเฟย... เจ้าช่างไร้เดียงสานัก สิ่งที่เจ้าปกป้องอยู่นี้ แท้จริงแล้วมันคือเครื่องมือสังหารที่อาจารย์ของเจ้าทิ้งไว้เพื่อทำลายล้างยุทธภพ ไม่ใช่คัมภีร์ธรรมะที่เจ้าเชื่อมั่นหรอก!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจหลินเฟย เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ ความทรงจำเกี่ยวกับอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วฉายชัดในหัว ราวกับมีม่านหมอกที่เคยบดบังความจริงถูกกระชากออกอย่างรุนแรง ทว่า ในวินาทีที่ความสับสนเข้าครอบงำ ทันใดนั้นประตูหอตำราก็ถูกกระแทกจนพังทลายลง กองกำลังชุดดำนับสิบพุ่งเข้าล้อมรอบคนทั้งสองไว้ และเบื้องหลังเหล่านักฆ่า ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเลือดที่คุ้นตาก็ก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ "ขอบใจมากนะ ท่านอา... ที่ช่วยล่อให้เหยื่อชั้นดีสองตัวนี้มาติดกับ" เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงจากขุมนรกดังขึ้นจากมารโลหิต ขณะที่เขาชี้ดาบยาวมาทางหลินเฟย "วันนี้... วิถีกระบี่ของเจ้า จะจบลงที่นี่ พร้อมกับการล่มสลายของสำนักที่เจ้าเทิดทูน" หลินเฟยสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขาหันไปมองมู่หรงเซียน นางพยักหน้าให้เขาทั้งน้ำตา การต่อสู้ครั้งนี้มิใช่แค่การล้างแค้น แต่เป็นการเดิมพันด้วยชะตาของคนทั้งแผ่นดินที่ไม่มีทางหวนกลับ หลินเฟยตวัดกระบี่ขึ้น แสงสีเงินจากคมกระบี่สะท้อนดวงตาที่มุ่งมั่นของเขาอีกครั้ง "หากวิถีของข้าคือความล่มสลาย" เขากล่าวเสียงเย็นเยียบ "วันนี้ข้าก็จะขอเป็นผู้กำหนดจุดจบของมารร้ายด้วยมือของข้าเอง" ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ของทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน ร่างของผู้อาวุโสจ้าวที่ควรจะบาดเจ็บกลับลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างประหลาด เขาหยิบหยกตราประจำตัวสำนักออกมาหักทิ้งกลางอากาศ ทันใดนั้น แผ่นดินใต้เท้าของทุกคนก็สั่นสะเทือนรุนแรงจนเพดานหอตำราเริ่มถล่มลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะของมารโลหิตที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา "สายไปแล้วหลินเฟย... เพราะสิ่งที่ข้าล่อเจ้ามาที่นี่ มิใช่เพื่อจะฆ่าเจ้า" มารโลหิตแสยะยิ้มที่ชวนขนหัวลุก "แต่เพื่อให้เจ้าได้เห็น 'วันสิ้นโลก' ที่อาจารย์ของเจ้าเป็นคนสร้างขึ้นด้วยตาของเจ้าเอง!" ใต้เท้าของหลินเฟยเกิดหลุมลึกประหลาดที่ค่อยๆ เปิดออก ปราณสีดำสนิทพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง มันไม่ใช่พลังยุทธ์ แต่เป็นกลไกโบราณที่กำลังปลดปล่อยบางสิ่งที่ถูกผนึกไว้มานับพันปี และเมื่อแสงสีดำนั้นสว่างวาบขึ้น หลินเฟยก็ตระหนักว่า ทุกสิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต... แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำลวงที่วางกับดักไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่เขาเริ่มจับกระบี่! การเดินทางที่ข้าถ่ายทอดมาตลอด หวังว่าจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของหลินเฟยนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%