เสียงคัดคอยของคบเพลิงในความมืดดังเปรี๊ยะ ปล่อยประกายไฟสีส้มสลัวกระทบเข้ากับผนังหินชื้นแฉะของถ้ำลึกลับ
"เจ้าแน่ใจหรือว่ารอยแยกนี้คือทางเข้าสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์โบราณ? ข้าเห็นแต่ซากปรักหักพังและกลิ่นอับของกาลเวลา"
มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยความกังวล นางใช้ปลายนิ้วปัดหยากไย่ที่เกาะตามหัวไหล่ออกอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบกายเพื่อประเมินความปลอดภัย สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งผู้คนสัญจรมานับร้อยปี ความเงียบงันของมันกดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
หลินเฟยหยุดฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังแผ่นศิลาขนาดใหญ่ตรงหน้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงถ้ำร้าง ร่างกายของเขายังคงจดจำความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์ได้ดี แผลเป็นในใจนั้นไม่เคยจางหาย แต่ยามนี้ สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขากลับไม่ใช่ความน่ากลัวของสถานที่ หากแต่เป็นรอยสลักบนศิลาที่แผ่ไอพลังบางเบาออกมา
"กลิ่นอายปราณกระบี่ยังหลงเหลืออยู่... แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แต่เจตจำนงของผู้สร้างยังคงสถิตอยู่ที่นี่" หลินเฟยกล่าวเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือด้วยความเคารพอย่างสูง เขายื่นมือออกไปสัมผัสร่องรอยการฟันบนศิลาหินนั้น
ทันทีที่ปลายนิ้วของหลินเฟยแตะลงบนรอยสลัก กระแสความเย็นยะเยือกพุ่งพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือดโดยพลัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด ความมืดมิดรอบตัวคล้ายถูกฉีกกระชากด้วยแสงสว่างวาบของคมกระบี่นับหมื่นเล่มที่พุ่งแหวกอากาศ เสียงลมหวีดหวิวคล้ายเสียงคำรามของมังกรและเสียงร้องโหยหวนของภูตผีดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
หลินเฟยนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ลมปราณภายในร่างกายพลอยปั่นป่วนจนควบคุมได้ยาก การโคจรพลังวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์เริ่มติดขัดราวกับสายน้ำที่ถูกก้อนหินมหึมาขวางกั้น
"หลินเฟย! ท่านเป็นอะไรไป?"
มู่หรงเซียนสังเกตเห็นความผิดปกติ นางรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ มือเรียวบางสัมผัสที่หัวไหล่หนาเพื่อถ่าย
ทอดลมปราณช่วยเหลือ แต่กลับถูกแรงสะท้อนจากปราณกระบี่โบราณผลักกระเด็นออกไปหลายก้าว นางกัดริมฝีปากแน่น ฝืนสะกดกลั้นอาการบาดเจ็บภายใน แล้วตะโกนเตือนสติด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"อย่าปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำ! ท่านลืมคำสอนของอาจารย์แล้วหรือ? กระบี่ไร้ลักษณ์หาใช่รูปกายภายนอก แต่มันคือจิตที่ว่างเปล่า ไร้การยึดติด!"
คำพูดนั้นราวกับสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองไฟ หลินเฟยสะดุ้งเฮือก ดวงตาที่เคยพร่ามัวกลับมามีสติอีกครั้ง เขารีบถอนมือออกจากแผ่นศิลา หายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นถ้ำ พยายามปรับลมหายใจเข้าออกลึก ๆ ตามวิถีแห่งเต๋าเพื่อสงบจิตใจที่กำลังคะนอง
"ข้าเกือบไป... หากช้ากว่านี้อีกนิด จิตมารคงเข้าแทรกตัวข้าแล้ว" หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขามองแผ่นศิลาตรงหน้าด้วยความยำเกรงยิ่งขึ้น
เมื่อความวุ่นวายในจิตใจสงบลง หลินเฟยจึงสังเกตเห็นความจริงบางอย่างบนแผ่นศิลา รอยสลักเหล่านั้นไม่ใช่รอยแผลจากการต่อสู้ทั่วไป แต่มันคือ "คัมภีร์กระบี่" ที่ถูกบันทึกไว้ด้วยเจตจำนงอันกล้าแกร่งของผู้ก่อตั้งสำนัก
"เซียนเอ๋อร์ เจ้าดูนี่สิ..." หลินเฟยเงยหน้าขึ้นมองสหายร่วมทาง แววตาฉายประกายความเข้าใจบางอย่าง "รอยสลักเหล่านี้ไม่ได้สอนกระบวนท่า แต่มันสอนวิธี 'ลืม' กระบวนท่า"
มู่หรงเซียนขยับเข้ามาใกล้ นางกวาดสายตามองรอยสลักบนศิลาอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันชาญฉลาดของนางเริ่มวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของเส้นสายต่าง ๆ "นี่คือ... เคล็ดวิชาขั้นสูงสุดของกระบี่ไร้ลักษณ์ ที่สูญหายไปจากยุทธภพกว่าสามร้อยปี ผู้ใดบรรลุกระบวนท่านี้ ย่อมสามารถใช้ความว่างเปล่าสยบความมีตัวตนได้"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังเพ่งสมาธิอยู่กับการไขความลับบนศิลาจารึก บรรยากาศภายในถ้ำก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านก้นถ้ำเข้ามา ดับเปลวไฟจากคบเพลิงจนมืดสนิทเหลือเพียงแสงสลัวรางจากหินเรืองแสงบนเพดานถ้ำ ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับเสียงค้อนทั่งตีเหล็ก
*ตึง... ตึง... ตึง...*
หลินเฟยและมู่หรงเซียนชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตา สัญชาตญาณนักสู้เตือนภัยถึงอันตรายระดับถึงชีวิตที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทั้งสองยืนหลังชนกัน สายตากวาดมองความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง
จากเงาดำมืดลึกเข้าไปในโถงถ้ำ ร่างหนึ่งก้าวออกมา ปรากฏกายภายใต้แสงสลัว ใบหน้าของคนผู้นั้นสวมหน้ากากทองแดงรูปอสูรไร้หน้า ดวงตาดั่งเหยี่ยวเปล่งประกายอำมหิต แผ่ไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวแทบแข็งตัว
"ไม่นึกเลยว่า... จะมีหนูสกปรกหลงเข้ามาตายในสุสานของสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ถึงเพียงนี้" เสียงแหบพร่ากังวลก้องกังวานไปทั่วถ้ำ "ไหน ๆ ก็มาแล้ว จงมอบคัมภีร์โบราณและชีวิตของพวกเจ้าไว้ที่นี่เสียเถอะ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองวิถีกระบี่นี้ไปกับผมนะครับ... หมื่นกระบี่คืนรัง
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 4
เบาะแสจากศิลาจารึก
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!