ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 10

ชาสมุนไพรเยียวยาใจ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงครางต่ำของไม้เนื้อแข็งยามถูกน้ำหนักทิ้งตัวลงทับ คือเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมของคิมหันต์ สถาปนิกหนุ่มผู้มักจะรักษามาดนิ่งและกำแพงความรู้สึกไว้ได้อย่างแนบเนียนเสมอ แต่ในยามนี้ หัวไหล่กว้างนั้นกลับห่อเข้าหากันเล็กน้อย ราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง ปาลินยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ ความเย็นเฉียบจากขอบโต๊ะที่เพิ่งกระแทกเข้ากับแผ่นหลังยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ความหนาบีบบริเวณช่องท้องจากความทรงจำเมื่อครู่กลับรุนแรงยิ่งกว่า ภาพเงาปริศนาและเรื่องราวในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้เกือบสองทศวรรษคล้ายจะตื่นขึ้นมาหายใจรดต้นคอ ทว่า เมื่อสายตาคู่หวานกวาดไปเห็นร่องรอยความอ่อนล้าบนใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า สัญชาตญาณของการเป็นผู้เยียวยาก็ทำหน้าที่แทนความหวาดกลัวในทันที ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอย่างเงียบเชبة ปาลินไม่ได้เอ่ยถามคำถามใดๆ ที่เป็นการคาดคั้น เพราะรู้ดีว่าในยามที่หัวใจของอีกฝ่ายแตกสลาย การตั้งคำถามมีแต่จะช่วยสร้างกำแพงให้สูงขึ้นเท่านั้น นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบกาน้ำชาเซรามิกเคลือบลายครามที่ยังคงไอออนุ่นกรุ่น ก่อนรินน้ำสีอำพันอ่อนลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลอย่างบรรจง กลิ่นหอมละมุนของดอกคาโมมายล์ผสมผสานกับกลิ่นอปเชยอ่อนๆ และความสดชื่นจากใบเตยป่าลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด กลิ่นอายธรรมชาติเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนอ้อมกอดอุ่นที่ค่อยๆ คลายปมความหนาวเหน็บในห้องลงทีละน้อย "ดื่มหน่อยนะคะ..." เสียงหวานเอמהแผ่วเบา ราเสียงกระซิบของลมหายใจ ปาลินวางถ้วยชาอุ่นลงตรงหน้าคิมหันต์อย่างระมัดระวัง สัมผัสปลายนิ้วที่แตะโดนขอบถ้วยเซรามิกแผ่ซ่านไออุ่นส่งผ่านไปยังอีกฝ่าย คิมหันต์เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวและเต็มไปด้วยความกดดัน ในยามนี้กลับไหวระริกคล้ายคนหลงทางในพายุหมอก เขามองหน้าปาลิน นิ่งค้างไปเนิ่นนาน ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรจะเปิดประตูห้องหัวใจที่ปิดตายให้ใครสักคนก้าวเข้ามาดีหรือไม่ "ผม... เหนื่อยเหลือเกินครับปาลิน" สถาปนิกหนุ่มยอมปริปากพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "บางครั้ง... การพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามความคาดหวังของคนอื่น มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดลงได้ทุกเมื่อ... และสิ่งที่ผมกลัวที่สุด คือการต้องทำร้ายคนที่ผมแคร์ด้วยความผิดพลาดของตัวเอง" ปาลินไม่ได้ขยับตัวหนี ร่างบางเลือกที่จะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสะท้อนประกายความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความสมเพชเวทนา มีเพียงความเข้าใจอันบริสุทธิ์ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกปลอดภัยที่จะอ่อนแอ "การเป็นคนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ไม่ได้แปลว่าคุณเข้มแข็งหรอกนะคะคุณคิมหันต์..." ปาลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น ดวงตาคู่หวานมองตรงไปยังนัยน์ตาของชายหนุ่ม "มันแค่แปลว่า... คุณยังไม่ยอมให้เกียรติหัวใจตัวเองมากพอที่จะพักผ่อนต่างหากค่ะ" คิมหันต์นิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น ประโยคเรียบง่ายแต่กลับทะลุทะลวงเข้าไปถึงกลางใจที่ด้านชามานาน ปลายนิ้วหนายื่นออกไปโอบกอบถ้วยชาอุ่นไว้ ปล่อยให้ความร้อนซึมซับเข้าสู่ฝ่ามือที่เย็นเฉียบ เขายกชาขึ้นจิบรสชาติละมุนละไม หวานปลายลิ้นเล็กน้อยด้วยน้ำผึ้งป่า และมีความหอมผ่อนคลายของคาโมมายล์ที่ช่วยขับไล่ความตึงเครียดในสมองให้อ่อนแรงลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า หากแต่เป็นความเงียบที่มีพื้นที่ให้หัวใจได้หายใจ ปาลินนั่งเงียบๆ เป็นเพื่อน โดยไม่เร่งรัด ไม่คาดคั้น ปล่อยให้กลิ่นหอมของสมุนไพรและเสียงฝนปรอยๆ ด้านนอกหน้าต่างทำหน้าที่เยียวยาบรรยากาศ "คุณจำเรื่องที่ผมเคยบอกว่า... ไร่นี้มีความลับซ่อนอยู่ได้ไหมครับ" คิมหันต์วางถ้วยแช่ลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกราวกับตัดสินใจครั้งสำคัญ ดวงตาคมเข้มจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของนายเอก "ความจริงแล้ว... ที่ผมยอมตกลงรับงานออกแบบโครงการนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจหรอกนะครับปาลิน แต่เพราะผมได้รับพินัยกรรมฉบับหนึ่งจากคุณพ่อ ก่อนที่ท่านจะเสีย... และพินัยกรรมฉบับนั้น ระบุชื่อของ 'ใครบางคน' ที่เคยหายสาบสูญไปจากที่นี่เมื่อยี่สิบปีก่อน" ปาลินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างบางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อชื่อและเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ปาลินจะได้ทันเปล่งเสียงใดออกมาเพื่อถามไถ่ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางให้แตกกระจายในพริบตา ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "คุณคิมหันต์ครับ! คุณปาลิน!" เสียงตะโกนปนหอบเหนื่อยของลุงมิ่งดังแทรกเข้ามาทันที น้ำเสียงของชายชราสั่นเครือจนผิดปกติ "แย่แล้วครับ! มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง... เขาเพิ่งมาถึงที่ไร่ และเขากำลังถือเอกสารสำคัญ... เอกสารที่อ้างว่าเป็น 'เจ้าของที่ดินตัวจริง' ของแปลงนี้ทั้งหมดครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%