ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 12

รุ่งอรุณแห่งความผูกพัน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"อย่าขยับค่ะ... แผลตรงนั้นยังไม่แห้งดี" ปลินเอ่ยเสียงเบา แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดชะงักร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มงานบนชั้นวาง ปลายนิ้วเรียวที่ถือสำลีก้านชุบน้ำยาแอนติเซปติกค่อยๆ กดซับลงบนรอยแผลถลอกบริเวณหัวไหล่หนาอย่างระมัดระวัง สัมผัสที่แตะลงไปนั้นเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บเสียเอง แม้ว่าตัวแผลจะไม่ได้สาหัสอะไรนักจากอุบัติเหตุเมื่อวานตอนที่ช่วยกันซ่อมแซมคอกไม้ไผ่หลังใหม่ในไร่ แต่คนตัวโตกลับนิ่งเงียบ ยอมให้เขาดูแลแต่โดยดีอย่างน่าประหลาด คิมหันต์เหลือบสายตามองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจ กลิ่นหอมจางๆ ของใบเตยและสมุนไพรพื้นบ้านที่ติดตัวปาลินลอยมาแตะจมูก เจือจางความตึงเครียดในใจที่สะสมมานานนับแรมปีให้มลายหายไปทีละน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเหนื่อยล้าจากโลกภายนอก บัดนี้ทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม "ผมไม่ได้บอบบางขนาดนั้นเสียหน่อยครับ... เอ่อ หมายถึง..." คิมหันต์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้คำแทนตัวแบบเดิม ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดึงสายตาค้อนขวับจากคนตรงหน้า "ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ลิน" "ถึงไม่เป็นไร ก็ต้องทายาอยู่ดีค่ะ คุณคิมเป็นคนดื้อเงียบแบบนี้เสมอเลยหรือคะ" ปาลินเอ็ดเบาๆ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเผลอตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ทำให้กำแพงในใจของทั้งคู่พังทลายลงอย่างเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยปากถามสถานะ ไม่มีคำสัญญาหวานเลี่ยน หรือการตีตราความสัมพันธ์ ทว่าการกระทำทุกอย่างกลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ มือหนายื่นออกไปจับข้อมือเรียวที่ถือสำลีไว้อย่างนิ่มนวล ไม่ได้ฉวยโอกาส แต่เป็นการกุมไว้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ปาลินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดแนบ ลงบนผิวเนื้อ ความร้อนแผ่ซ่านผ่านอากาศรอบตัวจนแทบหลอมละลาย "ขอบคุณนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานของปาลินไว้อย่างชัดเจน ไม่มีร่องรอยของความหวาดระแวง มีเพียงความอบอุ่นที่ส่งผ่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ถ้าขอบคุณจริง... คราวหลังก็ระวังตัวให้มากกว่านี้ด้วยค่ะ" ปาลินหลบสายตา ก้มหน้าลงซ่อนรอยยืดบางๆ ที่มุมปาก หัวใจดวงน้อยพองโตจนคับอก ความเหงาอ้างว้างที่เคยกัดกินจิตใจมาตลอดนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัว คล้ายถูกเติมเต็มด้วยไอร้อนจากคนตรงหน้าอย่างแนบเนียน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลุงมิ่งที่ดังขึ้นบริเวณนอกระเบียงเรือนไม้ไผ่ ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับเด็ก1คนที่ทำความผิด ลุงมิ่งกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะวางตะกร้าใส่ยอดชาสดลงบนโต๊ะไม้ "เอ้า พ่อคิม แม่ลิน มัวแต่สวีทกันระวังยอดชาจะเหี่ยวเสียก่อนนะ" ลุงมิ่งเอ่ยแซ้าด้วยน้ำเสียงใจดีตามประสาคนแก่ อารมณ์ขันที่สอดแทรกทำเอาปาลินหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู ส่วนคิมหันต์ทำเพียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง "ลุงมิ่งก็... ลินแค่ทำแผลให้คุณคิมเฉยๆ ค่ะ" ปาลินแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม รีบเก็บอุปกรณ์ทำยาใส่กล่องเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "เข้าใจๆ คนเราเนี่ยนะ ต้นไม้ยังต้องรดน้ำ ความรู้สึกก็เหมือนกัน ยิ่งดูแลใกล้ชิด มันก็ยิ่งงอกงาม..." ลุงมิ่งทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มีความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปยังแปลงเพาะกล้าด้านหลัง ปล่อยให้คนทั้งสองตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้ไม่ได้อึดอัด กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่โอบกอดหัวใจของคนทั้งคู่ไว้ บ่ายวันนั้น คิมหันต์อาสาช่วยปาลินคัดแยกสมุนไพรแห้งบนเรือนรับรอง กลิ่นหอมของดอกไม้อบแห้งและสมุนไพรไทยลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ มือใหญ่หนาที่ผ่านงานสถาปัตย์และการก่อสร้างมาอย่างโชคชะตา กลับค่อยๆ หยิบจับกลีบดอกบัวสายและใบชาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวมันจะช้ำ ภาพของชายหนุ่มมาดนิ่งผู้เย่อหยิ่งในเมืองกรุงในวันวาน บัดนี้กลายเป็นชายหนุ่มผู้โอบอ้อมอารีย์ ที่ยอมนั่งพับเพียบอยู่บนเสื่อกกเพื่อช่วยคนตัวเล็กทำงานจุกจิกอย่างไร้ข้อกังขา "พรุ่งนี้... คุณคิมต้องเข้าตัวอำเภอไปดูแบบแปลนโครงการศูนย์เรียนรู้ชุมชนใช่ไหมคะ" ปาลินเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ขณะยื่นถ้วยชาสมุนไพรหอมกรุ่นให้อีกฝ่าย "ครับ... แต่ผมจะรีบกลับมา" คิมหันต์รับถ้วยชามาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสโดนมือของปาลินโดยบังเอิญ ทั้งคู่ชะงักไปนิด คิมหันต์ไม่ยอมชักมือกลับทันที เขากุมมือบางไว้อย่างมั่นคง สายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง "ที่นี่มีคนรออยู่... ผมไม่ยอมให้อยู่คนเดียวนานหรอก" คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาปาลินพูดไม่ออก ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับว่าต้นไม้ที่เคยแห้งแล้งในใจ ได้รับสายฝนชุ่มฉ่ำในยามรุ่งอรุณ ความสัมพันธ์ที่ขยับเข้ามาใกล้กันอีกหนึ่งสเต็ปนี้ ไม่ต้องมีคำมั่นสัญญา ไม่ต้องมีสถานะผูกมัด มีเพียงความเข้าใจและความห่วงใยที่บริสุทธิ์ใจต่อกันและกัน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุน เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคิมหันต์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความสงบ หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาคิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นทันที รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของชายหนุ่มจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเคร่งเครียดที่ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ปาลินสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นจึงชะงักมือที่กำลังจัดสมุนไพร "ใครโทรมาหรือคะ..." ปาลินถามเสียงแผ่ว คิมหันต์มองหน้าจออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกดรับสาย น้ำเสียงปลายสายที่ลอดออกมาแม้จะเบา แต่ก็ดังพอให้ปาลินได้ยินถนัดถนี่ในความเงียบงัน *(“คิม... คุณอยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้วนะ กลับกรุงเทพฯ ได้แล้ว บริษัทกำลังจะแย่เพราะโปรเจกต์ใหญ่มีปัญหา คุณแม่ล้มป่วยลงเพราะคิดถึงคุณ... กลับมาเดี๋ยวนี้!”)* เสียงของหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นดังก้องทะลุโทรศัพท์ออกมา ทำเอาปาลินรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่คล้ายถูกสายลมหนาวพัดกระโชกจนสั่นคลอน คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับปาลิน แววตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ระหว่างหน้าที่และความรับผิดชอบที่ค้ำคอ กับหัวใจที่เพิ่งค้นพบที่พักพิง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันนะคะ - หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%