ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 16

สวนดอกไม้ของปาลิน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
คราบดินสีน้ำตาลเข้มเปื้อนอยู่ตรงสันจมูกโด่งรั้นของปาลินเสียนี่... คิมหันต์แอบอมยิ้มโดยไม่ยอมเอ่ยทัก ปล่อยให้คนตัวเล็กกว่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาขะมักเขม้นกับการจัดเรียงกระถางดอกไม้พุดซ้อนบนแผ่นศิลาแลงอย่างตั้งอกตั้งใจ สองมือเรียวบางที่เคยหยิบจับแต่พู่กันวาดภาพและขวดโหลสมุนไพร บัดนี้เลอะคราบดินร่วนจนดูมอมแมม ทว่าประกายตาของเจ้าตัวกลับสุกใสยิ่งกว่ายามใด กลีบปากอิ่มสีระเรื่อคลี่ยิ้มออกมาจางๆ เมื่อเห็นต้นกล้าสีเขียวขจีเริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย ทอดตัวยาวไปตามแนวระเบียงไม้ไผ่ที่ทอดยาวรับลมเย็น "ถ้ายังขืนขุดดินลึกกว่านี้อีกนิดเดียว คุณปาลินคงได้ทะลุไปโผล่ที่แปลงผักสวนครัวของคุณลุงมิ่งหลังไร่แน่ๆ ค่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยแซwขึ้นเบาๆ ทำเอาปาลินสะดุ้งเล็กน้อย เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วมุ่นใส่คนตัวโตที่ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ ตั้งแต่เช้าจรดบ่าย สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งคนนี้ทิ้งมาดผู้บริหารบริษัทออกแบบชื่อดังในเมืองหลวงเสียสนิท เหลือเพียงชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นเหนือข้อศอก กางเกงยุทธวิธีลุยสวนเปื้อนฝุ่น และหยาดเหงื่อที่พราวตามกรอบหน้าคมคาย ซึ่งสำหรับปาลินแล้ว... ภาพนี้กลับดูมีเสน่ห์ตรึงตาตรึงใจเสียยิ่งกว่าสูทสากลราคาแพงลิบลิ่วชุดไหนๆ "คุณคิมหันต์ก็... ชอบแกล้งผมอยู่เรื่อยเลยนะคะ" ปาลินเอ็ดเบาๆ พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลืมตัวไปชั่วขณะว่ามือตัวเองเลอะดินขนาดไหน ผลลัพธ์จึงกลายเป็นรอยปื้นสีคล้ำคาดผ่านผิวแก้มใสเนียนอย่างน่ารักน่าชัง คิมหันต์ถอนหายใจยาวด้วยความเอ็นดู เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่าฝืนระยะห่างที่เคยมีจนปาลินต้องเผลอกลั้นหายใจ ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อ คุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นหญ้าชื้นๆ ตรงหน้าปาลินอย่างไม่ถือตัว มือหนาเอื้อมออกไปอย่างทะนุถนอมบรรจงเช็ดคราบดินบนแก้มและสันจมูกให้ร่างบางอย่างแผ่วเบาที่สุด สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดป่ายเบาๆ บนผิวหน้า ทำให้หัวใจของปาลินเต้นรัวระส่ำจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นดินและแดดอ่อนๆ ลอยละล่องเข้ามาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบกอดด้วยไอร้อนระอุที่ไม่ได้มาจากสภาพอากาศ แต่มาจากความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น "เลอะหมดแล้วค่ะเด็กดื้อ... ถ้าคุณลุงมิ่งมาเห็นเข้า คงนึกว่าผมปล่อยให้คุณทำงานหนักจนกลายเป็นคนงานสวนไปเสียแล้ว" สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าเจือแววหยอกเย้าดังอยู่ใกล้แค่คืบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอดมองสบตาปาลินนิ่งนาน ราวกับต้องการค้นหาความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจ ปาลินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาหลบสายตาคู่นั้นโดยการก้มมองมือตัวเอง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างประหม่า "ก็... ก็ผมอยากให้มุมนี้เสร็จทันก่อนค่ำนี่คะ อีกอย่าง คุณคิมหันต์บอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าจะเนรมิตให้ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ในฝัน... แต่ดูท่าทางแล้ว คนที่ลงแรงขุดดินจนปวดหลังไปหมด น่าจะเป็นผมคนเดียวเสียมากกว่ามั้งคะ" คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยในความเงียบสงบ เขายังคงไม่ยอมถอยห่าง กลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปาลินต้องเอนหลังพิงราวระเบียงไม้ไผ่โดยอัตโนมัติ "ใครบอกว่าผมปล่อยให้คุณเหนื่อยอยู่คนเดียวล่ะคะ..." คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังขึ้นทีละน้อย "งานตรงนี้อาจจะเป็นฝีมือคุณ แต่สวนดอกไม้รอบเรือนไม้ไผ่หลังนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย... ถ้าไม่มีรอยยิ้มของคุณคอยกำกับอยู่ทุกขั้นตอน" คำพูดหวานล้ำที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ปาลินชะงักง้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เงยขึ้นสบตา ชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้พูดเล่น แววตาจริงจังและลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น เต็มไปด้วยความหมายมากมายที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้านหรือผู้ร่วมงานจะมอบให้กัน