เสียงเคาะประตูรัวเร็วด้านนอกห้องทำงานไม้ขนาดเล็กดังขึ้น ราวกับเสียงก้อนเนื้อในอกของรินที่กำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก
ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมตัวโคร่งทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นไม้ขัดมัน สองมือเรียวสั่นเทาจนไม่กล้าแม้แต่จะยกขึ้นมาประสานกัน เศษขี้เลื่อยและเศษไม้ชิ้นเล็กๆ จากงานแกะสลักกล่องดนตรีที่เพิ่งทำค้างไว้ กระจัดกระจายอยู่รอบตัว เปรียบเสมือนจิตใจของเขาที่แตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ภาพเหตุการณ์ความผิดพลาดเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในโสตประสาท เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเมฆและสีหน้าตื่นตระหนกของพฤกษ์ตอนที่เครื่องมือช่างเกิดขัดข้องจนเกือบทำลายชิ้นงานสำคัญของลูกค้าคนสำคัญ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
*“ฉันทำพัง... ฉันมันแย่จริงๆ ทำไมถึงสะเพร่าแบบนี้”*
เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นไว้ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด รินยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับ พยายามดึงทึ้งเส้นผมของตนเองเพื่อลงโทษความไร้ความสามารถ ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในใจตั้งแต่เหตุการณ์ความล้มเหลวในอดีตถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ มันไม่ใช่แค่ความเสียดายชิ้นงาน แต่เป็นความรู้สึกเกลียดชังตัวเองที่กลับมาควบคุมพื้นที่ในหัวใจอีกครั้ง
“รินครับ... เปิดประตูให้พี่หน่อย” เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังลอดผ่านบานไม้เนื้อหนาเข้ามา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความห่วงใยจนแทบขาดใจของพฤกษ์ “พี่รู้ว่ารินไม่ได้ตั้งใจ ฟังเสียงพี่ก่อนนะ คนเก่ง... ไม่เป็นไรเลย”
คำว่า "ไม่เป็นไร" ในยามนี้กลับยิ่งทำให้หยาดน้ำตาของรินร่วงหล่นลงมาหนักหน่วงกว่าเดิม รินส่ายหน้าช้าๆ ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูห้อง ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างน่ากลัว ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกราวกับมีใครเอาหินก้อนใหญ่มาทับไว้ ความมืดมิดที่เขาเคยคุ้นชินก่อนที่จะได้รู้จักกับความอบอุ่นของสวนต้นไม้ กลับมาโอบกอดเขาไว้อีกครั้งอย่างแน่นหนา
*เขากำลังทำให้พฤกษ์เดือดร้อน... เขากำลังเป็นภาระ...*
ความคิดด้านลบกัดกินวิญญาณทีละน้อย รินยกเข่าขึ้นมาแนบอกแล้วซบใบหน้าลงบนหัวเข่า ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไร้เสียงสะอื้น เขากลัวเหลือเกิน... กลัวว่าพฤกษ์จะผิดหวัง กลัวว่ารอยยิ้มและแววตาอ่อนโยนคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นความเหนื่อยหน่าย แล้วเดินจากไปเหมือนคนอื่นๆ ในอดีต
ด้านนอกห้อง พฤกษ์กำลังยืนมองบานประตูไม้ด้วยหัวใจที่บีบรัด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เมฆที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กันมีสีหน้าสำนึกผิดไม่แพ้กัน เพื่อนสนิทอย่างเมฆรู้ดีว่าปมในใจของรินเปราะบางแค่ไหน และเหตุการณ์วันนี้ก็คงไปสะกิดแผลเก่าเข้าอย่างจัง
“ฉันไม่น่าชวนรินเร่งงานนี้เลย... พฤกษ์ นายช่วยรินทีนะ” เมฆเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาแดงก่ำด้วยความสงสารเพื่อน
“ผมรู้อยู่แล้วว่ารินกดดัน... แต่ผมประเมินความรู้สึกเขาต่ำไปหน่อย” พฤกษ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก สายตาคมกริบทอดมองบานประตูด้วยความเด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าการเข้าไปบังคับในตอนนี้รังแต่จะทำให้รินถอยร่นเข้ามุมมืดลึกกว่าเดิม สิ่งเดียวที่คนตัวเล็กต้องการไม่ใช่การเร่งเร้า แต่คือความอดทนและการยืนยันว่าเขาจะไม่ไปไหน
พฤกษ์ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นหน้าบานประตูเดียวกับที่รินนั่งพิงอยู่ด้านใน เขาวางฝ่ามืออุ่นจัดลงบนเนื้อไม้ เย็นเฉียบของผิวไม้ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเขาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
“รินครับ...” พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ มันเจือด้วยความทุ้มต่ำและมั่นคงราวกับจะส่งผ่านความอบอุ่นทะลุกำแพงไม้เข้าไป “จำวันที่เราปลูกต้นไม้ด้วยกันได้ไหมครับ ต้นเฟิร์นข้าหลวงต้นนั้น... ที่รินบอกว่าต่อให้ใบมันจะเหี่ยวเฉาหรือโดนฝนกระหน่ำแค่ไหน รากของมันก็ยังยึดติดกับดินแน่นหนา และมันจะแตกใบใหม่ออกมาเสมอ”
