เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 26

ในแดนสนธยา

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากเจ้าก้าวผ่านเขตหุบเขาพันปีศาจนี้ไปแม้เพียงครึ่งก้าว ชีวิตของเจ้าจะมิใช่ของเจ้าอีกต่อไป... หลินเฟย" เสียงของมู่หรงเซียนยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แม้เวลานี้ร่างของนางจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ แต่สายตาสั่นไหวที่นางทอดมองผมก่อนการเดินทางในครั้งนี้ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ผมหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้าพรมแดนสีชาด พื้นดินที่นี่แห้งกรังราวกับถูกสูบกินด้วยความอาฆาตมาดร้าย กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมากับกระแสลมที่หยุดนิ่งสนิท ที่นี่คือ 'แดนสนธยา' เขตอิทธิพลมืดที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยังต้องครุ่นคิดถึงสามครั้งก่อนจะย่างกรายเข้ามา ผมกระชับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ จิตของผมในยามนี้มิได้มุ่งหวังชัยชนะหรือความรุ่งโรจน์ แต่หากเป็นการแสวงหาคำตอบที่อาจารย์ทิ้งไว้ก่อนจะจากไป—คำตอบที่ว่า 'วิถีกระบี่ที่ไร้ลักษณ์ แท้จริงแล้วคือการทำลายหรือการโอบอุ้ม' "เจ้ามาทำอะไรที่นี่... กระบี่น้อย?" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มันเป็นชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซีกซ้ายถูกรอยแผลเป็นกรีดลึกจนดูคล้ายอสุรกาย ดวงตาของเขามิได้สะท้อนแสงใดๆ ราวกับหลุมลึกที่พร้อมจะดูดกลืนทุกชีวิต ผมไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแต่โค้งคำนับอย่างสุภาพตามวิถีของผู้ฝึกตน "ข้ามาเพื่อทำสิ่งที่ยังค้างคา หากท่านคือผู้รักษาด่านแห่งแดนสนธยา ข้าก็ขออนุญาตผ่านทางโดยไม่ประสงค์จะทำร้ายผู้ใด" ชายชราแค่นหัวเราะ เสียงนั้นเสียดแทงแก้วหูราวกับโลหะครูดกัน "ไม่ประสงค์จะทำร้าย? ในดินแดนที่ความตายคือลมหายใจ เจ้ากลับมาพูดเรื่องคุณธรรมงั้นรึ? เจ้าเด็กน้อย เจ้ายังอ่อนหัดเกินกว่าจะเข้าใจว่า 'ไร้ลักษณ์' ที่เจ้าถือครอง มันไร้ค่าเพียงใดเมื่อต้องเผชิญกับ 'ความมืดที่แท้จริง'" ฉับพลัน ชายชราสะบัดแขนเสื้อ อากาศรอบตัวผมบิดเบี้ยวกลายเป็นคมมีดลมมืดนับร้อยสายพุ่งเข้าหาจากทุกทิศทาง ผมหลับตาลงสัมผัสถึงความสั่นไหวของปราณรอบกาย จิตใต้สำนึกของผมไหลลื่นดุจสายน้ำที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบ พลิ้วไหวผ่านคมมีดลมเหล่านั้นโดยไม่ได้ชักกระบี่ออกมาแม้เพียงเศษเสี้ยว "วิชาประหลาด... ข้าไม่เคยเห็นกระบวนท่าเช่นนี้มาก่อน" ชายชราเลิกคิ้ว สายตาเปลี่ยนจากความเหยียดหยามเป็นความระแวดระวัง "เพราะมันมิใช่กระบวนท่า แต่มันคือการยอมจำนนต่อความว่างเปล่า ท่านลุง... ท่านอยู่กับความมืดมานาน จนลืมไปแล้วใช่หรือไม่ว่า แสงสว่างไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากใจที่ปล่อยวางความยึดติด" ผมเอ่ยตอบพลางก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ชายชราจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว เปิดทางให้ผมผ่านไปได้ด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน ผมเดินลึกเข้าไปในแดนสนธยา บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ต้นไม้ที่นี่บิดเบี้ยวคล้ายร่างคนที่กำลังทุกข์ทรมาน แสงสีม่วงหม่นส่องสว่างขึ้นจากพื้นดิน ทำให้ทุกย่างก้าวของผมเต็มไปด้วยความกดดัน ทันใดนั้นเอง ผมสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงกว่าเดิมนับร้อยเท่า ไม่ใช่จากชายชราผู้นั้น แต่มาจากเบื้องหน้า—จุดลึกสุดของหุบเขา ที่ซึ่ง 'มารโลหิต' กำลังเฝ้ารออยู่ ผมหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินขนาดมหึมาที่สลักลวดลายประหลาด มันมีกลิ่นอายของคัมภีร์ต้องห้ามที่ผมตามหามาตลอดเส้นทาง ผมสูดลมหายใจลึก ยืนยันในเจตจำนงของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูบานนั้นออกไป ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังเมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่หลังบานประตู มิใช่สมบัติล้ำค่าหรือคัมภีร์ตามตำนาน บนบัลลังก์ที่ทำจากกระดูกมนุษย์ ร่างหนึ่งนั่งอยู่ แต่ใบหน้าของผู้นั้นกลับสวมหน้ากากที่ผมคุ้นตาเป็นอย่างดี หน้ากากของอาจารย์ที่ควรจะตายไปตั้งแต่หลายปีก่อน ร่างนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แล้วปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ทว่าแววตากลับว่างเปล่าดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร "ศิษย์รัก... เจ้ามาถึงช้ากว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้นะ หลินเฟย" มือที่สั่นเทาของผมกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คำลวงของยุทธภพกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้นี่เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ หมื่นกระบี่คืนรังครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%