เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า•ตอนที่ 15

การฝึกตนในกระแสน้ำ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“เจ้ากำลังพยายามบังคับสายน้ำด้วยกระบี่... นั่นคือความเขลาประการที่หนึ่ง” เสียงเรียบเรื่อยของมู่หรงเซียนดังขึ้นจากโขดหินเบื้องหลัง หลินเฟยในชุดฝึกสีขาวที่เปียกชุ่มด้วยละอองน้ำจากน้ำตกขุนเขาจันทราดารา ชะงักปลายกระบี่ที่กำลังฟาดฟันเข้าหากระแสน้ำเชี่ยวกรากตรงหน้า ลมปราณในกายเขาปั่นป่วนจากการพยายามต้านทานพลังธรรมชาติ กระบี่ไม้ในมือสั่นสะท้านราวกับจะแตกสลาย หลินเฟยหอบหายใจหนักหน่วง หยาดน้ำไหลอาบใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาปักกระบี่ลงบนพื้นทรายข้างลำธาร ก่อนจะหันกลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงประทีปในม่านหมอก “หากข้าไม่บังคับมันให้เป็นดั่งใจ ข้าจะควบคุมทิศทางของกระบี่ได้อย่างไรในยามที่ศัตรูประชิดตัวมู่หรงเซียน? วิชาของข้า... มันยังไร้ลักษณ์จนเกินไปจนข้าแทบจะจับต้องไม่ได้” มู่หรงเซียนก้าวลงจากโขดหินอย่างแช่มช้า นางเดินผ่านหลินเฟยไปหยุดยืนอยู่ริมขอบเหวที่สายน้ำดิ่งลงสู่เบื้องล่าง “ท่านเรียกมันว่า ‘วิชากระบี่ไร้ลักษณ์’ แต่ท่านกลับพยายามใส่ ‘เจตจำนง’ ของตัวท่านลงไปในทุกท่วงท่า ท่านลืมไปแล้วหรือว่าสายน้ำนั้นแท้จริงแล้วมันคืออะไร” “มันคือพลัง... คือความรุนแรงที่พัดพาได้ทุกสิ่ง” หลินเฟยตอบพลางขมวดคิ้ว “ผิดแล้ว” นางยิ้มบางๆ สายตาจ้องมองผืนน้ำที่หมุนวน “สายน้ำไม่มีตัวตนของมันเอง มันเป็นไปตามภาชนะที่รองรับ เป็นไปตามเส้นทางที่ไหลผ่าน และเมื่อถึงคราวต้องทำลาย มันก็แค่ทำลายตามสภาวะแห่งตน... ท่านกำลังพยายามสู้กับน้ำ ทั้งที่ท่านควร ‘เป็น’ ส่วนหนึ่งของมันต่างหาก” หลินเฟยเงียบงัน เขาหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ที่อาจารย์ของเขาต้องจากไปเพราะความยึดติดในวิชาที่ต้องสมบูรณ์แบบผุดขึ้นในหัวเสมอมา ความแค้นที่สั่งสมในใจมักจะเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันที่หนักหน่วง แต่วันนี้... ความหนักหน่วงนั้นเองที่ทำให้เขาก้าวไม่พ้นขีดจำกัด เขาตัดสินใจทิ้งกระบี่ลงบนพื้นทรายอีกครั้ง ค่อยๆ ก้าวลงไปในกระแสน้ำที่เย็นเยียบจนถึงกระดูก ความเย็นจัดแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง แต่เขาเลือกที่จะผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แทนที่จะเกร็งปราณเพื่อต้านทาน เขาปล่อยให้ร่างกายลอยเคว้งไปตามแรงดึงดูดของน้ำตก “ปล่อยวาง... ไร้จิตจำนง ไร้การควบคุม” หลินเฟยพึมพำกับตัวเอง วินาทีนั้น จิตของเขาไม่ได้อยู่ที่ปลายกระบี่ แต่อยู่ที่การสัมผัสถึงโมเลกุลของน้ำที่ไหลผ่านซอกนิ้ว เขาเริ่มมองเห็นจังหวะที่น้ำไหลเลี่ยงโขดหินโดยไม่ต้องฝืนทิศทาง มันช่างนุ่มนวลแต่ทว่าทรงพลังอย่างมหาศาล มู่หรงเซียนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ แววตาของนางไหววูบด้วยความชื่นชม เมื่อเห็นไอเย็นบางเบาเริ่มหมุนวนรอบกายหลินเฟย มิใช่ไอสังหาร แต่เป็นพลังปราณที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่า ในขณะที่สมาธิของหลินเฟยกำลังดำดิ่งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ สัญชาตญาณบางอย่างของเขากลับกระตุกวาบ เสียงกิ่งไม้หักจากพุ่มไม้ด้านหลังมิใช่เสียงสัตว์ป่า