"ถอยไป... พฤกษ์"
เสียงที่ลอดผ่านริมฝีปากแห้งผากของรินนั้นเบาหวิว ราวกับเกรงว่าแรงสั่นสะเทือนเพียงน้อยนิดจะทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ่ง ร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายสีครีมยังคงนั่งคุดคู้ ขาทั้งสองข้างถูกดึงขึ้นมาแนบอก ฝ่ามือเรียวบางกำผ้าปูที่นอนยับย่นแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววระแวดระวัง บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจนสะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นในห้องนอน
เบื้องหน้าของเขาคือแผ่นหลังกว้างของพฤกษ์ เจ้าของร้านจัดสวนผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่และนิ่งขรึม ทว่าในยามนี้ แผ่นหลังนั้นเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พฤกษ์ไม่ได้หันกลับมามองคนด้านหลังทันที เขายังคงยืนนิ่งขวางทางระหว่างเตียงนอนกับบานประตูไม้สักที่ถูกเคาะรัวเร็วจนน่ารำคาญจากด้านนอก เสียงทุบประตูดังปึงปังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของริน
ก๊อกๆๆ!
"เปิดประตูนะริน! ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น! อย่ามาทำเป็นหดหัวอยู่ในกระดองนะ!"
เสียงแหลมสูงที่ตะโกนลอดเข้ามาผ่านแผ่นไม้หนา ทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว รินจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของอดีต เสียงที่ตามมาหลอกหลอนในฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงของคนที่เคยเหยียบย่ำความเชื่อใจของเขาจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต
พฤกษ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความคุกรุ่นในอก ชายหนุ่มยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ก่อนจะเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมและเยือกเย็นตัดกับความบ้าคลั่งของคนที่อยู่เบื้องหลังอย่างสิ้นเชิง
แอด...
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มรูปร่างผอมเกร็ง ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและอารมณ์โกรธเกรี้ยว เมฆ... เพื่อนสนิทในอดีตของผู้ที่กำลังยืนจังก้าทำท่าจะพังประตูเข้ามาอีกรอบ แต่เมื่อสายตาคู่กร้านโลกนั้นปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของพฤกษ์ที่ยืนขวางทางอยู่ เมฆก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"อ้อ... อยู่ด้วยกันนี่เอง ถึงว่าล่ะ ติดอกติดใจอะไรกันนักหนา ถึงกับไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง" เมฆพยายามชะเง้อมองข้ามไหล่หนาเข้าไปในห้องนอน เพื่อสบตากับรินที่สั่นเทาอยู่บนเตียง "ว่าไงล่ะริน เลี้ยงต้อยเด็กไว้ในห้องเหรอ หรือว่าโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว!"
"ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว กรุณาถอยออกไปจากหน้าห้องนี้" เสียงของพฤกษ์ต่ำทุบและราบเรียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลอากาศเย็นเยียบที่แผ่ซ้ำจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย
"แกเป็นใครวะ! ยุ่งอะไรด้วย นี่เรื่องของฉันกับริน!" เมฆตะคอกเสียงดังลั่นทางเดิน พร้อมกับพยายามเบียดตัวแทรกเข้ามาในห้อง พฤกษ์ขยับตัวเพียงเล็กน้อยแต่หนักแน่นราวกับภูเขา บังคับให้เมฆต้องถอยร่นไปสองก้าวด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น
"ผมไม่ใช่คนนอก... และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่คนไร้มารยาทอย่างคุณจะเข้ามาส่งเสียงโวยวายได้" พฤกษ์ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา สายตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว แต่มันคือสายตากดดันระดับเดียวกับที่เขาใช้ควบคุมต้นไม้ใหญ่ให้เติบโตตามทิศทางที่ต้องการ "ถ้ายังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง เชิญกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไป"
เมฆกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาเบิกXพลงด้วยความอับอายที่ถูกหยามหน้าต่อหน้าคนแปลกหน้า "ฝากไว้ก่อนเถอะริน! นายคิดเหรอว่าไอ้หมอนี่มันจะปกป้องนายได้ตลอดรอดฝั่ง! คนอย่างนายมันก็แค่ตัวถ่วง เป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่เคยรักใครจริง!"
