“เจ้าคิดหรือว่ากลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่นี้ คือสัญลักษณ์ของชัยชนะ?”
เสียงทุ้มต่ำของหลินเฟยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เขาไม่ได้มองไปที่เหล่าสมุนมารโลหิตที่ยืนเรียงรายอยู่รอบอาศรมร้าง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่คราบเลือดบนปลายกระบี่ของตนที่ค่อยๆ หยดลงบนพื้นดินแห้งผากเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
มู่หรงเซียนที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวงามกุมด้ามพัดเหล็กแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นางไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามของเขา แต่สายตาที่กวาดมองไปรอบทิศทางบ่งบอกว่านางกำลังคำนวณ 'หมาก' ที่ถูกวางไว้ในแผนการนี้อย่างละเอียด
“ท่านชายหลิน พวกมันไม่ได้มาเพื่อสู้กับเรา” มู่หรงเซียนกระซิบ เสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความเฉียบคม “พวกมันมาเพื่อ 'สังเวย' ตัวเองให้ค่ายกลนี้ทำงาน”
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือน ลวดลายอักขระสีแดงฉานที่ฝังอยู่ใต้ดินเริ่มเรืองแสงวูบวาบ มารโลหิตไม่ได้ส่งลูกน้องมาเพื่อสังหารพวกเขา แต่มันใช้ชีวิตของพวกพรานป่าและสมุนชั้นต่ำเหล่านั้นเป็นวัตถุดิบในการปลุก 'ม่านอาคมโลหิต' ขึ้นมา!
หลินเฟยหลับตาลงชั่วขณะ ลมหายใจของเขาเริ่มผสานเข้ากับจังหวะของเต๋า ความไร้ลักษณ์ไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่า แต่หมายถึงการปรับเปลี่ยนรูปโฉมตามสถานการณ์ กระบี่ในมือของเขาเริ่มสั่นไหวเบาๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้นของคมเหล็กที่สัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้น
“ในเมื่อพวกมันมอบความตายให้เป็นของขวัญ...” หลินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยประกายแห่งความเมตตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดขาด “เราก็คงต้องสนองตอบด้วยวิถีกระบี่ที่ไร้รูปรอย”
ร่างของหลินเฟยพุ่งออกไปดุจเงาพราย เขาไม่ได้มุ่งตรงไปที่กลุ่มสมุนมาร แต่กลับตวัดกระบี่ฟันเข้าใส่ 'จุดตาย' บนอากาศว่างเปล่า ความเร็วของเขาเกินกว่าสายตามนุษย์จะติดตามทัน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้แม้แต่มู่หรงเซียนยังต้องเบิกตากว้าง คมกระบี่ของเขาไม่ได้ฟันลงบนเนื้อหนัง แต่กลับฟันลงบน 'สายใยปราณ' ที่เชื่อมโยงอักขระอาคมเข้าด้วยกัน!
*เคร้ง!*
เสียงคล้ายโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะจากการตัดวงจรปราณทำให้เหล่าสมุนมารกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน พวกมันล้มลงดิ้นทุรนทุรายราวกับถูกมีดนับพันเล่มกรีดเข้าที่กระดูก มารโลหิตที่เฝ้ามองจากมุมมืดบนยอดไม้คำรามก้องด้วยความแค้น
“หลินเฟย! เจ้าทำลายพิธีกรรมที่ข้าเตรียมมาแรมปี!”
