“นายจะเก็บก้อนหินนั่นไว้เป็นอนุสรณ์สถานความล้มเหลวหรือไงเรน?”
เสียงห้าวทุ้มของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของชั้นที่ 12 กองไฟขนาดเล็กที่พวกเขาสุมขึ้นกลางซากปรักหักพังของห้องโถงกว้างกำลังปะทุ ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ แสงสีส้มสลัวสะท้อนบนใบหน้าของคนทั้งสองที่นั่งอยู่คนละฝั่งของเปลวไฟ
เรนชะงักมือที่กำลังเช็ดคราบเลือดแห้งกรังออกจากคทาไม้โอ๊คสีซีด เขาเหลือบมอง ‘เศษซาก’ ของโล่เก่าที่แตกละเอียดวางพิงผนังหินอยู่ข้างตัว ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังคีย์ แทงค์เกอร์ร่างยักษ์ผู้มีบาดแผลเต็มท่อนแขนแต่ยังคงนั่งตัวตรงราวกับหุ่นยนต์สงคราม
“มันไม่ใช่ความล้มเหลว” เรนตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาหม่นวูบไหว “แต่มันเป็นหลักฐาน... ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยไว้ใจคนผิด และมันเป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันไม่ตายในวันนี้”
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้ใช้สเปรย์รักษาบาดแผล แต่เลือกที่จะปล่อยให้เลือดซึมออกมาเล็กน้อยราวกับต้องการลงโทษตัวเอง “บทเรียนราคาแพงสินะ? แล้วไอ้คำว่า ‘ตัวสำรอง’ ที่พวกมันทิ้งไว้ก่อนแกจะถูกถีบหัวส่งออกมาเนี่ย นายยังเก็บมันมาหลอนตัวเองอยู่หรือเปล่า?”
เรนเงียบไปจังหวะหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวคีย์ มันไม่ใช่ความข่มขู่ แต่มันคือความรู้สึกอึดอัดที่คล้ายกับสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในกรงขังแห่งอดีต เรนวางคทาลง เปลี่ยนมาหยิบกิ่งไม้แห้งเขี่ยกองไฟจนประกายไฟพุ่งขึ้นฟ้า
“คีย์ นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกมาลงดันเจี้ยนกับคนอย่างนาย” เรนถามขึ้นโดยไม่สบตา “เพราะนายเป็นประเภทที่ถ้าพูดว่า ‘จะปกป้อง’ นายจะทำมันจริงๆ ต่อให้ต้องกระอักเลือดตายต่อหน้าศัตรู นายก็จะไม่ถอย”
“นั่นมันแค่สัญชาตญาณสัตว์ป่า ไม่ใช่ความกล้าหาญหรอก” คีย์พ่นลมหายใจ มองลึกเข้าไปในเปลวไฟ “ฉันไม่ได้ต้องการเป็นฮีโร่ ฉันแค่... ไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะความห่วยแตกของฉันอีก”
คำพูดนั้นทำให้เรนเงยหน้าขึ้นทันที ความฉลาดปราดเปรื่องที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความสงสัย “หมายความว่าไง? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทำท่าเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า”
คีย์นิ่งไปนานจนเรนเกือบคิดว่าเขาจะเลือกเมินเฉย แสงไฟเต้นเร่าบนแผลเป็นรูปกากบาทที่กลางหลังฝ่ามือของคีย์ พลังเวทสีดำจางๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของเขาเหมือนเส้นเลือดที่กำลังจะแตกออก มันเป็นพลังงานที่เรนไม่เคยพบเห็นในคลาสแทงค์เกอร์ทั่วไป
“ตอนที่ฉันยังเป็นหัวหน้าปาร์ตี้เก่า...” คีย์เริ่มเสียงพร่า “ฉันควบคุม ‘สิ่งนี้’ ไม่ได้ มันไม่ใช่พลังเวท แต่มันคือคำสาปที่เกตระดับ S มอบให้ตอนที่ทีมของฉันล่มสลาย ฉันไม่ได้ปกป้องใครเลยเรน ฉันคือคนที่ฆ่าทุกคนในทีมด้วยมือของตัวเองในวันที่พลังนั้นคลุ้มคลั่ง”
เรนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายของความโดดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากคีย์มันรุนแรงจนน่าใจหาย
