ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 17

วันที่ฝนตกหนักอีกครั้ง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงคำรามของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นจนกระจกหน้าต่างห้องพักในเรือนไม้สักทองสั่นไหว ปาลินสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ เรียวนิ้วที่กำลังถือถ้วยชาอุ่นเผลอเกร็งแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ทว่ายังไม่ทันที่ความหวาดหวั่นจากพายุภายนอกจะกัดกินหัวใจ ความมืดมิดก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันทีเมื่อกระแสไฟฟ้าทั้งไร่ตัดขาดลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่เทกระหน่ำซัดสาดหลังคาบ้านราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกชะล้างด้วยมวลน้ำมหาศาล “ไฟดับสินะคะ...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ก่อนที่แสงสว่างสีส้มเรืองรองจากเปลวเทียนเล่มเล็กจะถูกจุดขึ้นโดยมือหนาของใครอีกคน แสงเทียนไหววูบตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาทางรอยต่อของบานหน้าต่าง ทว่ามันกลับส่องให้เห็นใบหน้าคมคายของคิมหันต์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนยามที่มองสบตาคนตรงหน้า “อย่ากลัวเลยค่ะ ปาลิน... ผมอยู่ตรงนี้” คำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นและอบอุ่นราวกับเตาผิงในคืนฤดูหนาว ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของปาลินกระตุกวูบ สถาปนิกหนุ่มผู้เคยเยือกเย็นและอยู่ในกรอบระเบียบเสมอ ยามนี้กลับดูผ่อนคลายและเปราะบางกว่าที่เคยเห็น เขาลดตัวลงนั่งบนเบาะรองพื้นใกล้กับปาลินมากขึ้น กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอดินและฝนจางๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ปาลินระบายยิ้มบางๆ บนเรียวปาก นัยน์ตาส่อแววอ่อนโยนขณะเลื่อนถ้วยชาสมุนไพรส่งให้ชายหนุ่ม “ปาลินไม่ได้กลัวฟ้าผ่าหรอกค่ะ... แค่คิดว่า ความมืดมันทำให้เรามองเห็นความจริงบางอย่างชัดเจนขึ้นกว่าเดิม” คิมหันต์รับถ้วยชาอุ่นๆ มาถือไว้ ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาโดยบังเอิญ ความอุ่นซ่านแล่นริ้วผ่านผิวสัมผัสจนคนตัวโตกว่าชะงักไปชั่วขณะ เขาวางถ้วยแบล็กลงบนโต๊ะไม้ต่ำๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย “ความจริงอะไรล่ะคะ ที่คุณกำลังพูดถึง?” คิมหันต์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเป็นพิเศษในยามค่ำคืนนี้ ปาลินหลบสายตาครู่หนึ่ง ก่อนจะทอดถอนหายใจยาว “ความจริงที่ว่า... มนุษย์เราช่างเปราะบางเหลือเกินนะคะ คุณคิมหันต์ เราวิ่งไล่ตามความคาดหวัง สร้างกำแพงหนาเตอะเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกกว้าง ทั้งที่จริงๆ แล้ว... ลึกๆ ในใจ เราต่างก็แค่อยากมีใครสักคนนั่งอยู่ข้างๆ ในวันที่พายุโหมกระหน่ำ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ” คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในความทรงจำสีเทาของคิมหันต์ ภาพของตึกสูงระฟ้าในเมืองหลวงที่เขาเคยออกแบบ ความคาดหวังอันหนักอึ้งจากครอบครัวที่ผลักไสให้เขาต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว พังทลายลงในพริบตาเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากคนตรงหน้า คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แสงเทียนทอดเงาทาบทับร่างทั้งสองให้แนบชิดกันในความรู้สึก มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนตักของปาลินไว้อย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้ดวงตากลมโตไหวระริก “คุณรู้ไหมคะ... ปาลิน” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “ก่อนหน้าที่ผมจะตัดสินใจลาออกจากชีวิตอันวุ่นวายแล้วก้าวเข้ามาในไร่ไผ่แห่งนี้ ชีวิตของผมมีแต่สีเทาและเส้นตารางที่ต้องเป๊ะตามแบบแผน ผมไม่เคยรู้เลยว่าความอบอุ่นที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร จนกระทั่งวันที่ผมได้กลิ่นไอดินหลังฝนตก และได้เห็นรอยยิ้มของคุณ...” ปาลินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่แนบแน่นในคืนที่ไฟดับและฝนตกหนัก ทำให้ความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นมานานเริ่มสั่นคลอนจนยากจะควบคุม “คุณคิมหันต์...” ปาลินกระซิบเรียกแผ่วเบา คล้ายต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ “เรียกผมว่าคิมเฉยๆ สิคะ” เขากระซิบตอบ ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกันในความมืด “ผมไม่อยากเป็นแค่นายสถาปนิกผู้ชายเย็นชาคนนั้นสำหรับคุณอีกต่อไปแล้ว... ปาลิน” นิ้วเรียวแกร่งของคิมหันต์เคลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับปาลินเป็นสิ่งของล้ำค่าที่สุดในโลก ปาลินไม่ได้ถอยหนี นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของชายหนุ่มในแสงเทียน ความไว้วางใจและความรู้สึกโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาทางแววตา ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงคำรามก้องอยู่นอกหน้าต่าง โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงคนสองคนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีแสงเทียนนำทาง คิมหันต์โน้มใบหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน ปาลินหลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ หัวใจหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของลุงมิ่งที่ดังฝ่าสายฝนเข้ามาจากนอกระเบียง “คุณปาลินครับ! แย่แล้วครับ! ทางเรือนเพาะชำสมุนไพรโซน C น้ำป่าทะลักเข้าแปลงเพาะต้นไผ่ด่างแดงที่เพิ่งนำเข้าแล้วครับ!” คิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่ปาลินลืมตาโพรง ความอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างเฉียบพลัน ปาลินผุดลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความร้อนรน เพราะต้นไผ่ด่างแดงเหล่านั้นคือโครงการวิจัยชีวภาพชิ้นเอกที่เขาใช้เวลาทุ่มเทดูแลมานานนับปี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%