"ถ้านายยังขยับตัวไปมาแบบนี้ แผลที่ไหล่จะไม่หายเอานะครับ คีย์"
เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความดุจางๆ เขาจดจ่ออยู่กับการพันผ้าพันแผลรอบหัวไหล่กว้างของแทงค์เกอร์หนุ่ม กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายอุ่นๆ จากร่างกายของคีย์อบอวลอยู่ในพื้นที่จำกัดของแคมป์พักแรมชั่วคราวภายในดันเจี้ยนระดับ B
คีย์นั่งนิ่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ กรามหนาสันนั้นขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบของเขามิได้มองไปยังบาดแผล แต่มันกลับจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างของเรน—ฮีลเลอร์หนุ่มผู้มีเรียวนิ้วขาวสะอาดที่กำลังประคองไหล่เขาอย่างทะนุถนอม
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รอยขีดข่วนจากพวกแมงมุมคริสตัล" คีย์ตอบเสียงต่ำห้วน แต่ทว่ามือที่วางอยู่บนตักกลับกำแน่นเสียจนเส้นเลือดปูดโปน
"รอยขีดข่วนที่เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้น่ะหรือครับ?" เรนเงยหน้าขึ้น สายตาทั้งสองสอดประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ความใกล้ชิดในระยะเพียงคืบทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ดูจะสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศในเต็นท์เงียบงันจนได้ยินเสียงฟืนที่กำลังมอดไหม้ด้านนอก ความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเหมือนแรงดึงดูดที่กำลังดึงให้กำแพงที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอดการเดินทางค่อยๆ พังทลายลง เรนเห็นแววตาของคีย์ที่ไหววูบไปชั่วขณะ มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่มองกัน แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต
"เรน..." คีย์เรียกชื่อเขา เสียงนั้นแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "ทำไมถึงยังเลือกที่จะปกป้องคนอย่างฉัน ทั้งที่รู้ว่าพลังของฉันมัน... ควบคุมไม่ได้"
เรนหยุดมือที่กำลังผูกปมผ้าพันแผล เขาลดมือลงช้าๆ แต่ไม่ได้ถอยห่างออกไป "เพราะนอกจากนายแล้ว... บนโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงนี้ ผมก็ไม่เหลือใครให้เชื่อใจอีกแล้วครับ"
คำตอบของเรนทำให้คีย์ชะงัก ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ จนปลายจมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของอีกฝ่าย มือหนาที่เปื้อนฝุ่นจากการต่อสู้เอื้อมไปแตะที่แก้มของเรนแผ่วเบา สัมผัสนั้นสั่นไหวและลังเล แต่กลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ไม่อาจซ่อนเร้น
"ฉันไม่ใช่คนดี... เรน แต่นับจากวันนี้ไป หากจะมีอะไรทำร้ายนาย มันต้องข้ามศพฉันไปก่อน"
เรนไม่ได้ถอยหนี เขากลับเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามือหยาบกร้านนั้น ราวกับเป็นการยอมรับในคำสัญญานั้นโดยดุษณี หัวใจของฮีลเลอร์ที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลัง กลับมาเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดการผจญภัยกำลังพุ่งพล่านจนยากจะควบคุม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังจะเปลี่ยนเป็นจุมพิตที่ใครบางคนเฝ้าปรารถนา เสียงสัญญาณเตือนจากอุปกรณ์ตรวจจับมอนสเตอร์ที่ตั้งวางไว้หน้าเต็นท์ก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด!
"กรรรรรร!" เสียงคำรามที่ก้องกังวานจนพื้นดินสั่นสะเทือนทำลายบรรยากาศสีชมพูลงในพริบตา คีย์ผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักรบของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที
เรนคว้าไม้เท้าคทาคู่ใจขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการร่ายเวทย์ แต่เมื่อเขาก้าวตามคีย์ออกไปหน้าเต็นท์ ทั้งคู่กลับต้องยืนแข็งทื่อด้วยความตื่นตะลึง
ไม่ใช่ฝูงแมงมุมคริสตัลอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่กลับเป็นกลุ่มคนชุดดำที่สวมหน้ากากกะโหลกเงินราวสิบคน กำลังล้อมรอบที่พักของพวกเขาอยู่ และที่น่าตกใจที่สุดคือ ชายที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น คือคนที่เรนจำได้แม่นยำว่าเป็นหัวหน้าปาร์ตี้เก่าที่ทิ้งเขาให้ตายในดันเจี้ยนเมื่อสองปีก่อน!
"ไง... เรน ไม่เจอกันนานเลยนะ ดูเหมือนนายจะหาคู่หูใหม่ได้ดีกว่าที่คิดนี่" ชายคนนั้นแสยะยิ้มพลางชี้ดาบอาบยาพิษมาที่ทั้งสอง "ส่ง 'หัวใจดันเจี้ยน' ที่นายชิงมาได้มาให้พวกเราซะ แล้วฉันจะพิจารณาให้พวกนายตายโดยไม่เจ็บปวด"
คีย์ขยับตัวมาบังหน้าเรนไว้ทันที ความมืดมิดที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาของแทงค์เกอร์หนุ่มเริ่มแผ่ซ่านออกมาเป็นไอสีดำทมิฬ พลังที่เขาพยายามกดข่มไว้กำลังจะระเบิดออก เพราะเมื่อเขาหันมามองเรนที่ตัวสั่นเทาเพราะอดีตที่ตามหลอกหลอน คีย์ก็รู้ดีว่าเขาไม่อาจเก็บงำความลับนี้ไว้ได้อีกต่อไป
"ถอยไป เรน..." คีย์เอ่ยเสียงต่ำที่เปลี่ยนไปราวกับปีศาจ "วันนี้... จะไม่มีใครได้กลับออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น"
ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของเรนและคีย์นะครับ ผมจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมลุ้นไปกับการเดินทางของพวกเขาครับ
ชาโดว์ฮันเตอร์
Dungeon Heart: หัวใจแลกเกต บอสโหดโหมดคลั่งรัก•ตอนที่ 12
ความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Heart: หัวใจแลกเกต บอสโหดโหมดคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!