ปัง!
พฤกษ์ไม่รอให้เสียงสบถจบลง เขากระแทกปิดประตูกลับอย่างแรงจนกรอบไม้สะเทือน ตัดขาดเสียงรบกวนภายนอกให้เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องนอนอีกครั้ง
ความเงียบโรยตัวลงมาช้าๆ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรินที่ดังสะท้อนก้อง พฤกษ์ยืนนิ่งหันหลังให้ประตูอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงฝีเท้าของคนนอกนั้นเดินลับหายไปจากระเบียงแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ หมุนตัวกลับมามองร่างบางที่ยังคงขดตัวอยู่บนเตียง
ภาพของรินในยามนี้ช่างเปราะบางเสียจนพฤกษ์รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอก ไหล่บางห่อเข้าหากัน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำถามมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา รินกำลังลงโทษตัวเองอีกแล้ว... กำลังขังตัวเองไว้ในกรงขังแห่งความรู้สึกผิดที่คนอื่นมอบให้
พฤกษ์ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเตียงนอน ฝีเท้าของเขาเบาราวกับกลัวว่าเสียงเดินจะไปทำลายความเปราะบางของคนตรงหน้า รินเงยหน้าขึ้นมองตามเงาที่ทาบทับลงมา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความกังวลว่าพฤกษ์อาจจะรำคาญความอ่อนแอของเขา อาจจะเบื่อหน่ายที่ต้องมาคอยตามเช็ดตามเช็ดปัญหาจากอดีตที่รินสลัดไม่หลุด
แต่ไม่มี... ในดวงตาคู่คมของพฤกษ์ไม่มีความรำคาญใจแม้แต่น้อย มีเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่แผ่ซ่านออกมา ราวกับกองไฟในคืนฤดูหนาวที่พร้อมจะโอบกอดทุกความหนาเหน็บ
พฤกษ์ไม่ได้ปีนขึ้นไปบนเตียง หรือเอ่ยคำพูดปลอบโยนหวานเลี่ยนที่ไร้ความหมาย ชายหนุ่มเพียงแต่ทรุดกายลงนั่งยองๆ กับพื้นห้อง ให้ระดับสายตาของเขาอยู่ต่ำกว่าเตียงนอน เพื่อที่รินจะได้ไม่ต้องแหงนมอง หรือรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าในยามที่ต้องเผชิญหน้ากัน
มือหนาเอื้อมไปหยิบสิ่งหนึ่งที่เขาวางไว้บนโต๊ะทำงานข้างเตียงตั้งแต่ก่อนจะเดินไปเปิดประตู มันคือช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตด้วยฝีมือของพฤกษ์เอง ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์กลีบซ้อนแน่นหลายชั้นส่งกลิ่นหอมจางๆ อ่อนโยน ขัดกับบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
รินก้มมองช่อดอกไม้ในมือของชายหนุ่มด้วยความงุนงง นัยน์ตากลมโตกระพริบปริบเพื่อไล่หยาดน้ำตา
"นี่อะไรเหรอครับ..." เสียงของรินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
พฤกษ์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมเข้มดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ยื่นช่อดอกไม้นั้นส่งให้คนตัวเล็กที่ยังคงนั่งกอดเข่า
"ดอกคาเมลสีขาวครับ" พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทุบต่ำ และชัดถ้อยชัดคำ "รู้ไหมครับริน... ว่าดอกไม้นี้มีความหมายว่าอะไร"
รินส่ายหัวช้าๆ ปลายจมูกรั้นแดงก่ำจากการพยายามกลั้นสะอื้น
"มันแปลว่า... 'ความเชื่อมั่นและความรักที่บริสุทธิ์' ครับ" พฤกษ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเข่าของชายหนุ่มแตะเบาๆ ที่ขอบเตียง มืออุ่นจัดวางทับลงบนหลังมือของรินที่กำลังกำผ้าปูที่นอนแน่น ค่อยๆ คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดของอีกฝ่ายออกทีละน้อยอย่างอ่อนโยน "ไม่ว่าอดีตจะเคยพยายามบอกคุณว่าตัวเองไร้ค่าแค่ไหน ไม่ว่าใครจะพยายามยัดเยียดความผิดพลาดให้คุณแบกรับ... แต่อย่าลืมความจริงข้อหนึ่งนะครับริน"
รินเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูด หัวใจกระตุกวูบเมื่อพบว่าประกายในดวงตาของพฤกษ์นั้นจริงจังและมั่นคงเสียจนเขาแทบไม่กล้าหายใจ
