ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 7

ความลับในกองเพลิง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
คราบหมึกสีดำที่เลอะเปรอะเปื้อนอยู่บนกระดาษแผ่นเก่าพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง ตัวอักษรหวัดๆ เหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกที่จมลงไปในเนื้อกระดาษ แต่มันคือรอยแผลเป็นจากอดีตที่ถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ผืนดินที่คิมหันต์กำลังจะสร้างบ้านพักตากอากาศ ปลายนิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อยในขณะที่เขากำลังใช้มืออีกข้างกำเศษกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นจนยับยู่ยี่ หัวสมองของเขาราวกับถูกค้อนโลหะหนักๆ ทุบซ้ำลงมาจนชาดิก ลมหายใจสะดุดติดขัด ร่องรอยของบิดาที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ ณ ไร่ปลายฟ้าแห่งนี้—สถานที่ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและหมอกหนา "คุณคิมหันต์คะ..." เสียงหวานนุ่มที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว เขารีบซุกซ่อนเศษกระดาษแผ่นนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างลนลาน ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับปาลินที่กำลังเดินถือตะกร้าใส่ผักสดและรอยยิ้มบางๆ บนเรียวปาก ปาลินเอียงคอมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของคนตรงหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด "หน้าซีดจางๆ นะคะ... ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่าอากาศที่นี่จะเย็นเกินไปสำหรับคุณ" ปาลินวางตะกร้าลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวยื่นไปหมายจะอังหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่คิมหันต์กลับเบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาตญาณ การกระทำนั้นทำให้ปาลินชะงัก ปลายนิ้วที่ค้างอยู่กลางอากาศค่อยๆ ลดต่ำลง ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมบรรยากาศรอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไผ่เสียดสีกันเบาๆ เป็นระยะ "ผม... แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อยครับ ปาลินไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" คิมหันต์พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน แต่รอยยิ้มนั้นกลับฝืดเฝื่อนจนดูน่าสงสาร ปาลินมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวเสมอ แต่วินาทีนี้มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น "ถ้าเหนื่อย ก็ควรพักนะคะ ไร่นี่ไม่ได้หนีไปไหนหรอกค่ะ บ้านหลังนี้ก็เช่นกัน" ปาลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านก้อนหินที่แหลมคม คิมหันต์นิ่งอึ้ง หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำระสายด้วยความหวาดระแวงค่อยๆ สงบลงทีละน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น คืนนั้น คิมหันต์ปฏิเสธที่จะร่วมวงทานมื้อค่ำกับลุงมิ่งและปาลิน โดยอ้างว่ามีงานเร่งด่วนต้องเคลียร์ในห้องพักรับรอง ปาลินจึงจัดเตรียมชาคาโมมายด์อุ่นๆ หอมกรุ่นกลิ่นดอกไม้ป่าใส่แก้วเซรามิกมาให้ ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ แล้ววางไว้ให้บนโต๊ะทำงาน แม้คิมหันต์จะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ปาลินก็ยังคงเป็นห่วง ภายในห้องพักที่เงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง คิมหันต์นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส บรรยากาศยามดึกของไร่ปลายฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกหนาทึบที่ลอยวนเวียนอยู่ตามพุ่มไม้ กระดาษแผ่นนั้นถูกวางกางไว้บนโต๊ะทำงาน ใต้แสงไฟสีส้ม ความลับที่ถูกซ่อนไว้เริ่มกัดกินความรู้สึกของเขา ทีละนิด... ทีละนิด ความเครียดสะสมและความเหนื่อยล้าทางจิตใจทำให้คิมหันต์เผลอฟุบหลับคาโต๊ะทำงานไปในที่สุด และนั่น... เป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เขาหวาดกลัวมาตลอดชีวิต *ภาพความมืดมิด เสียงเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำแผดเผาบ้านไม้หลังเก่า เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกลัว และกลิ่นควันไฟที่คละคลุ้งจนหายใจไม่ออก คิมหันต์ในวัยเด็กกำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางกองเพลิงที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เบื้องหน้าของเขาคือร่างของบิดาที่ล้มลงหมดสติอยู่ใต้คานไม้ที่หักโคลงเคลงลงมา* "พ่อครับ! พ่อ!" เสียงตะโกนเรียกชื่อด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นในความฝัน ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มผวาเฮือกตื่นขึ้นมาพร้อมกับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มใบหน้าและแผ่นหลัง ลมหายใจหอบถี่กระชั้นราวกับคนที่เพิ่งวิ่งหนีตายมาไกล ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกเคว้งคว้างและโดดเดี่ยวซัดสาดเข้ามาในอกราวกับคลื่นลมในพายุใหญ่ แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องนอนแผ่วเบาดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งบางของปาลินที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง ในมือถือแก้วน้ำอุ่น ปาลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของคิมหันต์ที่นั่งหอบหายใจโยนอยู่บนเก้าอี้ด้วยใบหน้าซีดเผือด "คุณคิมหันต์!" ปาลินวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะโครมครามแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาทันที มือเรียวคว้าแขนกว้างของชายหนุ่มเอาไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและอาการสั่นสะท้าน "ฝันร้ายเหรอคะ... ไม่เป็นไรนะคะ ฉันอยู่นี่แล้ว" คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมอง ปล่อยให้ความอ่อนแอทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าคนผู้นี้ แววตาที่มักจะเข้มแข็งบัดนี้เต็มไปด้วยความเปราะบาง ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางในความมืดมิด ปาลินไม่รอช้า สวมกอดร่างหนาเข้าหาตัวอย่างเต็มรัก ศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่กว้าง มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อขึ้นลงอย่างแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีให้ซึมซับเข้าไปในหัวใจที่หนาวยะเยือกของอีกฝ่าย "ไม่เป็นไรนะคะ... มันเป็นแค่ความฝัน ปลอดภัยแล้วค่ะคุณคิมหันต์ ปลอดภัยแล้ว..." เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาราวกับบทเพลงกล่อมเด็กดังอยู่ข้างหู กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าและสบู่สมุนไพรจากตัวของปาลินค่อยๆ ขับไล่กลิ่นควันไฟและภาพความทรงจำอันเลวร้ายในความฝันให้เลือนหายไป คิมหันต์ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของคนตรงชาติ สองแขนแกร่งยกขึ้นโอบกอดเอวบางของปาลินไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ทุ่นชีวิต ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ค่อยๆ หลอมละลายความหวาดกลัวในใจของเขาให้มลายหายไป ความเงียบสงบที่โหยหามานานเริ่มกลับคืนสู่ความรู้สึก ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มผสานเป็นจังหวะเดียวกันในความมืดที่เงียบงัน ปาลินยังคงลูบผมหนานุ่มของคิมหันต์อย่างทะนุถนอม ปล่อยให้อีกฝ่ายซบพักพิงความอ่อนล้าทั้งหมดไว้ที่ตนเอง โดยไม่มีคำถามเซ้าซี้ใดๆ มีเพียงความห่วงใยบริสุทธิ์ที่สื่อผ่านสัมผัส แต่ทว่า... ในขณะที่คิมหันต์กำลังเคลิ้มหลับไปในความอบอุ่นนั้น สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่ลุงมิ่งเพิ่งนำมาเสียบไว้ใต้ประตูห้องเพื่อแจ้งข่าวสำคัญในช่วงหัวค่ำ แต่เขายังไม่ได้อ่าน—ตัวอักษรลายมือหยาบๆ ของลุงมิ่งที่เขียนเตือนสติด้วยความหวังดีเกี่ยวกับ "เจ้าของที่ดินตัวจริงคนก่อน" กลับสะดุดตาขึ้นมาในแสงสลัว และชื่อที่ปรากฏอยู่ท้ายกระดาษนั้น... ไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจากชื่อของมารดาผู้ให้กำเนิดของปาลินเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโอบกอดความอบอุ่นในสายหมอกนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%