“เจ้ายังคิดว่าคุณธรรมจะหยุดคมดาบข้าได้หรือ หลินเฟย?”
เสียงแหบพร่าดุจเสียงใบไม้แห้งกรอบถูกบดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางไอสังหารที่อบอวลไปทั่วหุบเขาไร้นาม มารโลหิตยืนตระหง่านอยู่บนซากปรักหักพังของศิลาจารึกโบราณ เลือดสีดำคล้ำหยดจากปลายนิ้วลงสู่พื้นดิน กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับนรกภูมิได้เปิดประตูขึ้นมาบนโลกมนุษย์
หลินเฟยกระชับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่น เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากแผลที่สีข้าง กลิ่นอายลมปราณในกายเขาสั่นไหวคล้ายเปลวเทียนที่ต้องพายุโหม เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่สายตาที่เด็ดเดี่ยวนั้นจับจ้องไปยังศัตรูเบื้องหน้า มู่หรงเซียนที่ยืนอยู่ข้างกายเขา แม้อาภรณ์จะขาดวิ่นและใบหน้าเปื้อนฝุ่นดิน แต่แววตานางยังคงฉายความเฉลียวฉลาดที่ไม่มีวันมอดดับ
“คุณธรรมอาจหยุดคมดาบเจ้าไม่ได้...” หลินเฟยเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำทว่าก้องกังวานด้วยแรงปณิธาน “แต่คมกระบี่ของข้า จะเป็นตัวกำหนดว่าบนผืนแผ่นดินนี้ ผู้ใดสมควรยืนหยัดอยู่ต่อ”
“ไร้สาระ!”
มารโลหิตคำรามลั่น ก้าวย่างเพียงครั้งเดียวพื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็ยุบตัวลง ปราณโลหิตพุ่งทะยานออกมาจากร่างเป็นสายคล้ายอสรพิษนับร้อย มุ่งเข้าจู่โจมหลินเฟยและมู่หรงเซียนพร้อมกัน!
“หลินเฟย! ระวังซ้าย!” มู่หรงเซียนตะโกนลั่นพร้อมกับสะบัดพัดเหล็กในมือ สกัดกั้นปราณโลหิตส่วนหนึ่งไว้ได้ด้วยท่วงท่า ‘เมฆาคลี่คลาย’ ทว่าแรงปะทะนั้นมหาศาลจนร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าว
หลินเฟยไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่มารโลหิตพุ่งตัวเข้ามา ใช้กระบวนท่า ‘ไร้ลักษณ์คืนกลับ’ ร่างกายเขากลายเป็นดั่งน้ำที่ไร้รูปหลบหลีกปราณโลหิตอย่างเฉียดฉิว กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นเส้นสายสีเงินยวบยาบ ตัดผ่านช่องว่างแห่งปราณของมารโลหิตอย่างแม่นยำ
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่ปะทะกับฝ่ามือที่แกร่งดั่งเหล็กกล้าของมารโลหิตดังก้องไปทั่วหุบเขา แรงสั่นสะเทือนทำเอาหินผารอบข้างแตกร้าว หลินเฟยรู้สึกถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมาจนแทบอาเจียนเป็นเลือด เขาตระหนักได้ทันทีว่าวิชามารที่ศัตรูฝึกฝนมานั้นเหนือล้ำกว่าระดับที่เขาเคยเผชิญมาหลายเท่าตัว
“ฝีมือเพียงเท่านี้รึ?” มารโลหิตหัวเราะร่า ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความกระหายอำนาจฉายแววเย้ยหยัน “อาจารย์เจ้าตายเพราะความโง่เขลาที่เชื่อมั่นในสิ่งที่ไม่มีจริง วันนี้เจ้าก็กำลังจะเดินตามรอยเท้าเขาไป!”
คำพูดนั้นเสียดแทงหัวใจหลินเฟยดั่งคมมีด ภาพของอาจารย์ที่ถูกมารโลหิตสังหารต่อหน้าต่อตาในวันวานหวนกลับมาทับซ้อนกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ลมปราณในกายเขาเริ่มปั่นป่วน พลังที่ไร้ระเบียบเริ่มไหลเวียนดุจพายุหมุน
“อย่าให้ความโกรธครอบงำจิตใจ เจ้าจำที่ข้าบอกไม่ได้หรือ!” มู่หรงเซียนปราดเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ แววตาของนางจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย “หากเจ้าใช้กระบี่ด้วยจิตที่อาฆาต วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ก็จะเป็นเพียงคมดาบธรรมดาที่ไร้จิตวิญญาณ!”
