เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 10

พิษร้ายในน้ำชา

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ท่านดื่มน้ำชานี้เถิดหลินเฟย... เป็นใบชาจากยอดเขาทิพย์พยัคฆ์ กลิ่นหอมของมันช่วยให้จิตใจที่ขุ่นมัวจากการเดินทางไกลสงบลงได้มาก" น้ำเสียงของบุรุษวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หมวกสานปีกกว้างนั้นดูนุ่มนวล ทว่าแววตาที่เหลือบมองถ้วยชาเคลือบสีครามในมือหลินเฟยกลับแฝงประกายกร้าวที่ยากจะจับผิด ประกายดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ในสำลีขาวบริสุทธิ์ หลินเฟยหันไปมองสบตา มู่หรงเซียนที่นั่งเคียงข้างนางขยับพัดในมือเบาๆ สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าของบุรุษผู้นั้นก่อนจะหยุดลงที่ไอน้ำจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นจากถ้วยชา นางไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงแต่ใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนขอบโต๊ะไม้เป็นจังหวะสามครั้ง... นี่เป็นรหัสลับที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้เมื่อยามเผชิญหน้ากับความไม่ชอบมาพากล "ขอบใจท่านมาก..." หลินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ "แต่เกรงว่าข้าจะมิอาจรับน้ำใจนี้ได้" "เหตุใดเล่า? หรือเจ้าจะรังเกียจน้ำชาของชาวบ้านร้านตลาดเช่นข้า?" ชายแปลกหน้าถามกลับ เสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย ราวกับความอดทนถูกทดสอบ "มิใช่เช่นนั้น" หลินเฟยหยิบถ้วยชาขึ้นมา ประคองไว้ในมืออย่างทะนุถนอม "เพียงแต่ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า พลังกระบี่ที่ข้าฝึกฝนนั้น หากดื่มสิ่งใดที่ 'เข้มข้น' จนเกินไป ย่อมทำให้สมาธิที่ต้องใช้ควบคุมปราณไร้ลักษณ์เกิดความสับสน... อีกอย่าง ท่านไม่คิดหรือว่า กลิ่นของใบชาที่หอมเกินไปเช่นนี้ มักจะกลบกลิ่นของสิ่งอื่นที่อันตรายกว่า?" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านน้ำชาเล็กๆ กลางทางม้าผ่าน บรรยากาศโดยรอบดูราวกับถูกแช่แข็ง ผู้คนรอบข้างที่เคยส่งเสียงจอแจต่างก้มหน้าก้มตาเงียบกริบอย่างผิดปกติ มู่หรงเซียนวางพัดลงบนโต๊ะ ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองไปยังเงาร่างของบริกรชายที่ยืนอยู่มุมห้อง ซึ่งมือข้างหนึ่งกำลังสอดเข้าไปในแขนเสื้ออย่างระแวดระวัง "เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอันใด" ชายแปลกหน้าแค่นหัวเราะ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น โต๊ะไม้เบื้องหน้าหลินเฟยก็แตกกระจายด้วยแรงกดจากลมปราณที่มองไม่เห็น! หลินเฟยไม่ได้ขยับกายไปข้างหลังแม้แต่นิ้วเดียว เขากลับชิงจังหวะคว้าถ้วยชาที่กำลังจะร่วงหล่นขึ้นมา แล้วซัดออกไปราวกับกระสุนปืน! *เพล้ง!* ถ้วยชาแตกกระจายกลางอากาศ หยดน้ำชาที่พุ่งเป็นสายดั่งเข็มพิษปะทะเข้ากับอาวุธลับของเหล่านักฆ่าที่ซุ่มอยู่รอบทิศทาง กลิ่นฉุนของสารพิษโชยออกมาทันทีที่น้ำชากระทบกับอากาศ มันเปลี่ยนสีเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่แปดเปื้อนความบริสุทธิ์ "ยาพิษผีดูดวิญญาณ..." มู่หรงเซียนอุทานเบาๆ ใบหน้าของนางซีดเผือดลงเล็กน้อย "หลินเฟย ระวัง! มันมิได้มาเพียงแค่ลำพัง!" หลินเฟยกระโดดขึ้นจากที่นั่ง ร่างกายของเขาหมุนวนดุจสายน้ำที่ไร้รูป