เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 28

แผนการคืนชีพ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“หากเจ้ายังลังเลที่จะลงมือฆ่าคนในวันนี้ วันหน้าคัมภีร์ปีศาจเล่มนี้จะสังหารคนทั้งยุทธภพด้วยมือของเจ้าเอง!” เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดผ่านความมืดของถ้ำลึก มารโลหิตยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลาที่สลักลวดลายอักขระสีชาด แสงไฟจากคบเพลิงที่ริบหรี่สะท้อนใบหน้าซีกหนึ่งของมันให้ดูบิดเบี้ยวราวกับปีศาจ เบื้องหน้าของมันคือแผ่นหนังเก่าคร่ำที่วางนิ่งสนิท ทว่ากลับแผ่ไอสังหารออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว หลินเฟยยืนห่างออกไปสามก้าว มือของเขากำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขาวซีด แม้ในใจจะโหมกระหน่ำด้วยเพลิงแค้นจากการสูญเสียอาจารย์ แต่คำสอนเรื่อง ‘วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์’ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท *ความว่างเปล่ามิใช่การยอมจำนน แต่คือการมองเห็นความจริงท่ามกลางความลวง* “ข้ามิได้ลังเลที่จะฆ่าท่าน” หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดุจหินผา “แต่ข้ากำลังพิจารณาว่า ระหว่างศพของท่านกับคัมภีร์ที่ไร้วิญญาณ สิ่งใดกันแน่ที่เป็นภัยพิบัติที่แท้จริง” มารโลหิตหัวเราะร่วน เสียงนั้นแหลมสูงจนน่าขนลุก มันหันกลับมาดวงตาสีเลือดคู่นั้นวาวโรจน์ “เจ้ายังเยาว์นักหลินเฟย คัมภีร์เล่มนี้ไม่ใช่แค่กระดาษเขียนอักขระ แต่มันคือ ‘จิต’ ของผู้ที่ตายไปอย่างไม่เป็นธรรม! การจะชุบชีวิตมัน ข้าต้องการเพียงสิ่งเดียว... เลือดจากสายเลือดบริสุทธิ์ของผู้ที่ยึดมั่นในวิถีธรรม” สายตาของมารโลหิตเหลือบไปมองเงาร่างหนึ่งที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งปราณทมิฬที่มุมมืด มู่หรงเซียน นางพยายามดิ้นรนทว่าพลังปราณถูกปิดผนึกไว้สิ้น ใบหน้าของนางซีดเผือดแต่แววตายังคงเด็ดเดี่ยว “อย่าฟังมัน หลินเฟย!” มู่หรงเซียนตะโกนสุดเสียง “คัมภีร์นั่นต้องการกระตุ้นให้เจ้าใช้ปราณกระบี่สังหารเข้าปะทะกับม่านพลัง หากเจ้าทำเช่นนั้น พิธีจะสมบูรณ์ทันที!” หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก เขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน ไอเย็นยะเยือกกำลังไหลบ่าเข้าสู่แท่นศิลา มารโลหิตเริ่มร่ายรำกระบวนท่าแปลกประหลาด มือที่ผอมแห้งกรีดกรายไปในอากาศ ร่างกายของมันเริ่มเปล่งแสงสีเลือดออกมาคลุมร่างราวกับเกราะป้องกัน “สายไปแล้ว!” มารโลหิตคำราม “เมื่อดาราดับแสง พิธีจะเริ่มต้นขึ้น!” หลินเฟยหลับตาลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ ราวกับเขากำลังถอดจิตออกจากความวุ่นวายตรงหน้า เขาเริ่มสัมผัสได้ถึง ‘กระแส’ ของปราณที่ไหลวนในถ้ำ อักขระบนแท่นศิลาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มหมุนวน มู่หรงเซียนถูกดึงเข้าใกล้แท่นศิลามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยพลังดึงดูดประหลาด “หากท่านต้องการเลือดข้าเพื่อชุบชีวิตความชั่วร้าย ก็จงรับเอาไป!” หลินเฟยตวัดกระบี่ในมือออกไป ไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรง แต่เป็นวิถีกระบี่ที่อ่อนช้อยดุจสายน้ำที่ไร้รูป เขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่มารโลหิต แต่พุ่งเป้าไปที่ ‘จุดบอด’ ของค่ายกลที่พื้นดิน *เพล้ง!