หลินเฟยสูดลมหายใจลึก เขาหลับตาลงชั่วขณะ ปรับจังหวะหัวใจให้เข้ากับเสียงของธรรมชาติรอบข้าง ลมหายใจที่หอบถี่ค่อยๆ สงบลง ความโกรธแค้นที่ประทุในอกถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยือกดุจน้ำค้างแข็ง
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยสั่นคลอนบัดนี้กลับมานิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้คลื่นลม
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินเฟยพึมพำ ก่อนจะทะยานร่างเข้าหามารโลหิตอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีความกลัว ไม่มีความอาฆาต มีเพียงการไหลเวียนของลมปราณที่สมดุลดุจสายน้ำที่ไหลเรื่อยไปตามครรลอง
ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดกลางแนวรบมรณะ กระบี่ของหลินเฟยเปรียบดั่งสายลมที่มองไม่เห็น เข้าจู่โจมทุกจุดอ่อนที่ปรากฏบนร่างของมารโลหิต มารโลหิตเองก็ไม่ธรรมดา มันใช้เพลงดาบโลหิตที่รวดเร็วและรุนแรงโต้ตอบกลับมา แต่ละท่าล้วนมีเป้าหมายเพื่อปลิดชีพ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด อากาศรอบข้างร้อนระอุด้วยแรงปราณที่ปะทะกันอย่างไม่ลดละ ทุกการขยับเขยื้อนคือการเดิมพันด้วยชีวิต
ในวินาทีที่มารโลหิตเพลี่ยงพล้ำจากการเร่งพลังจนเกินตัว หลินเฟยสบโอกาสพลิกตัวม้วนกลับพร้อมกับตวัดปลายกระบี่ในท่า ‘คืนใต้หล้าสู่ธรรม’ กระบี่ของเขาเปล่งประกายเจิดจ้าดุจแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ไล่ความมืดมิดออกไป
“จบสิ้นเสียที!”
กระบี่จ่อใกล้คอหอยของมารโลหิตเพียงเส้นผมกั้น ทว่าในจังหวะที่ความตายกำลังจะมาเยือน มารโลหิตกลับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างน่าสะพรึงกลัว มือที่ดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงของมันกลับคว้าด้ามกระบี่ของหลินเฟยไว้มั่น ก่อนจะดึงร่างของหลินเฟยเข้าไปใกล้จนใบหน้าเกือบจะชิดกัน
“เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพียงลำพังงั้นรึ?” มารโลหิตกระซิบ เสียงนั้นแผ่วเบาทว่าเย็นเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง “หันไปดูข้างหลังเจ้าสิ... ว่าผู้ที่เจ้าปกป้องไว้ กำลังถือสิ่งใดอยู่ในมือ”
หลินเฟยชะงักงัน หัวใจเขาสั่นวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเหลือบสายตาไปด้านหลังอย่างช้าๆ ภาพที่เห็นทำให้โลหิตในกายเขาเย็นเฉียบ มู่หรงเซียนไม่ได้ถือพัดเหล็กอีกต่อไป ในมือนางกลับกุมคัมภีร์ต้องห้ามเล่มหนึ่งไว้แน่น แสงสีแดงประหลาดส่องประกายออกมาจากแผ่นหนังหุ้มคัมภีร์ที่นางเคยบอกว่าทำลายไปแล้ว... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือดาบในมือของนางที่กำลังจ่อเข้าที่แผ่นหลังของเขาเอง
รอยยิ้มของมู่หรงเซียนที่เขารู้จักเสมอมา บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและไร้ความรู้สึกอย่างประหลาด นางก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เตรียมพร้อมที่จะแทงดาบนั้นลงมา
ความจริงที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้หลินเฟยต้องเลือกระหว่างการรักษาชีวิตตนเอง หรือการยอมตายด้วยมือของคนที่เขารักที่สุด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" มาจนถึงจุดที่บีบคั้นหัวใจที่สุดเช่นนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 35
แนวรบมรณะ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!