ปลายนิ้วที่สั่นเทาของคิมหันต์เผลอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน น้ำเสียงที่เพิ่งวางสายไปจากปลายทางยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท สร้างความปั่นป่วนในอกจนแทบหายใจไม่ออก เรื่องราวของมารดาที่เขาพยายามหลบหนีและสร้างกำแพงกั้นมาตลอดหลายปี กำลังคืบคลานเข้ามาหาในวันที่เขาไม่อستาดคิดว่าจะต้องเผชิญหน้า
แต่ทว่า... ความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัวของสถาปนิกหนุ่ม กลับต้องสะดุดหยุดลงทันทีเมื่อเสียงครางแผ่วเบาด้วยความทรมานดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอน
"อือ... หนาว..."
ร่างโปร่งของปาลินที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นสั่นสะท้อน ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมามีความร้อนผ่าวราวจับไข้ ใบหน้าหวานที่เคยมีเลือดฝาด บัดนี้กลับซีดเผือดจนน่าใจหาย ริมฝีปากแห้งผากขยับพึมพำไม่เป็นศัพท์ เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมและขมับ แม้ว่าภายนอกบ้านพักในไร่ไผ่จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาเบาบาง แต่อุณหภูมิในร่างกายของคนตัวเล็กกลับพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับสภาพอากาศอย่างชัดเจน
หัวใจของคิมหันต์ที่กำลังเคว้งคว้างจากเรื่องของมารดา หล่นวูบลงไปอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนกที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาทิ้งความกังวลทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ก้าวฉับๆ เข้าไปข้างเตียงแล้วทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าทันที
"ปาลิน... ปาลินครับ..." คิมหันต์เผลอหลุดคำเรียกแบบนั้นออกไปด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามในใจเมื่อเห็นอาการสั่นเทิ้มของอีกฝ่าย "ปาลิน... ได้ยินผมไหม"
มือหนายื่นไปแตะหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวนายเอกทำให้คิมหันต์ต้องนิ่วหน้าด้วยความตกใจ ไข้ขึ้นสูงมาก... สูงจนน่ากลัว ปาลินคงฝืนร่างกายทำงานท่ามกลางแปลงสมุนไพรตั้งแต่เมื่อวานโดยไม่ยอมปริปากบอกใคร จนกระทั่งพิษไข้เล่นงานในยามวิกาลเช่นนี้
"หนาว..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดมาจากลำคอที่แห้งผาก ปาลินพยายามขยับตัวหนีความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูก แม้จะมีผ้าห่มหนาถึงสองชั้นคลุมกาย แต่ร่างกายกลับยังคงสั่นระริก
คิมหันต์ไม่รอช้า เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกออกแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ ร่างสูงผุดลุกขึ้นไปหยิบกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่มในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว มือที่มักจะวาดแปลนอาคารด้วยความมั่นคง กลับสั่นเล็กน้อยยามที่เปิดน้ำอุ่นใส่กะละมัง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก หากเขาสังเกตเห็นความผิดปกติของปาลินตั้งแต่ตอนมื้อค่ำ... หากเขาใส่ใจอีกนิด... เรื่องคงไม่มาถึงจุดนี้
ชายหนุ่มกลับมานั่งลงที่เดิม บิดผ้าขนหนูหมาดมืออย่างเบามมือที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตกใจ ค่อยๆ บรรจงเช็ดไล่จากหน้าผากลงมาตามกรอบหน้าคมหวาน ไล่เรื่อยลงมาที่ลำคอระหงและไหปลาร้าที่ไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจ
"อื้อ..." ปาลินส่งเสียงประท้วงเบาๆ ในลำคอเมื่อสัมผัสความเย็นของผ้าชุบน้ำกระทบผิวร้อนจัด ดวงตากลมโตที่เคยสดใส ค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก แพขนตางอนเปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อ ภาพตรงหน้าพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นว่าใครกำลังนั่งประคองอยู่
"ผมเองครับ..." คิมหันต์กระซิบเสียงนุ่ม ข้างหูของคนป่วย น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและติดจะเย็นชาในสายตาคนทั่วไป บัดนี้กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด "ทนหน่อยนะครับ เดี๋ยวไข้ก็ลดลงแล้ว"
"คุณ... คิม..." ปาลินขยับริมฝีปากเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ มือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงเอื้อมขึ้นคว้าชายเสื้อเชิร์ตของคิมหันต์ไว้โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางความหนาวเหน็บที่กำลังกัดกินร่าง "หนาวจัง..."