“คนเหล่านั้น... พวกเขาไม่ได้ทิ้งฉัน เพราะพวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเดินออกจากประตูเกต” คีย์จ้องมองเรนด้วยดวงตาที่สั่นระริก “นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องเก่งขึ้น ต้องแข็งแกร่งจนกว่าพลังเฮงซวยนี่จะยอมสยบ... หรือจนกว่าจะมีคนกล้าพอจะฆ่าฉันทิ้งก่อนที่ฉันจะทำลายใครอีก”
เรนยื่นมือไปแตะที่หัวไหล่หนาของคีย์ สัมผัสถึงมวลกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นราวกับหินผา “นายไม่ได้ฆ่าพวกเขา คีย์ พลังที่นายควบคุมไม่ได้ต่างหากที่ทำ นายเลือกที่จะแบกความผิดนั้นไว้คนเดียวมาตลอดตั้งแต่วันนั้น... นายไม่ได้เป็นคนสำรอง แต่นายคือคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อไถ่โทษ”
“แล้วนายล่ะ?” คีย์ถามสวนกลับ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “นายยังกล้าไว้ใจคนที่ถูกตราหน้าว่า ‘ฆาตกร’ อย่างฉันเหรอ?”
“ฉันไม่ได้มองว่านายเป็นฆาตกร” เรนกระซิบ สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบงันในดันเจี้ยนถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน “ฉันมองเห็นคนที่มีบาดแผลเหมือนกัน... และเราสองคน ก็ต่างเป็นเหยื่อของความใจร้ายในโลกใบนี้”
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ความขัดแย้งในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความผูกพันที่อธิบายไม่ได้ มือของเรนเลื่อนจากหัวไหล่มาแตะที่สันกรามของคีย์เบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยรอยแผลเป็นบนแก้มอย่างแผ่วเบา คีย์นิ่งค้างไป คล้ายลืมวิธีหายใจ
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังถักทอเข้าหากันอย่างเปราะบาง เสียงกุกกักที่ผิดปกติก็ดังขึ้นจากซอกหินมืดมิดด้านหลังของคีย์
คีย์ลุกพรวดขึ้นทันที ความอ่อนไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักรบ เขาคว้าโล่ขึ้นมาตั้งรับโดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาจากเงามืดไม่ใช่บอสของชั้นนี้ แต่มันคือร่างของชายสวมชุดคลุมสีเงินที่พวกเขารู้จักดี... อดีตสมาชิกปาร์ตี้เก่าของเรนที่เคยหักหลังเขา
มันเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย ในมือถือของเหลวสีม่วงเข้มที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี
“แหม... ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจจริงๆ นะ ‘ตัวสำรอง’ สองคน” เสียงของมันเย็นเยียบและทรงอำนาจ “เสียดายที่วันนี้พวกแกต้องจบชีวิตลงที่นี่... เพราะดันเจี้ยนชั้นนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้พวกแกได้กลับออกไปหรอกนะ โดยเฉพาะแก... คีย์”
คีย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนหน้าอกของชายคนนั้น มันคือตราประทับของตระกูลที่เคยบงการให้เขาเข้าไปในเกตมรณะเมื่อสองปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผจญภัยไปกับ “ชาโดว์ฮันเตอร์” ในทุกตัวอักษรครับ
Dungeon Heart: หัวใจแลกเกต บอสโหดโหมดคลั่งรัก•ตอนที่ 4
คืนพักแรมกลางดันเจี้ยน
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dungeon Heart: หัวใจแลกเกต บอสโหดโหมดคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!