ภายในห้องที่เงียบงัน รินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนั้นลอยเข้ามาปะทะโสตประสาท ภาพความทรงจำในเรือนกระจกที่อบอุ่นและกลิ่นดินชื้นยามฝนพรำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมาในหัว
“ความผิดพลาดวันนี้ มันก็เป็นแค่ฝนที่ตกลงมาแรงเกินไปเท่านั้นเองครับริน” พฤกษ์พูดต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่รับรู้ว่าคนรักกำลังร้องไห้อยู่ลำพัง “รินไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ชิ้นงานพังได้... ซ่อมใหม่ได้ แต่ถ้ารินเจ็บปวดแล้วขังตัวเองไว้แบบนี้ หัวใจของพี่ต่างหากที่จะพังลงจริงๆ... เปิดประตูให้พี่นะ ให้พี่ได้กอดรินหน่อย นะครับ”
คำว่า *“ให้พี่ได้กอดรินหน่อย”* เปรียบเสมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูเหล็กในใจของรินให้พังทลายลง ความหวาดกลัวยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ความโหยหาในไออุ่นและความกลัวที่จะสูญเสียพฤกษ์ไปมีน้ำหนักมากกว่า
รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหัวเข่า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักริมฝีปากสั่นระริก มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วค่อยๆ พยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
แอด...
เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา รินยืนก้มหน้าหลบสายตา แสงไฟสีส้มอ่อนจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาพบกับร่างบางที่สั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ทันทีที่บานประตูเปิดออกกว้างพอ พฤกษ์ก็ไม่รอช้ารั้งร่างบางนั้นเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที
อ้อมแขนที่อบอุ่นและแข็งแกร่งโอบกอดรินไว้แนบอก ราวกับต้องการปกป้องเขาจากโลกทั้งใบ พฤกษ์กดศีรษะเล็กให้ซบลงกับลาดไหล่กว้างของตนเอง มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบาและมั่นคง ขณะที่รินปล่อยโฮออกมาอย่างไร้การควบคุม ซบหน้าลงกับซอกคอของชายหนุ่มและกำเสื้อของเขาไว้แน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในความมืด
“ฮือ... พฤกษ์... ผมกลัว ผมกลัวว่าตัวเองจะทำพังอีก” รินสะอื้นจนตัวโยน ความรู้สึกผิดที่อัดอั้นมานานถูกระบายออกมาผ่านหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้าของชายหนุ่ม
“ไม่เป็นไรแล้วครับ... คนดีของพี่” พฤกษ์กระซิบชิดขมับบางริมฝีปากอุ่นกดจູບซับคราบน้ำตาที่ข้างแก้มใสอย่างทะนุถนอม ราวกับรินเป็นแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครว่าอะไรทั้งนั้น ชิ้นงานพวกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับรอยยิ้มของริน... ขอแค่รินปลอดภัยและอยู่ตรงนี้กับพี่ แค่นั้นก็พอแล้วครับ”
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่หนתเหน็บ ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินค่อยๆ ถูกชำระล้างด้วยความรักความเข้าใจอันไร้เงื่อนไขของพฤกษ์ รินหลับตาลงรับสัมผัสอ่อนโยนนั้น ปล่อยให้ความกลัวค่อยๆ ระเหิดหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อไม้
เมฆที่ยืนมองภาพความรักความเข้าใจนั้นอยู่ห่างๆ ค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกและยินดี ก่อนจะถอยตัวเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ เพื่อให้พื้นที่ส่วนตัวแก่คนทั้งคู่ได้เยียวยาหัวใจซึ่งกันและกัน
แสงไฟยามค่ำคืนสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามา ทอดเงาของต้นไม้ใหญ่ด้านนอกให้ทาบทับลงบนผนังห้อง สรรพสิ่งรอบกายดูสงบและงดงามราวกับโลกทั้งใบกำลังโอบกอดพวกเขาไว้ รินซุกตัวเข้าหาอ้อมอกที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต พฤกษ์กระชับกอดให้แน่นขึ้น พร้อมที่จะเป็นกำแพงและเกราะคุ้มกันให้คนในอ้อมแขนก้าวผ่านทุกความหวาดกลัวไปพร้อมกันอย่างมั่นคง... ตลอดไป
---
หมอกไม้ไผ่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้ม น้ำตา และความอบอุ่นให้ "ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก" มาจนถึงบทส่งท้ายนี้นะคะ
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 35
ความหวาดกลัวที่ถาโถม
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!