"ความรัก... ไม่ใช่สิ่งที่ควรเอามาใช้ลงโทษตัวเอง" พฤกษ์กระซิบแผ่วเบา แต่ทุกคำกลับหนักแน่นราวกับสลักลงไปในห้วงความรู้สึกของคนฟัง "และผม... อยู่ตรงนี้ เพื่อให้คุณได้เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในมันอีกครั้ง เชื่อมั่นในหัวใจของตัวเอง... และเชื่อมั่นในผม"
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่กุมมือของรินไว้ ส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาถึงกลางใจ รินรู้สึกเหมือนน้ำแข็งที่เกาะกุมความรู้สึกของเขามาแรมปีค่อยๆ ละลายลง กลายเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความตื้นตันที่เอ่อล้นจนจุกอก
รินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือเรียวบางที่สั่นเทาพลิกกลับมาเล็กน้อย เพื่อกุมมือของพฤกษ์ตอบ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รินยอมเปิดทางให้ใครสักคนเข้ามาแตะต้องพื้นที่เปราะบางที่สุดในใจของเขาโดยไม่ถอยหนี
"ผม... กลัวเหลือเกินครับพฤกษ์..." รินสารภาพออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงบนหลังมือของชายหนุ่ม "ผมกลัวว่าถ้าผมเชื่อ... ถ้าผมยอมเปิดใจรักใครอีกครั้ง สุดท้ายมันก็จะจบลงแบบเดิม"
พฤกษ์ไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธ หรือคำสัญญาเลื่อนลอยที่พิสูจน์ไม่ได้ ชายหนุ่มเพียงแต่ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกอย่างทะนุถนอม ใบหน้าคมซบลงกับไหล่ลาดของรินสูดกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากเส้นผม พร้อมกับกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นที่สุดในโลก
"ผมไม่ขอให้คุณหายกลัวในวันนี้หรอกครับริน... แต่ผมจะอยู่ตรงนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้คุณเห็นเอง ว่าความรักที่ปลอดภัยมันเป็นอย่างไร"
อ้อมกอดของพฤกษ์กว้างขวางและแน่นหนาพอที่จะโอบรับทุกความหวาดระแวงของรินไว้ได้ทั้งหมด ชายหนุ่มหลับตาลงซซบซับความอบอุ่นนั้น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความรู้สึกปลอดภัยที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
ทว่า... ในวินาทีที่รินกำลังจะยอมปล่อยวางความหวาดระแวงทั้งหมดลงในอ้อมแขนนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าห้องพักชั้นล่างก็ดังลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
กริ่งงงง!
ไม่ใช่เสียงกริ่งธรรมดา แต่เป็นเสียงกดค้างยาวนานราวกับต้องการประกาศการมาเยือนของใครบางคน พฤกษ์ชะงัก ร่างหนาผละออกจากอ้อมกอดช้าๆ ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกประหลาด ขณะที่รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน พฤกษ์หันไปมองแวบหนึ่ง ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึกเมื่อเห็นภาพบุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วชั้นล่างในยามวิกาลเช่นนี้...
ไม่ใช่เมฆ... แต่เป็นร่างระหงของใครบางคนในชุดสูทภูมิฐาน ผู้ซึ่งถือเอกสารแฟ้มสีดำสนิท และกำลังเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังหน้าต่างห้องนอนของรินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผ่านเลนส์กล้อง!
รินหน้าซีดเผือดลงทันที ร่างกายที่เพิ่งจะคลายความเกร็งกลับมาสั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
"พี่... พี่ชายริน..." รินพึมพำเสียงสั่นด้วยความสิ้นหวัง
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางเคียงข้างความละมุนและคอยโอบกอดหัวใจของรินกับพฤกษ์มาจนถึงบทนี้นะคะ
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 27
ดอกไม้ที่สื่อความหมาย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!