ปาลินรู้ดีว่าหัวใจของตนเองกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนที่ถูกห่อหุ้มด้วยความนิ่งขรึม พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งคิมหันต์จะแย้มออกมาให้เห็น และยิ่งพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งยามที่ได้อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปาลินคุ้นชินกับการอยู่ลำพังท่ามกลางความกว้างใหญ่ของผืนป่าและเรือนไม้ไผ่หลังน้อย ความเงียบเหงาเคยเป็นเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียว แต่บัดนี้... พื้นที่ว่างข้างกายกลับถูกเติมเต็มด้วยไออุ่นของใครอีกคนอย่างแนบเนียน "คุณคิมหันต์..." ปาลินเปล่งเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบแข่งกับสายลมที่พัดผ่านยอดไผ่ "ทำไม... ถึงดีกับผมขนาดนี้ล่ะคะ" คิมหันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าค้างอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาคมไหววูบลงชั่วขณะราวกับกำลังซ่อนเร้นความทรงจำเจ็บปวดบางอย่างไว้เบื้องหลัง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มของปาลิน ออกแรงโยกเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนทะนุถนอม "เพราะว่า... ที่นี่คือที่เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ 'กลับบ้าน' จริงๆ มั้งคะ" คิมหันต์ตอบเสียงพร่า สายตาทอดยาวเลยผ่านร่างบางไปยังแนวป่าเบื้องหน้า ทว่าความหมายในประโยคกลับลอยวนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่ "และสำหรับผมแล้ว... การได้ปกป้องรอยยิ้มของเจ้าของสวนดอกไม้คนนี้ คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ค่ะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ กลีบดอกพุดซ้อนสีขาวบริสุทธิ์ที่เพิ่งปลูกเสร็จส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลม ผสมผสานกับกลิ่นอายดินชื้นและไอน้ำค้างยามเย็นที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ปาลินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ละลายความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่เคยเกาะกุมหัวใจมาเนิ่นนานให้มลายหายไปจนหมดสิ้น มือเรียวบางตัดสินใจเอื้อมออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่ปลายเสื้อเชิ้ตด้านหน้าของคิมหันต์ เป็นการกระทำเพียงเล็กน้อยที่เปี่ยมล้นด้วยความหมาย ปาลินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ นัยน์ตาสุกใสระยิบระยับสะท้อนภาพใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างชัดเจน "ถ้าอย่างนั้น... สวนดอกไม้ตรงนี้ ผมยกให้คุณเป็นเจ้าของร่วมด้วยคนนะคะ" ปาลินเอ่ยกระซิบ เสียงหวานใสสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเขินอาย "ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยมาจากไหน หรือแบกรับเรื่องหนักหนาสักแค่ไหน... ที่นี่ จะมีมุมพักผ่อนที่รอต้อนรับคุณเสมอค่ะ" คิมหันต์ชะงักงัน หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากแรงกดดันของครอบครัวในเมืองกรุง กลับถูกชะล้างด้วยความบริสุทธิ์ใจของคนตรงหน้าจนสะอาดหมดจด รอยยิ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่ปาลินเคยเห็นมาค่อยๆ ระบายขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขากำลังจะเอާމเอ่ยถ้อยคำซาบซึ้งใจเพื่อตอบรับคำชวนนั้น ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันอันแสนหวานกำลังจะหลอมรวมหัวใจของคนทั้งคู่ให้แนบชิดกันสนิท *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่หน้าเรือนดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกสลายหายไปในพริบตา ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าคุ้นเคยของลุงมิ่งที่ดังแทรกเข้ามาจากทางเดิน "คุณคิมหันต์! คุณปาลิน! แย่แล้วครับ! รีบมาดูนี่เร็วเข้า มีแขกไม่ได้รับเชิญมาจากในเมือง... เขาบอกว่าเป็น 'คนสนิท' ของคุณคิมหันต์ และกำลังตรงดิ่งมาที่เรือนพักแล้วครับ!" คิมหันต์หุบยิ้มทันที สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน นัยน์ตาคมกริบฉายแววตกใจระคนหวาดหวั่นอย่างที่ปาลินไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำว่า 'คนจากในเมือง' ปาลินเงยหน้ามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของคนรักหมาดๆ หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด มือที่เคยกำชายเสื้ออีกฝ่ายค่อยๆ คลายออกช้าๆ เมื่อเงาร่างของใครบางคนเริ่มปรากฏขึ้นตรงโค้งรั้วไผ่ ท่ามกลางแสงตะลับฟ้าที่กำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่ช้า... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%