ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 9

เงาอดีตตามหลอน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังลอดมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง คิมหันต์นั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปน ปลายสายที่ยังคงส่งเสียงตวาดแว้ดผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู ทำให้บรรยากาศความเงียบสงบในกระท่อมไม้ไผ่กลางไร่ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ "คุณคิมหันต์! งานออกแบบโครงสร้างเฟสสามของห้างสรรพสินค้าใหญ่ส่งให้ตรวจพรุ่งนี้เช้า! แต่ทำไมแบบแปลนที่ส่งมาแก้รอบล่าสุดถึงยังติดปัญหาเรื่องฐานรากรับน้ำหนักไม่ได้ล่ะคะ! ถ้าทางผู้บริหารใหญ่ตรวจพบ คุณรู้ใช่ไหมคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเรา!" เสียงแหลมสูงของหัวหน้าฝ่ายโครงการดังทะลุออกมานอกลำโพงจนปาลินที่กำลังงละมุนมือกับการเคี่ยวใบเตยอยู่ในห้องครัวต้องชะงัก ชายหนุ่มร่างบางในผ้ากันเปื้อนสีครีมค่อย ๆ วางทัพพีลง เค้าโครงใบหน้าหวานฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งไหล่ห่ออยู่ตรงโต๊ะทำงานตัวเล็ก "ผมตรวจสอบใหม่หมดแล้วครับ... เอ่อ... หมายถึง ผมกำลังแก้ไขให้อยู่ครับ" คิมหันต์เกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่ความเหนื่อยล้าทำให้เขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้น น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกดดัน "ไม่ต้องมาแก้ตอนนี้แล้วค่ะ! เพราะทางนั้นเขาขอไฟล์ด่วนที่สุดภายในสองชั่วโมงนี้! ถ้าคุณทำไม่ทัน งานนี้หลุดมือและบริษัทโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแน่นอน เตรียมตัวรับผิดชอบคนเดียวได้เลย!" *ตู๊ด... ตู๊ด...* สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด คิมหันต์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาแน่นแล้วใช้มือสองข้างขยี้ผมสีเข้มของตัวเองจนยุ่งเหยิง ความฝันที่จะมาพักผ่อน ชาร์จแบตเตอรี่หัวใจ หรือแม้แต่การได้ใช้เวลาเงียบ ๆ กับปาลินในไร่ไผ่แห่งนี้ พังทลายลงในพริบตา เมื่อภาระหน้าที่อันหนักอึ้งจากเมืองกรุงตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่ ปาลินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ราวกับลมหายใจ ไอร้อนกรุ่นจากแก้วชาอุ่น ๆ ในมือถูกวางลงบนโต๊ะไม้ข้าง ๆ กองเอกสารที่กระจัดกระจาย แววตาคู่สวยมองคนรักด้วยความห่วงใยระคนเห็นอกเห็นใจ มือเรียวบางเอื้อมไปแตะลงบนบ่ากว้างที่กำลังเกร็งเครียดเบา ๆ คล้ายต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีให้ซึมซับเข้าไป "ดื่มชาอุ่น ๆ ก่อนนะครับ... เอ่อ...นะคะ คุณคิมหันต์" ปาลินเกือบหลุดคำเดิมออกมาอีกแล้ว ชายหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ แก้เก้อก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้ละมุนละไมขึ้น "พักสายตาสักครู่เถอะนะคะ งานตรงหน้า... เดี๋ยวเราค่อย ๆ ช่วยกันดูดีไหมคะ" คิมหันต์ลืมตาขึ้นช้า ๆ หันมาสบตากับดวงตาคู่ใสที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความห่วงใย ไอร้อนจากแก้วชาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในอกให้เบาบางลงได้บ้าง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่วางบนบ่าของตนไว้แน่น ราวกับว่ามือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขาไว้ในพายุอารมณ์นี้ "ผมขอโทษนะปาลิน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהขึ้นอย่างอ่อนแรง "ผมตั้งใจจะพาคุณมาพักผ่อนแท้ ๆ แต่สุดท้าย... ผมก็ยังคงเป็นคนเดิม คนที่แบกงานบ้าบอพวกนี้เข้ามาทำลายความสงบสุขของเราจนได้" "อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ" ปาลินส่ายหน้าช้า ๆ รอยยิ้มอ่อนโยนระบายอยู่บนริมฝีปากบาง "ความสุขของเราไม่ใช่การไม่มีปัญหาหรอกนะคะ แต่คือการที่เรายังมีกันและกันในวันที่ปัญหามันเข้ามาต่างหากล่ะคะ งานแก้เหรอคะ... คุณคิมหันต์เชื่อมือผมไหมคะ แม้ผมจะไม่ใช่สถาปนิก แต่เรื่องการคำนวณโครงสร้างพื้นฐานและการจัดสรรพื้นที่ ผมพอช่วยดูรอบสุดท้ายให้ได้เสมอนะคะ" คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังบวก ทำให้หัวใจที่แห้งผากของคิมหันต์ชุ่มชื้นขึ้นมาทันตาเห็น เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ออกมาได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ดึงมือบางมาแนบแก้มสากของตัวเองอย่างเผลอไผล ความอบอุ่นจากตัวปาลินแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ บรรเทาความหวาดกลัวจากเอกสารสิทธิ์ที่ดินลึกลับและปัญหาเรื่องงานลงไปได้ชั่วขณะ "ขอบคุณนะครับ... ขอบคุณจริง ๆ ปาลิน" แต่ความอบอุ่นนั้นช่างแสนสั้น... เสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของลุงมิ่ง ผู้ดูแลไร่ชรา ใบหน้ายับย่นตามวัยของแกในยามนี้ซีดเผือด หน้าอกกระเพื่อมไหวจากการวิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบ มือเหี่ยวย่นกำซองจดหมายสีน้ำตาลชื้นเหงื่อไว้แน่นจนยับยู่ยี่ "คุณคิมหันต์! คุณปาลิน! แย่แล้วครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนพักรับรองท้ายไร่แล้ว!" ลุงมิ่งละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คิมหันต์และปาลินผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านในกายของสถาปนิกหนุ่มทันที "เกิดอะไรขึ้นครับลุงมิ่ง ใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ พูดครับ" คิมหันต์ก้าวเข้าไปประคองแขนชายชรา "มี... มีคนบุกรุกเข้าไปในเรือนพักรับรองท้ายไร่ครับ!" ลุงมิ่งหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาฝ้าฟางฉายแววหวาดกลัวสุดขีด "แถมมัน... มันไม่ได้เข้ามาขโมยของ แต่มันกำลังรื้อค้นเอกสารเก่าในห้องเก็บของที่คุณปาลินเก็บไว้... และที่สำคัญที่สุด... บนโต๊ะทำงานในนั้น มีกล่องไม้โบราณที่ถูกงัดเปิดออก พร้อมกับรูปถ่ายเก่า ๆ ใบหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้... รูปถ่ายของแม่คุณปาลิน... ที่มีรอยกากบาทสีแดงขีดทับใบหน้าไว้อย่างน่ากลัวครับ!" ปาลินได้ยินดังนั้น หน้าตาก็ถอดสีลงทันที ร่างบางเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานจนลมหายใจสะดุด ความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตที่พยายามกลบฝังเริ่มตื่นขึ้นมา กลิ่นอายของความลับที่ถูกปิดตายมานานยี่สิบปี กำลังถูกกระชากกลับมาสู่แสงสว่างอีกครั้งด้วยเงาปริศนาที่คืบคลานเข้ามาประชิดตัว! ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ไผ่อุ่นในสายหมอก" ตอนที่ 9 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%