* เสียงราวกับแก้วแตกกระจายดังก้อง อักขระสีชาดที่กำลังส่องสว่างดับวูบลงชั่วขณะ มารโลหิตชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง แต่มันก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ดี! ยิ่งเจ้าขัดขืนมากเท่าไร พลังของคัมภีร์ก็ยิ่งเพิ่มทวี!” ทว่าในวินาทีที่หลินเฟยพุ่งตัวเข้าไปเพื่อหวังจะช่วยมู่หรงเซียนนั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่หัวใจ... กระบี่ในมือเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะพลังของศัตรู แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่เหมือนกับว่า ‘คัมภีร์’ กำลังพยายามสื่อสารบางอย่างกับจิตวิญญาณของเขา “หลินเฟย... หยุด!” มู่หรงเซียนร้องเตือน แต่สายเกินไป มือของหลินเฟยแตะลงบนพื้นผิวของคัมภีร์ที่เริ่มเปิดออกโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้น ความทรงจำที่มิใช่ของเขา ภาพการสังหารหมู่ การร่ำไห้ของวิญญาณนับพัน และใบหน้าของอาจารย์ที่ดูหม่นหมองผุดพรายขึ้นในหัว มารโลหิตก้าวเข้ามาใกล้ เงาของมันทาบทับร่างของหลินเฟย “ในที่สุด... พลังที่แท้จริงก็เลือกเจ้าแล้ว หลินเฟย เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ผดุงคุณธรรม แต่แท้จริงแล้ว เจ้าคือ ‘ภาชนะ’ ที่เหมาะสมที่สุดในการรวบรวมปราณมารคืนใต้หล้า!” หลินเฟยพยายามดึงมือออกแต่กลับพบว่ามือของเขาติดหนึบอยู่กับคัมภีร์ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปเสียแล้ว เขาหันไปมองมู่หรงเซียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาและอำนาจมืดกำลังเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเขา “ข้า... ข้าเป็นใครกันแน่?” หลินเฟยพึมพำ น้ำเสียงที่เคยสุขุมกลับสั่นเครือและแฝงไปด้วยไอสังหารที่รุนแรงกว่ามารโลหิตหลายเท่าตัว ขณะที่มารโลหิตกำลังจะก้มกราบสิ่งที่มันอ้างว่าเป็นนายเหนือหัวนั้นเอง ร่างของมู่หรงเซียนที่ถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้กลับเรืองแสงสีขาวนวลขึ้นมา โซ่เหล่านั้นขาดสะบั้นออกจากกันด้วยพลังที่ไม่ได้มาจากตัวนางเอง แต่มาจากตราประทับที่ซ่อนอยู่ในกำไลข้อมือของนางที่อาจารย์ของหลินเฟยเคยให้ไว้ก่อนตาย แสงนั้นพุ่งเข้าปะทะกับแผ่นหลังของหลินเฟยอย่างจัง เขาเสียหลักล้มลงพร้อมกับคัมภีร์ที่ร่วงหล่นลงพื้น ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าคนทั้งสามไม่ใช่คัมภีร์ที่ดับสูญ แต่เป็นร่างเงาโปร่งแสงที่ก้าวออกมาจากแผ่นหนังนั้น... ร่างนั้นมีใบหน้าเหมือนกับอาจารย์ของหลินเฟยทุกประการ! เงาร่างนั้นยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยที่สุด “ศิษย์รัก... เจ้ามาช้าไปเสียแล้ว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยมาจนถึงบทนี้ด้วยนะครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%