"หากท่านจะสังหารข้า ก็จงรีบลงมือ อย่าได้โอ้เอ้ให้เสียเวลาเปล่าเลย"
น้ำเสียงของหลินเฟยเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานลึกๆ ในอก เขาไม่ได้มองไปยังร่างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาอาฆาต หากแต่จ้องมองไปที่ฝักกระบี่ที่สั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ของตนเอง
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเอื้ออารี บัดนี้กลับถูกฉาบทับด้วยความเย็นชาที่มิใช่มนุษย์ ไอสีดำสนิทที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นไม่ได้มีกลิ่นอายของปราณตระกูลมู่หรงแม้แต่น้อย มันคือความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ มันคือกลิ่นอายของยุคสมัยที่สาบสูญไปนับพันปี
"ความเร็วของเจ้าช้าลงไปมากนะ หลินเฟย" ผู้ที่ยืนเบื้องหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นก้องกังวานดุจมาจากหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง "หรือว่าความเมตตาที่อาจารย์ของเจ้าพร่ำสอน กำลังกลายเป็นหินถ่วงเท้าที่ทำให้วิถีกระบี่ของเจ้าไร้ความคมกันแน่"
มู่หรงเซียนขยับกายเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสอง นางขบกรามแน่น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริก นางเป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าความจริงเบื้องหน้าคือความเจ็บปวดที่ไม่มีตำรายุทธภพเล่มใดเคยจดบันทึกไว้
"ท่านไม่ใช่ท่านอาวุโสหลวน... ท่านคือใครกันแน่!" มู่หรงเซียนแผดเสียงถาม มือกระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน
บุรุษเบื้องหน้าแค่นยิ้ม รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยวจนน่าขนลุก เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง ผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มปริแยกออกเผยให้เห็นกลไกของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง มันมิใช่เลือดเนื้อ แต่มันคือผลึกน้ำแข็งโบราณที่สลักเสลาขึ้นด้วยวิชาที่สาบสูญ
"เวลา... มันเป็นเพียงเครื่องมือที่มนุษย์ใช้หลอกตัวเองว่าทุกอย่างต้องร่วงโรย" เขากล่าวพลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ "อาจารย์ของพวกเจ้าตายไปนานแล้ว และร่างที่พวกเจ้าเห็นอยู่นี้ ก็เป็นเพียงภาชนะที่ถูกจองจำไว้ด้วยความทรงจำที่บิดเบี้ยวของสำนักคุณธรรมจอมปลอมแห่งนี้"
หลินเฟยรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรำไปกับความกลัว แต่นี่มิใช่ความกลัวตาย หากแต่เป็นความหวาดหวั่นต่อความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีเงินพาดผ่านความมืดมิดในถ้ำลึก
"ถ้าท่านไม่ใช่ท่านอาวุโส ก็ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งใดให้ข้าต้องลังเลอีก" หลินเฟยกล่าวเบาๆ วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์เริ่มหมุนวนรอบกาย สายน้ำที่ไหลรินในจิตใจถูกเปลี่ยนเป็นคมดาบที่ซ่อนเร้น
ทั้งสองปะทะกันโดยไร้คำพูด เงาสีดำปะทะเข้ากับแสงสีเงิน กระบวนท่าของหลินเฟยนั้นไหลลื่นดุจสายน้ำที่ไร้รูปแบบ ทว่าในยามที่เขาหวังจะจู่โจมจุดตาย อีกฝ่ายกลับตอบโต้ด้วยการขยับร่างที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ความเคลื่อนไหวล่วงหน้าไปหลายก้าว สิ่งที่น่ากลัวกว่าพลังปราณมหาศาล คือการที่อีกฝ่ายรู้จักวิชากระบี่ของหลินเฟยทุกกระบวนท่า!
"เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?" ฝ่ายตรงข้ามสวนกลับมาด้วยกระบี่ที่แข็งกร้าวราวกับภูผาน้ำแข็ง "วิชาไร้ลักษณ์ที่เจ้าภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นโซ่ตรวนให้เจ้าหลงติดอยู่ในห้วงเวลาที่ข้ากำหนดไว้ต่างหาก!"
ทุกครั้งที่คมกระบี่กระทบกัน หลินเฟยจะรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่ชีพจร มันพยายามกัดกินปราณภายในให้หยุดนิ่ง ประหนึ่งเวลาของชีวิตเขากำลังถูกแช่แข็งเอาไว้
"หลินเฟย! อย่าฟังมัน!" มู่หรงเซียนตะโกนขึ้น นางตัดสินใจทิ้งกลยุทธ์ที่วางไว้ทั้งหมด แล้วพุ่งกายเข้าช่วยด้วยการใช้กระบี่ตระกูลมู่หรงปัดป้องพลังเยือกแข็งนั้นออกไป "คนผู้นี้กำลังใช้พลังจากยุคบรรพกาลมาดึงเอาความลังเลในจิตใจของท่านออกมาให้เป็นอาวุธ!"
หลินเฟยกัดฟันกรอด เขาสัมผัสได้ว่าในทุกๆ การปะทะ ร่างกายของเขากำลังสูญเสียความอบอุ่นไปทีละน้อย ภาพความทรงจำวัยเยาว์ที่เคยซ้อมกระบี่กับอาจารย์เริ่มบิดเบี้ยวและเลือนหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือภาพความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่ตัวตนของผู้สอน
เขามองเห็นแววตาของฝ่ายตรงข้าม... มันไม่ใช่แววตาของผู้ทรยศ แต่มันคือแววตาของผู้ที่ถูก "เวลา" กลืนกินไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ต้องการใครสักคนมาเติมเต็มด้วยความตาย
"หากข้าต้องตายด้วยน้ำมือของอาจารย์ที่ข้าเคารพที่สุด... นั่นก็ถือเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับวิถีกระบี่ของข้าแล้ว" หลินเฟยหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจของเขาเริ่มประสานเป็นหนึ่งเดียวกับความนิ่งงันของถ้ำ
เขาทิ้งฝักกระบี่ลงพื้น เสียงโลหะกระทบหินดังกังวานไปทั่วบริเวณ เขาไม่ได้เตรียมท่าตั้งรับ แต่เขากำลังจะใช้ท่าไม้ตายที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยกล้าใช้ เพราะมันหมายถึงการสละทิ้งซึ่ง "ตัวตน" ทั้งหมดของเขา
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเข้าสู่เขตแดนแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นสูงสุด พลันมีเสียงปรบมือดังขึ้นมาจากมุมมืดของถ้ำ เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานเสียจนทั้งหลินเฟยและฝ่ายตรงข้ามต้องหยุดชะงัก
"พอได้แล้ว... การแสดงงิ้วที่ยาวนานมานับร้อยปี จบลงเพียงเท่านี้เถอะ"
ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด รูปลักษณ์ของเขาสง่างามและคุ้นเคยอย่างประหลาด หลินเฟยเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาเพิ่งจะฝังใจว่าได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน บุรุษผู้นั้นถือกระบี่ไม้เก่าๆ เล่มหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนในวันวาน แต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า
"อาจารย์... ท่าน?" มู่หรงเซียนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้น
หลินเฟยกำกระบี่แน่น ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาต่อหน้า เขาหันกลับไปมองสิ่งที่เรียกว่า "ความจริง" แล้วเขาก็เข้าใจในทันทีว่า ที่ผ่านมานั้น... ใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการเวลาและโชคชะตาของยุทธภพแห่งนี้มาโดยตลอด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่ของหลินเฟยนะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 31
การทรยศของเวลา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!