เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 30

พบตัวคู่คิด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าคิดว่ากระบี่ในมือเจ้า... ยังเป็นของเจ้าอยู่หรือ หลินเฟย?" เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงบดหินดังสะท้อนก้องอยู่ในความมืดที่ไร้ขอบเขต หลินเฟยพยายามลืมตาขึ้น แต่กลับพบเพียงความเวิ้งว้างที่ปกคลุมด้วยไอสังหารสีชาด ในห้วงคำนึงที่แตกสลาย เขาเห็นใบหน้าของอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพกำลังบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มสมเพช ภาพนั้นแจ่มชัดราวกับถูกกรีดลงบนหัวใจ เขากระชับกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่กระบี่กลับไม่ได้ตอบสนองด้วยความอ่อนช้อยดุจสายน้ำเหมือนเคย มันสั่นไหวและกรีดร้องราวกับสิ่งมีชีวิตที่กระหายเลือด "ท่านอาจารย์... เหตุใดจึงต้องเป็นเช่นนี้" หลินเฟยเอ่ยเสียงแหบพร่า สติสัมปชัญญะของเขาเหมือนเรือที่กำลังอับปางท่ามกลางพายุคลั่ง "ทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดจากความว่างเปล่า และดับสูญไปตามวาระของธรรมชาติ" เสียงนั้นเยาะหยัน "เจ้าคือศิษย์ที่ข้าเฝ้าฟูมฟักมา เพื่อให้เป็นภาชนะรองรับกระบี่โลหิต... เพื่อให้ข้าได้หวนคืนสู่ใต้หล้าอีกครา!" ฉับพลัน ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทั่วร่าง หลินเฟยสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากจากภายใน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวก็แทรกซึมผ่านม่านหมอกแห่งความบ้าคลั่งเข้ามา "หลินเฟย! อย่าฟังมัน!" น้ำเสียงที่เด็ดขาดและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยนั้นดึงรั้งจิตวิญญาณของเขาไว้ มู่หรงเซียน นางไม่ได้หนีไปไหน นางยังคงยืนอยู่ตรงนั้น มือเรียวบางของนางคว้าจับที่แขนของเขาไว้แน่น แม้ว่ากระแสปราณรอบกายของเขาจะร้อนแรงจนแผดเผาผิวหนังนางจนขึ้นรอยแดง หลินเฟยลืมตาโพลง สีแดงในนัยน์ตาค่อยๆ จางลงเหลือเพียงความว่างเปล่า เขามองเห็นมู่หรงเซียน ใบหน้าของนางซีดเผือด หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก แต่นัยน์ตาคู่นั้นยังคงสะท้อนภาพเขาอย่างแน่วแน่ "เจ้า... เจ้าเข้ามาทำไม" เขาเค้นเสียงถาม "ถอยไป... ข้าคุมตัวเองไม่อยู่" มู่หรงเซียนไม่ได้ถอย แต่นางกลับก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ฝ่ามือทาบลงบนอกซ้ายของเขาที่กระแสลมปราณกำลังปั่นป่วน "หากข้าต้องตายด้วยน้ำมือของคนที่ข้ารักที่สุด ข้าก็ยอมรับมัน แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าสูญเสียวิถีกระบี่ที่เจ้าเทิดทูนไปเพียงเพราะอุบายของคนชั่ว!" หลินเฟยรู้สึกถึงแรงกดทับจากฝ่ามือของนาง มันไม่ใช่การทำร้าย แต่มันคือการถ่ายทอดปราณธาตุเย็นบริสุทธิ์ของตระกูลมู่หรงเพื่อสยบความร้อนรุ่มภายใน แต่ทว่า... เมื่อปราณทั้งสองสายปะทะกัน ร่างกายของทั้งคู่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง "อา..." มู่หรงเซียนกระอักเลือดออกมาคำโต นางล้มพับลงในอ้อมแขนของหลินเฟย ปราณสะท้อนกลับนั้นรุนแรงเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้ไหว "เซียนเอ๋อร์!" หลินเฟยตื่นจากภวังค์มารโดยสมบูรณ์ เขารับร่างของนางไว้ทันท่วงที ดวงตาของเขากลับมาใสกระจ่าง ทว่าเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเดือดดาล "เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาเช่นนี้!" "คนโง่... คือคนที่ยอมแพ้ต่อชะตากรรมต่างหาก" นางกระซิบ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนริมฝีปากที่เปื้อนเลือด "ข้าช่วยเจ้าได้แล้ว... และตอนนี้... เจ้าก็เป็นอิสระแล้ว" หลินเฟยมองดูนาง ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับเทียนที่ใกล้ดับ แลกกับสติที่เขากลับคืนมา คือการสูญเสียพลังปราณเก้าส่วนของนาง และชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานประลองที่พังทลาย "ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไป" หลินเฟยพึมพำ เขาใช้ปลายนิ้วกดจุดชีพจรบนข้อมือของนาง แต่เขากลับพบความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่า พลังงานในร่างของมู่หรงเซียนกำลังเหือดแห้ง และดูเหมือนว่านางจะใช้วิชาต้องห้ามบางอย่างเพื่อผนึกมารในร่างเขาไว้ในคราเดียว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและกังวานก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังกำแพงพังทลาย "ซึ้งใจยิ่งนัก ความรักของคนหนุ่มสาวช่างสวยงามเสมอ" เงาร่างหนึ่งก้าวออกมา เขาคือมารโลหิตในร่างที่สวมทับด้วยอาภรณ์ของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือผู้ใด เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ทหารองครักษ์นับร้อยในชุดเกราะสีดำทมิฬล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง "ส่งตัวนางมาให้ข้า แล้วข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า" มารโลหิตเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังยื่นข้อเสนอในการซื้อขายสินค้า หลินเฟยประคองมู่หรงเซียนไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างกุมด้ามกระบี่ไว้แน่น เขาไม่ได้มองไปที่ทหารเหล่านั้น แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตอาจารย์ที่เขารักและเทิดทูนที่สุด "ท่านไม่ได้ต้องการนาง" หลินเฟยเอ่ยเสียงก้องกังวาน "ท่านต้องการเพียงกระบี่ในมือข้า... แต่สิ่งที่ท่านจะได้รับจากข้าในวันนี้ มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น" "อะไร?" มารโลหิตเลิกคิ้ว หลินเฟยยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้มารโลหิตถึงกับชะงัก เขาค่อยๆ ยกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ ไม่ใช่เพื่อฟาดฟัน แต่เพื่อปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ลงสู่พื้นดิน "คือการสูญสิ้นวิชาของท่านอย่างไรเล่า!" ก่อนที่มารโลหิตจะทันขยับตัว แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงระเบิดของปราณธาตุที่สะสมอยู่ในตัวเขาพุ่งพล่านออกมาจนกำแพงหินรอบด้านพังทลายลง ทว่าในจังหวะที่ฝุ่นควันคลุ้งตลบ หลินเฟยกลับพบว่ามือที่เขาประคองมู่หรงเซียนอยู่นั้น... มือของนางไม่ได้ขยับเขยื้อนอีกต่อไป และมีไอเย็นจัดที่ผิดธรรมชาติแผ่ออกมาจากร่างกายของนาง ไม่ใช่ไอเย็นของปราณตระกูลมู่หรง... แต่เป็นบางสิ่งที่เยือกแข็งและโบราณกาลยิ่งกว่า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าจะได้พบกันในตอนหน้าด้วยหัวใจที่ระทึกกว่าเดิมนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%