"วางกระบี่ของเจ้าลงเสีย หลินเฟย... มิเช่นนั้นข้าจะตัดเส้นเอ็นที่มือของนางทิ้งต่อหน้าเจ้าเดี๋ยวนี้"
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงระฆังแตกสั่นสะท้านไปทั่วโถงศิลาลับใต้ผาหมาป่าหวน หลินเฟยชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้า ประกายกระบี่ในมือสั่นไหววูบหนึ่งตามจังหวะชีพจรที่เต้นระรัวด้วยความโกรธแค้น เขาไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาต่างหาก
ตรงหน้าของเขาคือ มารโลหิต ผู้นั่งอยู่บนแท่นศิลา มือข้างหนึ่งของมันกดลงบนลำคอระหงของ มู่หรงเซียน ร่างบางของนางถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า ปราณพลังที่เคยฉลาดเฉลียวดั่งปราชญ์บัดนี้กลับจางหายราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาของนางยังคงจ้องมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้ใบหน้าจะซีดเผือดจากการขาดอากาศหายใจ
"ท่าน... อย่าได้ทำตามมัน" เสียงของมู่หรงเซียนแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่นั่นคือคำสั่งเสียที่หลินเฟยไม่มีวันยอมรับ
"มู่หรง ข้าบอกให้เจ้าเงียบ" หลินเฟยเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาของเขาสะท้อนภาพความยุ่งเหยิงในใจ เส้นด้ายแห่งความดีชั่วที่เคยขึงตึงบัดนี้ขาดสะบั้นลงแล้ว ความเมตตาที่เขายึดถือมาตลอดเริ่มถูกเงื้อมมือของปีศาจร้ายกัดกิน
"ความแค้นช่างหอมหวานเสียจริง" มารโลหิตหัวเราะร่า รอยแผลเป็นบนใบหน้าบิดเบี้ยวไปตามแรงหัวเราะ "เจ้าคนเขลา เจ้าคิดหรือว่ากระบี่ไร้ลักษณ์จะช่วยรักษาคุณธรรมในโลกที่เน่าเฟะนี้ได้? ดูนางสิ... อัจฉริยะสาวผู้เป็นแสงสว่างของยุทธภพ บัดนี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในมือข้า เจ้าจะเลือกอะไร? ช่วยคนรัก หรือรักษากระบี่คู่กายไว้?"
หลินเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแต่หลับตาลงชั่วขณะ ลมหายใจที่เคยแปรปรวนค่อยๆ กลับมานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม นี่คือวิถีแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ที่อาจารย์เคยสั่งสอน การไร้ลักษณ์คือการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ การไหลไปตามครรลองของความจริง ไม่ใช่การยึดติดกับทิฐิ
"ข้าเลือก... ทางของข้าเอง"
ฉับพลัน หลินเฟยทิ้งกระบี่ในมือลงพื้นศิลา เสียงเหล็กกระทบหินดังกังวานไปทั่วโถง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มารโลหิตเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่ก่อนที่มันจะทันได้เอ่ยปาก หลินเฟยก็พุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ทว่าไม่ได้มุ่งหน้าไปหามารโลหิตโดยตรง แต่เขากลับพลิกตัวกลางอากาศ ร่างกายหมุนวนเป็นเกลียว ปราณธรรมที่สะสมมานานนับสิบปีระเบิดออกมาจากฝ่ามือแทนกระบี่
"เจ้ามันเสียสติไปแล้ว!" มารโลหิตคำราม ลุกขึ้นยืนพร้อมเงื้อกรงเล็บโลหิตหมายจะเด็ดชีพมู่หรงเซียนทันทีที่เห็นหลินเฟยไร้อาวุธ
แต่ทว่า ในจังหวะที่กรงเล็บนั้นจะสัมผัสผิวหนังของมู่หรงเซียน หลินเฟยกลับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ก้อนกรวดเล็กๆ บนพื้นพุ่งทะลุทะลวงจุดชีพจรของมารโลหิตจนมันต้องชะงักกึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนต้องถอยหลังไปสามก้าว
"เซียนเอ๋อร์!" หลินเฟยตะโกนเรียกพร้อมพุ่งเข้าไปประคองร่างนางไว้ในอ้อมแขน กลิ่นอายของเลือดและไอปีศาจยังคงอบอวลอยู่รอบกายมู่หรงเซียน นางพยายามยิ้มให้เขา แม้ขอบตาจะแดงก่ำด้วยความอ่อนล้า
"ท่าน... ท่านไม่ควรวางกระบี่เลย" นางกระซิบ มือที่สั่นเทาของนางเอื้อมมาแตะใบหน้าของเขา
"สำหรับข้า เจ้าสำคัญกว่ากระบี่เล่มไหนในโลก" หลินเฟยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด ทว่าแววตาที่เขามองไปยังมารโลหิตนั้นกลับเย็นเยียบดั่งหิมะในฤดูเหมันต์
"ฮ่าๆๆ! รักกันปานจะกลืนกิน ช่างน่าสมเพชนัก!" มารโลหิตที่ยืนพิงผนังโถงถ่มน้ำลายที่มีเลือดปนออกมา มันแสยะยิ้มอย่างอาฆาต "พวกเจ้าคิดว่าการช่วยนางได้แล้วทุกอย่างจะจบลงงั้นหรือ? มู่หรงเซียน... เจ้าบอกเขาไปสิว่าสิ่งที่เจ้าเห็นในคืนนั้น... สิ่งที่เจ้าเห็นในคัมภีร์ที่ข้าบังคับให้เจ้าอ่านน่ะ มันคืออะไร!"
หลินเฟยขมวดคิ้ว เขาหันไปมองมู่หรงเซียนด้วยความสงสัย ร่างในอ้อมแขนของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของนางเบิกกว้างราวกับกำลังเห็นนรกขุมที่ลึกที่สุด
"เฟย... อย่าฟังมัน" นางพยายามดันตัวออก แต่หลินเฟยกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
"บอกข้ามา มู่หรง... เจ้าเห็นอะไร?"
นางเม้มปากแน่น ความเงียบงันในโถงศิลาบีบคั้นจนแทบขาดใจ ในที่สุดนางก็กระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนยากจะอธิบาย
"ต้นกำเนิดของปราณกระบี่ที่ท่านฝึกฝนมาตลอด... มันไม่ได้มาจากธรรมะอย่างที่ท่านเข้าใจ แต่มันคือปราณที่ถูกชำระล้างมาจากเลือดของคนในตระกูลข้า... และคนที่ลงมือสังหารพวกเขาทั้งหมด... คือคนเดียวกับที่สอนกระบี่ให้ท่านมาตลอดชีวิต"
สิ้นคำพูดนั้น หลินเฟยรู้สึกราวกับโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า ลมหายใจของเขาติดขัด ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง เขาหันไปมองกระบี่ที่ตกอยู่บนพื้นอีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้นเอง เสียงปรบมือที่แหบแห้งและเยือกเย็นก็ดังมาจากเงามืดด้านหลังของมารโลหิต
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ใบหน้าที่หลินเฟยคุ้นเคยดีกว่าใครปรากฏแก่สายตาพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนวันวาน แต่อาบไปด้วยความอำมหิตที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
"ศิษย์รัก... เจ้าเพิ่งจะเข้าใกล้ความจริงได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเองนะ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งกระบี่และปณิธานอันหนักอึ้งนี้กับผมนะครับ
หมื่นกระบี่คืนรังครับ
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 25
มู่หรงเซียนหายตัวไป
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!