แต่มันคือจังหวะก้าวย่างที่ฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม หลินเฟยลืมตาขึ้นในทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่หายไปอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงหยิบกระบี่ไม้ขึ้นมาอีกครั้ง ท่วงท่าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเขากลายเป็นฟองน้ำที่ไร้แรงต้าน แต่กลับแฝงด้วยแรงสะท้อนที่พร้อมจะพิฆาต “เจ้าขยับตัวแรงไปหน่อยนะท่านผู้มาเยือน” หลินเฟยเอ่ยเบาๆ โดยไม่หันไปมอง “หากจะมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่มารโลหิตต้องการ ก็จงแสดงตัวออกมาให้สมกับเกียรติของยอดฝีมือเถิด” เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกจากพุ่มไม้ด้วยความเร็วสูง มือหนึ่งถือมีดสั้นอาบยาพิษประกายสีม่วงแวววาว มันคือสมุนมือขวาของมารโลหิตที่สะกดรอยตามพวกเขามาตลอดสามวัน มู่หรงเซียนชักพัดเหล็กออกมาเตรียมพร้อม แต่นางต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นหลินเฟยเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว ร่างของนักฆ่าพุ่งผ่านตัวหลินเฟยไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม แต่ทว่าเพียงครู่เดียว ชายชุดดำผู้นั้นกลับหยุดชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะมีหยดเลือดสีดำสนิทไหลซึมออกมาจากจุดชีพจรสำคัญทั่วร่าง ทั้งที่กระบี่ไม้ของหลินเฟยไม่ได้แม้แต่จะแตะต้องตัวเขา “วิชากระแสน้ำย้อนรอย...” นักฆ่ากระอักเลือดคำโตก่อนจะล้มฟุบลง “เจ้า... เจ้าฝึกวิชาต้องห้ามของสำนักนี้สำเร็จงั้นหรือ?” หลินเฟยหันกลับมา แววตาของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นคลอน “ข้าไม่ได้ฝึกวิชาต้องห้าม ข้าเพียงแค่เรียนรู้วิธีที่จะคืนความรุนแรงที่เจ้ามอบให้แก่ธรรมชาติ... กลับไปบอกเจ้านายของเจ้าด้วยว่า กระบี่ของข้าวันนี้ มิได้ไร้ลักษณ์เพียงเพื่อผดุงธรรม แต่ไร้ลักษณ์เพื่อดับสิ้นซึ่งความโลภของพวกท่าน” ทันใดนั้นเอง กระบี่ไม้ในมือหลินเฟยกลับร้าวและแตกกระจายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา พร้อมกับร่างของมู่หรงเซียนที่จู่ๆ ก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ “เฟย... มีบางอย่าง... ข้าสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงกว่านี้... มันไม่ได้มาจากนักฆ่าผู้นี้” มู่หรงเซียนกระซิบเสียงสั่น นางชี้นิ้วไปยังทิศทางของยอดเขาสูงชันเบื้องหน้า ที่ซึ่งบัดนี้เมฆหมอกสีเลือดกำลังก่อตัวขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ที่ยอดเขานั้น... เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูและน่าสะพรึงกลัวดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ราวกับว่าตัวตนที่หลินเฟยพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิต กำลังยืนรอคอยเขาอยู่ที่นั่น และบุรุษที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกสีเลือดคนนั้น... ไม่ใช่มารโลหิต หากแต่เป็นใบหน้าที่หลินเฟยเคยเห็นในตำราลับ... ใบหน้าของอาจารย์ที่ควรจะตายไปนานแล้ว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในยุทธภพแห่งความสับสนนี้ร่วมกับข้าพเจ้าครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงกระบี่หมื่นดารา: ปราณธรรมสะท้านใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%