กระบี่คู่ใจที่วางอยู่ข้างกายถูกชักออกมาเพียงครึ่งฝัก เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วร้านน้ำชา เขาไม่ได้มุ่งหวังจะสังหาร แต่เน้นการปัดป้องและเบี่ยงเบนทิศทางของอาวุธลับเหล่านั้นด้วยวิถีกระบี่ที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น "พวกเจ้าส่งมาโดยใคร?" หลินเฟยถามขณะตวัดกระบี่ฟาดฟันศัตรูที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังด้วยท่วงท่าที่งดงามและรวดเร็ว "มารโลหิตหรือ? หรือว่าจะเป็นพวกที่ขลาดกลัวต่อวิถีที่ข้าเลือกเดิน?" ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงคมดาบที่พุ่งเข้ามาหมายเด็ดหัวเขาในทุกทิศทาง หลินเฟยหายใจเข้าลึก จิตใจของเขาดิ่งลึกสู่ความว่างเปล่า เขาไม่ได้มองเห็นแค่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า แต่มองเห็น 'กระแส' ของพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร้านนี้... เขาพบว่าในความวุ่นวายนี้ มีจุดที่เงียบสงบที่สุดจุดหนึ่ง นั่นคือจุดที่นักฆ่ามือฉมังกำลังแอบซ่อนอยู่ เขาทิ้งกระบี่ในมือลงพื้น ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าศัตรู เขาประสานมือเข้าหากัน พลังปราณที่รวบรวมไว้ถูกปลดปล่อยออกมารอบกายเป็นวงกลมดั่งกระแสน้ำวนที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าหาตัวเอง ก่อนจะผลักออกด้วยพลังทำลายล้างที่ไร้ลักษณ์! *ตึง!* นักฆ่าสามคนกระเด็นไปคนละทิศทาง พวกมันล้มลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ทว่าบุรุษที่สวมหมวกสานกลับยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าทางออก รอยยิ้มที่เขาเผยออกมานั้นบิดเบี้ยวจนน่าขนลุก "เจ้าเก่งกาจมากที่รู้เท่าทันพิษของข้า" ชายคนนั้นกล่าวพลางถอดหมวกสานออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สลักเสลาด้วยแผลเป็นรูปพยัคฆ์ "แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... พิษที่ร้ายกาจที่สุด มิใช่สิ่งที่เจ้าดื่มกินเข้าไป แต่มันคือพิษที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเจ้าตั้งแต่เกิด!" หลินเฟยชะงัก ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผาจากภายใน เส้นเลือดที่ข้อมือปรากฏรอยดำคล้ำแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว มู่หรงเซียนรีบพุ่งเข้ามาประคองเขาทันที แต่แล้วนางก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากหลังร้าน นางคนนั้นคือหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา แต่ในมือนางกลับถือป้ายหยกประจำตัวของอาจารย์หลินเฟยที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับร่างของเขาในวันที่สำนักถูกทำลาย! "ศิษย์พี่...?" หลินเฟยเค้นเสียงออกมาด้วยความสับสนและเจ็บปวด หญิงสาวนางนั้นมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับมองคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นางขยับปากพูดเพียงประโยคเดียวที่ทำให้โลกของหลินเฟยพังทลายลงในพริบตา "เจ้าหลงทางมาไกลเกินไปแล้วหลินเฟย... ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องคืนปราณทั้งหมดให้กับสิ่งที่เจ้าขโมยมาเสียที" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองวิถีกระบี่นี้ไปกับผมนะครับ... หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%