ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 4

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"แปลนชุดนี้... ผมขอเปลี่ยนตำแหน่งการวางโครงสร้างรับน้ำหนักทั้งหมดใหม่ครับ คุณปาลิน" ปลายนิ้วสอบของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าในห้องรับแขกของเรือนไม้ไผ่ เสียงนั้นดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่ลอยตัวหนาเตอะราวกับหมอกจัดในยามค่ำคืน เหตุการณ์จากนาทีที่แล้วยังคงทิ้งร่องรอยความตึงเครียดไว้ในอากาศ ลมหายใจที่สะดุดกึกของคิมหันต์เมื่อครู่ คล้ายยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ จนปาลินต้องแอบกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ร่างบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามทรุดตัวลงนั่งบนเบาะรองนั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตคู่สวยมองตามปลายนิ้วแกร่งที่ลากเส้นสีแดงฉานทับลงบนภาพสเก็ตช์เดิมของโครงการรีโนเวทพื้นที่ป่าเชิงเขา คิมหันต์ในยามที่สวมวิญญาณสถาปนิกผู้จริงจังนั้นมีเสน่ห์บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ แววตาคมกริบที่มักซ่อนความเหนื่อยล้าเอาไว้ บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นจนน่ากลัว "แต่... ตรงนั้นเป็นเขตแนวรากของกอไผ่อายุหลายสิบปีนะคะคุณคิมหันต์" ปาลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นพอที่จะหยุดมือที่กำลังขีดเขียนของชายหนุ่มได้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆ อย่างใช้ความคิด "ถ้าขยับฐานรากเข้าไปใกล้ลานหินผืนนั้น เกรงว่าระบบนิเวศน์รอบๆ เรือนรับรองจะกระทบกระเทือนค่ะ" คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่ฉายแวังกังวลอย่างชัดเจน เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรมกับความรื่นรมย์ของธรรมชาติที่เจ้าของบ้านรักยิ่งกว่าสิ่งใด "ผมรู้ครับ... เอ๊ย หมายถึง ผมทราบดีครับ" คิมหันต์แก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย เขากระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการดังเดิม "แต่ถ้าไม่ขยับโครงสร้างตรงนี้ พื้นที่ใช้สอยสำหรับโครงการของคุณลุงมิ่งและสำนักงานชั่วคราวของผม จะไม่มีทางเพียงพอต่อการปฏิบัติงานตลอดสามเดือนข้างหน้าแน่นอน" ปาลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สมองเรียมประมวลคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว "สามเดือนข้างหน้า... หมายความว่าอย่างไรหรือคะ?" คิมหันต์ถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของปาลิน ราวกับกำลังค้นหาความเห็นใจจากคนตรงหน้า "บริษัทของผมได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติโซนนี้ทั้งหมด ซึ่งมีระยะเวลาสัญญาจ้างยาวนานถึงหนึ่งไตรมาส และ... แน่นอนว่าการเดินทางไป-กลับระหว่างรีสอร์ทในตัวอำเภอกับผืนป่าแห่งนี้ทุกวัน เป็นการสิ้นเปลืองเวลาและพลังงานอย่างไร้ประโยชน์" คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เน้นย้ำน้ำหนักของคำพูด "ผมจึงพิจารณาแล้วว่า... ทางเลือกที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด คือการปักหลักทำงานที่นี่" ปาลินนิ่งงันไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "ปักหลัก... ที่นี่?" "ใช่ครับ" คิมหันต์พยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบทอดมองไปรอบๆ ตัวเรือนไม้ไผ่ที่อบ1อวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรและไอน้ำฝน "ผมต้องการขอเช่าห้องพักส่วนหนึ่งในเรือนไม้ไผ่หลังนี้ เพื่อใช้เป็นทั้งที่พักส่วนตัวและออฟฟิศชั่วคราวในระหว่างการรีโนเวท... หวังว่าคุณปาลินจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอนะครับ" ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ราวกับเข็มนาฬิกาทุกเรือนในบ้านหลังนี้พร้อมใจกันหยุดเดิน ปาลินรู้สึกราวกับมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ เรือนไม้ไผ่หลังนี้คือพื้นที่ส่วนตัวที่เขาใช้เยียวยาแผลใจมาโดยตลอด ตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป มันคือวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความสงบเงียบ การจะยอมให้ผู้ชายแปลกหน้ารูปงามแถมพกพาความลับและรังสีความเครียดรอบตัวมาขออาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันถึงสามเดือนเต็ม เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญพายุเข้าสู่หุบผาอันเงียบสงบ แต่ทว่า... เมื่อปาลินเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างกลับแย้งขึ้นมาในใจ แววตาของคิมหันต์ในยามนี้ ไม่ได้มีเพียงความต้องการทางธุรกิจ แต่มันมีความโดดเดี่ยว... ความเหนื่อยล้าที่คล้ายคลึงกับตัวเขาเองซ่อนอยู่ลึกๆ ราวกับคนเดินทางไกลที่ต้องการที่พักพิงอันอบอุ่นเสียเหลือเกิน "เรือนนี้... ค่อนข้างเรียบง่ายนะคะคุณคิมหันต์" ปาลินเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ มือเรียวยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาของปลายนิ้ว "ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างที่คุณคุ้นเคย ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร และที่สำคัญ... อาหารการกินที่นี่เป็นเพียงอาหารพื้นบ้านจากพืชผักในสวนที่คุณอาจจะไม่ถูกปาก" คิมหันต์ยมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาดใจ ราวกับแสงแดดอ่อนๆ ที่ทะลุผ่านกลุ่มเมฆหมอกหนาทึบ "ผมไม่ได้มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกครับคุณปาลิน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สะท้อนความจริงจัง "สิ่งที่ผมตามหา... คือความสงบ และถ้าผมเดาไม่ผิด กลิ่นชาสมุนไพรฝีมือคุณ กับเสียงฝนตกกระทบหลังคารlใบไผ่ คงจะเป็นการเยียวยาที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้" ปาลินรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้าง เขาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองออกนอกหน้าต่าง เพื่อหลบสายตาที่พยายามจะทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ถ้าคุณยืนกรานแบบนั้น..." ปาลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันกลับมาสบตาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่พยายามปั้นแต่งให้เป็นปกติที่สุด "ฉันก็คงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องช่วยรดน้ำแปลงสมุนไพรยามเย็นทุกวัน เพื่อแลกกับการเป็นสมาชิกใหม่ของเรือนไม้ไผ่หลังนี้" คิมหันต์หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรก เสียงทุ้มต่ำนั้นก้องกังวานอยู่ในอกของปาลิน ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย "ตกลงครับ... ถือว่าเป็นสัญญาของเรา" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มผ่อนคลายลง ความอบอุ่นบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความอึดอัดก่อนหน้านี้ ปาลินกำลังจะเอ่ยปากชวนอีกฝ่ายไปดูห้องพักรับรองที่อยู่ีกฝั่งของตัวเรือน ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ลุงมิ่งก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย มือเหี่ยวย่นตามวัยถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ไว้แน่น ดวงตาฝ้าฟางมองสลับระหว่างคิมหันต์และปาลินด้วยความลำบากใจ "คุณปาลินครับ... คุณคิมหันต์..." ลุงมิ่งกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดหายเป็นช่วงๆ "มีแขกไม่ได้รับเชิญมาถึงหน้าไร่แล้วครับ... และดูท่าทางเขาจะไม่ยอมกลับไปง่ายๆ เสียด้วย" ปาลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ในยามวิกาลและท่ามกลางสายหมอกหนาทึบเช่นนี้ ใครกันที่จะดั้นด้นมาถึงเรือนไม้ไผ่ปลายทางนี้ได้ คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที สัญชาตญาณนักปกป้องตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองไปทางประตูทางเข้าด้วยความระแวดระวัง ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นผ่านม่านหมอกเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูเรือนไม้ไผ่ แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้าง ปาลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชัดเจนว่าแขกยามวิกาลคนนั้นคือใคร ส่วนคิมหันต์กลับหรี่ตาลง รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากร่างหนาทันทีเมื่อจำได้แม่นว่าคนๆ นี้คือใครกันแน่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและเดินทางไปพร้อมกับความอบอุ่นในสายหมอกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%