น้ำเสียงที่แหบพร่าและเปี่ยมด้วยอำนาจมืดดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างในชุดคลุมสีเลือดจะร่อนลงมาเบื้องหน้าชายหนุ่ม มารโลหิตไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่าสิ่งที่ปรากฏตามหลังมันมากลับทำให้ลมหายใจของหลินเฟยสะดุดลง
มันคือบุคคลที่เขาไม่คิดว่าจะต้องมาเผชิญหน้าในที่แห่งนี้ และยิ่งไปกว่านั้น... ในฐานะศัตรู
หลินเฟยชะงักกระบี่ที่กำลังจะพุ่งเข้าหา ปลายกระบี่สั่นระริกอยู่ห่างจากลำคอของมารโลหิตเพียงไม่กี่นิ้ว แต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่ศัตรูคู่อาฆาต หากแต่จ้องเขม็งไปที่ชายชราในชุดนักพรตที่เดินออกมาจากเงามืด ผู้ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ของศิษย์ร่วมสำนัก และเป็นคนที่เขาเคยให้ความเคารพดั่งบิดาบังเกิดเกล้า
“อาจารย์อา... ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เสียงของหลินเฟยสั่นพร่า ความสงสัยในใจถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ
ชายชราผู้นั้นเพียงแค่ยิ้มหยัน ก่อนจะดึงกระบี่ประจำตัวออกมา ซึ่งบัดนี้มันได้อาบด้วยไอสีดำสนิทของมารโลหิตไปเสียแล้ว “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นอาจารย์ของเจ้าอีกต่อไป หลินเฟย... ในเมื่อวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้ามันช่างน่าเบื่อหน่าย ข้าจึงเลือกที่จะเรียนรู้วิถีใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า”
มู่หรงเซียนก้าวขึ้นมาข้างหน้าหลินเฟยทันที นางดึงกระบี่สั้นออกมาป้องกันหน้าอกตนเอง “เฟย! อย่าหลงกลมัน นี่ไม่ใช่เขา... จิตวิญญาณของเขาถูกครอบงำด้วยมารไปแล้ว!”
หลินเฟยกำด้ามกระบี่แน่นจนเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือ เขาต้องเลือกระหว่างการสังหารคนที่เขาเคารพที่สุด เพื่อรักษาคุณธรรมของยุทธภพ หรือจะยอมถูกคมกระบี่นั้นปลิดชีพเพื่อคงไว้ซึ่งความกตัญญูที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
มารโลหิตหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง “เลือกว่าเจ้าจะเป็นนักพรตผู้สูงส่งที่ต้องตายอย่างหมาข้างถนน หรือจะเป็นนักรบที่เหยียบย่ำศพอาจารย์ตัวเองเพื่อความเป็นใหญ่!”
ในวินาทีนั้นเอง ที่ฝนเริ่มตกลงมาเป็นสาย ฝนที่เย็นเยียบตัดกับความร้อนแรงของไอสังหารที่พุ่งพล่าน ชายชราเงื้อกระบี่ขึ้นสูง เตรียมที่จะฟาดฟันลงมายังจุดตายของหลินเฟยที่กำลังยืนนิ่งดั่งรูปสลัก ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่กำลังจะถึงตัว หลินเฟยกลับหลับตาลงอีกครั้ง... และรอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“หากวิถีกระบี่ที่ท่านสอนมา คือการรู้จัก 'ปล่อยวาง'...” หลินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีทองสุกสกาว “ข้าก็ขอเลือกที่จะวางความกตัญญูลงในเวลานี้ เพื่อที่จะได้คืนความบริสุทธิ์ให้แก่ตัวท่านเอง!”
เขาทิ้งกระบี่ในมือลงกับพื้นดิน เสียงกระบี่กระทบพื้นดัง *เคร้ง* กังวานไปทั่วอาศรม ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าสมุนมารและมารโลหิต หลินเฟยกลับกางแขนออก เปิดช่องว่างกลางอกให้คมกระบี่ของอาจารย์พุ่งเข้าหาอย่างไม่คิดป้องกัน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายกระบี่สีดำสนิทจ่ออยู่ที่หัวใจของเขา มือของชายชรากลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่น่าประหลาดใจก็หลุดออกมาจากปากของมารโลหิตเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองวิถีกระบี่นี้ไปกับผมนะครับ... หมื่นกระบี่คืนรัง
เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 12
กับดักพรรคมาร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!