ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 34

วิกฤตครั้งสุดท้าย

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“คุณแม่คะ... การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ดีตระกูลใหญ่เขาทำกันหรอกนะคะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังของห้องทำงาน ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย คุณนายรัชนีกำหนดสายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองไปทั่วห้องทำงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเศษขี้เลื่อยและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สน ก่อนที่ดวงตาดุคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของริน ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะทำงาน มือเรียวบางข้างที่ถือเอกสารคดีสำคัญอยู่กำกระดาษแผ่นนั้นจนยับย่น แทบจะขาดคามือ รินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตที่เคยถูกตัดสินและดูแคลนจากคนในสังคมระดับสูงซ้อนทับเข้ามาในหัวจนมึนงงไปหมด สมองขาวโพลนจนไม่รู้ว่าจะก้าวเท้าหนีไปทางไหน ได้แต่ยืนพิงขอบโต๊ะเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียว พฤกษ์สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ฝ่ามือหนาและอุ่นจัดเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นระริกของรินไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านความอบอุ่นมานั้นคล้ายจะบอกว่า *“ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น”* รัชนีปรายตามองการกระทำนั้นด้วยความรังเกียจที่ปิดไม่มิด มุมปากเคลือบสารพิษเหยียดขึ้นเล็กน้อย “พฤกษ์... ลูกชายฉัน กล้าหาญถึงขนาดทิ้งอนาคตในบริษัทของครอบครัว มาขุดดินปลูกต้นไม้ขายแถมยังเอาเวลามาคลุกคลีอยู่กับ... คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นเหรอ ถึงว่าล่ะ ถึงได้ลืมหูลืมตาไม่ขึ้น” “รินไม่ใช่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า และเขามีค่ามากกว่าตำแหน่งงานในบริษัทที่คุณแม่พยายามยัดเยียดให้ผมเสียอีก” พฤกษ์ตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย แต่นัยน์ตาที่ทอดมองมารดากลับแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “หุบปากซะ! แกมันเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!” รัชนีตบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระเด็น “คิดว่าหนีมาอยู่ที่นี่แล้วฉันจะตามหาไม่เจอหรือไง เอกสารบ้าๆ ที่แกพยายามปกป้องอยู่นี่มันก็แค่เศษกระดาษที่ใช้ทำลายชื่อเสียงตระกูลเรา! ฉันมาที่นี่วันนี้เพื่อจบเรื่องทั้งหมด... ถ้าแกยังดึงดันจะอยู่กับเด็กนี่ แกก็เตรียมตัวตัดออกจากกองมรดกและชื่อเสียงทั้งหมดได้เลย!” ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรินที่ดังสะท้อนอยู่ในความตึงเครียด รินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของพฤกษ์ที่ยืนบังลมฝนให้ตนเองอยู่ หัวใจดวงน้อยบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาซัดซ้ำ รินไม่อยากเป็นต้นเหตุให้คนที่รักต้องตัดขาดกับครอบครัว ไม่อยากให้พฤกษ์ต้องสูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะปกป้องคนไม่มีค่าอย่างตน “คุณ... พฤกษ์ครับ” รินกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาสั่นระริกขณะดึงมือออกจากอุ้งมืออุ่นช้าๆ “ปล่อยผมเถอะครับ... คุณแม่ของคุณพูดถูก เรามันอยู่กันคนละโลก... ถ้าคุณเลือกผม คุณจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะ” “ริน!” พฤกษ์หันขวับมามองด้วยความตกใจและเจ็บปวด ดวงตาคมเข้มไหวระริก “อย่าพูดแบบนี้ คุณก็รู้ว่าผมไม่มีวันปล่อยมือจากคุณ” “ช่างเป็นภาพที่น่าสมเพชเสียจริง ความรักเด็กๆ งี่เง่าที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างได้ในพริบตา” รัชนีหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง “จำเอาไว้พฤกษ์ แกมีเวลาถึงเที่ยงวันนี้ที่จะเก็บกระเป๋าแล้วกลับบ้าน ถ้ายังเลือกจะจมปลักอยู่กับกะลาครอบหัวนี่ ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย!” สิ้นเสียงประกาศกร้าว รัชนีก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนสายตาของใครทั้งสิ้น ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก พฤกษ์หันกลับมาหารินที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง หยาดน้ำใสไหลเอ่อล้นดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด พฤกษ์รีบย่อตัวลงสวมกอดร่างบางนั้นแนบอกทันที ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เพื่อปลอบประโลม “อย่าร้องไห้นะริน... ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมเลือกแล้ว เลือกตั้งแต่วันที่เราตกลงจะสร้างอนาคตด้วยกันแล้ว” พฤกษ์กระซิบเสียงพร่าแนบขมับบาง “แต่ผมไม่อยากให้คุณสูญเสียครอบครัวเพราะผม...” รินสะอื้นไห้จนตัวโยน ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคนรัก ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจมดิ่งลงสู่ความเศร้าสร้อย ทันใดนั้น... กลิ่นฉุนแปลกประหลาดบางอย่างก็ลอยเข้ามาแตะจมูก พร้อมกับเสียงปะทุเบาๆ ที่ดังมาจากมุมเก็บเศษไม้และอุปกรณ์ทำสีทางด้านหลังร้าน รินชะงักกึก เงยหน้าขึ้นจากอกของพฤกษ์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งออกมาจากรอยต่อของชั้นวางไม้เก่า! “พฤกษ์... กลิ่นอะไรน่ะ?” พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วกวาดสายตามองไปทางต้นตอของควันทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายไฟสีส้มวาบขึ้นท่ามกลางกองขี้เลื่อยและทินเนอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเครื่องมือช่าง! “ไฟไหม้! ริน ออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้!” พฤกษ์ตะโกanลั่นด้วยความตระหนก คว้าแขนเรียวของรินให้วิ่งหนีออกไปทางประตูหน้า แต่ทว่า... เปลวเพลิงที่ลุกลามอย่างรวดเร็วราวกับถูกราดด้วยน้ำมัน กลับพุ่งทะยานขึ้นปิดกั้นทางออกเดียวของห้องทำงานจนมืดมิด ทิ้งให้ทั้งสองคนติดอยู่ภายในกองเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง! หมอกไม้ไผ่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินกับพฤกษ์มาจนถึงวินาทีระทึกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%