ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 26

การกลับมาของแสงตะวัน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“คุณ... คิม... ช่วย... ด้วย...” เสียงกระซิบที่ขาดห้วงราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคิมหันต์ ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ความเงียบงันภายในห้องทำงานกระจกใส ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครเวลานี้ ช่างน่าอึดอัดเสียจนเขารู้สึกราวกับออกซิเจนรอบตัวกำลังจะหมดลง ปึกเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานที่เพิ่งเซ็นอนุมัติโครงการใหญ่ผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ไม่มีค่าอันใดเลยในสายตาของสถาปนิกหนุ่มผู้เพิ่งสะสางภาระอันหนักอึ้งและมรสุมจากตระกูลใหญ่จนราบคาบ แรงกดดันจากบิดาและเครือญาติที่พยายามดึงเขากลับไปสู่เกมธุรกิจอันโสมمถูกตัดขาดลงอย่างเด็ดขาดในห้องประชุมเมื่อบ่ายวันนี้ คิมหันต์เลือกแล้ว... เขาเลือกอนาคตที่หัวใจของเขาเรียกร้อง ไม่ใช่ความต้องการของวงศ์ตระกูล ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่ยับยู่ยี่จากการนั่งทำงานติดต่อกันข้ามวันคว้ากุญแจรถและเสื้อคลุมตัวโปรด ก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังมองความสำเร็จจอมปลอมเบื้องหลังอีกเลย ล้อรถยนต์ทะยานมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ ฝ่าความมืดมิดของราตรีกาลและความเหนื่อยล้าสะสม ด้วยแรงขับเคลื่อนเดียวในอก... ความห่วงใยที่แทบจะแผดเผาร่างกายจนมอดไหม้ เรือนไม้ไผ่ปลายไร่ในยามวิกาลเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม ลมหนาวระลอกแรกของฤดูกาลพัดโชยกลิ่นไอไินและกลิ่นอายของป่าเขาเข้ามาปะทะบานหน้าต่างที่ปิดสนิท ปาลินขยับตัวด้วยความทรมานบนฟูกหนา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวานที่ซีดเซียว พิษไข้เล่นงานร่างโปร่งบางจนสั่นเทิ้ม ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่ข้างใน มือเรียวพยายามไขว่คว้าหาความเย็น1จากหมอนข้าง แต่ก็ไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดในอกที่รุมเร้าได้ “อื้อ... หนา... หนาเหลือเกิน...” เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากแห้งผาก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววสดใสบัดนี้ปิดสนิท ขอบตาช้ำแดงจากพิษไข้และความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนตอนที่สูญเสียพ่อแม่ไปอย่างกะทันหันผุดขึ้นมาหลอนซ้ำในห้วงนิมิต ราวกับความตายกำลังเอื้อมมือมาสัมผัสเขาอีกครั้งในความมืดมิดนี้ เอี๊ยด... เสียงบานประตูไม้ไผ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่สั่นเทา ดึงสติอันเลือนรางของปาลินให้พยายามปรือตาขึ้นมอง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนหอบหายใจโยนกระเป๋าเป้ลงพื้นเสียงดังตุ้บ กลิ่นอายความคุ้นเคยที่ปาลินโหยหามาตลอดหลายสัปดาห์ลอยมาแตะจมูก “ปาลิน!” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอמהรำพันออกมาอย่างตื่นตระหนก คิมหันต์พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงข้างฟูกทันที ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนกและเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด มือหนาสั่นเทายื่นไปแตะหน้าผากมนที่ร้อนจัดจนลวกมือ “คุณ... คุณคิมจริงๆ ด้วย...” ปาลินพึมพำเสียงพร่า น้ำตาเอ่อคลอเบ้าไหลรินลงข้างแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ “ผม... ผมคิดว่า... คุณจะไม่มาเสียแล้ว...” “ผมมาแล้วครับ ปาลิน... ผมอยู่นี่แล้ว” คิมหันต์ดึงร่างสั่นเทาของคนรักเข้ามากอดแนบอกอย่างไม่กลัวเกรงความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลหลายชั่วโมง อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบประคองแผ่นหลังบางไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่มีเพื่อขับไล่ความหนาวยะเยือกออกจากร่างกายอีกฝ่าย “ขอโทษ... ผมขอโทษที่มาช้า ให้ผมดูแลคุณนะครับ” สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยทำให้ปาลินรู้สึกคลายความหวาดกลัวลงได้บ้าง มือเรียวยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน ความเหนื่อยล้าและพิษไข้ทำให้เปลือกตาของคนป่วยหนักหนักอึ้งลงเรื่อยๆ แต่ในความมืดมนนั้น กลับมีความอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน คิมหันต์ไม่รอช้า เขาจัดการถอดเสื้อสูทและพับแขนเสื้อขึ้น ลุกไปตักน้ำอุ่นจากเตาฟืนที่ลุงมิ่งยังคงเคี่ยวทิ้งไว้มาเตรียมเช็ดตัวให้คนป่วยอย่างเบามือ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับปาลินเป็นแก้วตาดวงใจที่เปราะบางที่สุดในโลก “ทนหน่อยนะครับ คนดี เดี๋ยวไข้ก็ลดแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยกระซิบข้างใบหู พร้อมกับใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดบรรจงเช็ดไล่ตามกรอบหน้าลำคอ และลาดไหล่บาง ผิวเนื้อที่เคยเย็นเฉียบเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างเมื่อความร้อนในกายระบายออก ปาลินส่งเสียงครางประท้วงเบาๆ ในลำคอด้วยความหนาวสั่นยามที่ผ้าสัมผัสผิวเนื้อ คิมหันต์จึงรวบตัวอีกคนเข้ามากอดแนบกาย ใช้ความอบอุ่นจากแผ่นอกของตนเองแทนผ้าห่ม ปาลินซบใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งสูดดมกลิ่นกายคุ้นเคยที่ช่วยให้จิตใจสงบลงอย่างประหลาด ความเงียบงันรอบกายถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ รู้ จนกระทั่งพิษไข้เริ่มทุเลาลง ปาลินลืมตาขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของคิมหันต์ที่กำลังนั่งเฝ้าไม่ห่าง แสงตะวันอ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มสาดส่องลอดผ่านร่องไม้ไผ่เข้ามาภายในห้อง ทอประกายระยิบระยับขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนอันยาวนานออกไปจนหมดสิ้น นี่คือการกลับมาของแสงตะวันในชีวิตของเขา... แสงตะวันที่จะไม่ยอมให้ความหนาวเหน็บใดๆ มาทำร้ายเขาได้อีก “หายใจโล่งขึ้นไหมครับ?” คิมหันต์สังเกตเห็นดวงตากลมโตที่มองมาอย่างมีความหมาย จึงโน้มใบหน้าลงมาจูบซับหน้าผากมนเบาๆ อย่างรักใคร่ “ดีขึ้นมากแล้วครับ... ขอบคุณนะครับที่คุณคิมกลับมา” ปาลินระบายยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน รอยยิ้มที่ทำให้คิมหันต์รู้สึกว่าความเหนื่อยยากทั้งหมดที่ผ่านมามีค่ามหาศาล “จากนี้ไป... ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้วครับ ปาลิน” คิมหันต์กระซิบสัญญาด้วยน้ำเสียงจริงจังและมั่นคง สายตาสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความละมุนละไมของความรักที่ผ่านบททดสอบอันหนักหน่วง ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่คนสองคน ทว่า... ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านหัวใจ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหันสามครั้ง เป็นจังหวะที่หนักแน่นและไร้มารยาทเสียจนทำลายความเงียบสงบนั้นลงในพริบตา ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันไปมองบานประตูไม้ไผ่ที่ปิดสนิท ปาลินเองก็สะดุ้งตกใจเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววความกังวลระคนสงสัย เพราะเวลานี้ยังเช้าตรู่เกินกว่าจะมีใครมาเยือน และที่สำคัญ... ไร่ปลาย The Bamboo House แห่งนี้ แทบไม่มีใครล่วงรู้เส้นทางนอกจากลุงมิ่ง ชายหนุ่มค่อยๆ วางร่างบางให้นอนพักผ่อนอย่างสบาย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ ไปยังประตูลานบ้านด้วยความระแวดระวัง มือหนาเอื้อมไปปลดกลอนไม้แล้วผลักบานประตูออกกว้าง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนยามเช้า ทว่า ภาพเบื้องหลังบานประตูนั้น กลับทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้แกร่งกล้าถึงกับผงะ ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่ลุงมิ่งผู้ใจดี... หากแต่เป็นร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากคิมหันต์ราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท และรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก “ไงล่ะ... ลูกชายตัวดี หนีงานมาซุกหัวอยู่กับเด็กบ้านนอกคนนี้เองสินะ คิมหันต์” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับก้าวล้ำเข้ามาในเรือนไม้ไผ่โดยไม่รอฟังคำอนุญาตแม้แต่น้อย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความอบอุ่นครั้งนี้นะคะ "หมอกไม้ไผ่"
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%