คิมหันต์นิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามือเย็นเฉียบนั้นแตะโดนเนื้อผ้าบริเวณหน้าอก หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่แค่ความสงสาร... แต่มันคือความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้ามาในอกยามที่เห็นคนตรงหน้านอนซมไร้เรี่ยวแรง ปกติแล้วปาลินจะเป็นคนร่าเริง ยิ้มเก่ง และคอยดูแลเอาใจใส่ผู้อื่นอยู่เสมอ ภาพของชายหนุ่มร่างโปร่งที่อ่อนแอและต้องการการพึ่งพิงเช่นนี้ ทำให้สัญชาตญาณความเป็นนักปกป้องในตัวคิมหันต์ทำงานอย่างเต็มพิกัด
ร่างสูงขยับตัวขึ้นไปบนเตียงอย่างไร้ความลังเล เขารวบร่างที่สั่นเทาของปาลินเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนกว้างอย่างระมัดระวัง ใช้ความอบอุ่นจากร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบังความหนาวเย็นให้กับอีกฝ่าย
ปาลินสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณเมื่อถูกดึงเข้าไปแนบชิด แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากแผ่นอกกว้างที่ปะทะเข้ากับแผ่นหลังและไหล่บาง ก็ทำให้ร่างเล็กโอนอ่อนผ่อนตามอย่างรวดเร็ว ปาลินซุกใบหน้าลงกับอกเสื้อของคิมหันต์โดยอัตโนมัติ หาที่พักพิงจากพิษไข้ที่กำลังแผดเผา
"อดทนหน่อยนะคนเก่ง" คิมหันต์กระซิบชิดขมับชื้นเหงื่อ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเดิมเช็ดตามแขนและซอกคอใหม่อย่างเบามมือที่สุด มืออีกข้างโอบกอดแผ่นหลังบางไว้หลวมๆ คอยลูบปลอบโยนราวกับกำลังปลอบเด็กน้อย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ คิมหันต์ยังคงนั่งท่าเดิมไม่ยอมขยับไปไหน แม้ว่ากล้ามเนื้อเริ่มประท้วงด้วยความเมื่อยล้า แต่เขากลับไม่สนใจ หยดน้ำในกะละมังเริ่มเย็นชืด เขาก็ลุกไปเปลี่ยนใหม่อย่างไม่รู้เบื่อ วนเวียนเช็ดตัว ป้อนน้ำอุ่นทีละช้อน และคอยใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอม
กระทั่งยามดึกสงัด... อาการตัวร้อนจัดเริ่มทุเลาลงบ้าง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น แม้ปาลินจะยังคงนอนหลับตาพริ้มซบอยู่กับอกของเขา แต่ความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายก็ลดลงไปมากแล้ว
คิมหันต์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาก้มลงมองใบหน้ายามหลับใหลของคนในอ้อมแขน แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าหวานที่ตอนนี้ผ่อนคลายลงจากการดูแลตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ... เขาไม่อินกับความโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่มีรอยยิ้มของคนคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต
มือหนายื่นไปเกลี่ยแก้มเนียนที่ยังมีรอยแดงเรื่อจากพิษไข้อย่างแผ่วเบา สายตาที่มองเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้งท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึกสงัด ขัดจังหวะบรรยากาศอันอบอุ่นภายในห้องนอนลงอย่างกะทันหัน
คิมหันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาเคาะประตูบ้านพักกลางไร่ไผ่แห่งนี้ ลุงมิ่งหรือ? แต่ปกติลุงมิ่งจะไม่มาหาในยามวิกาลเช่นนี้เว้นแต่จะมีเรื่องคอขาดบาดตาย
ร่างสูงค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของปาลินอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้คนป่วยตื่นขึ้นมา ห่มผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ประตูบ้านด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด
เขากลอนประตูเปิดออกเพียงแง้มหนึ่งเพื่อดูว่าผู้มาเยือนยามวิกาลคือใคร แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าใต้แสงเงาของระเบียงบ้าน ลมหายใจของคิมหันต์ก็สะดุดกึก ราวกับถูกกระชากกลับไปสู่ความมืดมนที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต
ผู้หญิงในชุดสูทภูมิฐาน ใบหน้าเรียบเฉยที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนกอดอกมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่เดาความรู้สึกไม่ได้
"ไง... ตาคิม ไม่คิดว่าแม่จะมาหาดึกดื่นแบบนี้ใช่ไหม ลูกชายตัวดี"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 14
ไข้หวัดกับความห่วงใยเกินพิกัด
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!