"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว กระสุนนัดนี้จะไม่ได้หยุดแค่ที่ยางรถยนต์แล้วนะครับ, คุณชาย..."
สารวัตรกรณ์เอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันเฉียบ,คม ปลายนิ้วชี้แนบชิดอยู่กับโกร่งไกปืนพกประจำกาย สายตาคมกริบจ้องมองร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่เพิ่งก้าวออกมาจากเงาสลัวของระเบียงชั้นลอย เบื้องบน เสียงปรบมือแปะๆ ดังขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้างแห่งนี้ สะท้อนก้องกังวานเสียดแทงประสาท
ชายคนนั้นหยุดฝีเท้าลง แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงที่เล็ดลอดผ่านรอยแตกของหลังคาโกดังสาดกระทบลงบนใบหน้าครึ่งซีก เปิดเผยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน มันเป็นรอยยิ้มที่สารวัตรกรณ์คุ้นเคยดีจากในแฟ้มคดีอาชญากรรมที่ยังปิดไม่ลง—รอยยิ้มของ "เงาซ้อน"
"ใจเย็นก่อนสครับ สารวัตรหนุ่ม" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะท้าน พร้อมกับที่ชายปริศนายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นศัตรู... และผมเชื่อว่า คุณเองก็กำลังต้องการคำตอบบางอย่างที่แพทย์หญิงลลินซ่อนเอาไว้เช่นกัน"
ชื่อนั้นทำให้กรณ์ชะงักไปเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง เขารู้ดีว่าพญ.ลลิน อาจารย์สาวผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาในตอนนี้ กำลังตัวเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ภายนอกเธอจะยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้ก็ตาม
"คุณหมายความว่ายังไง" ลลินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงความเย็นเยียบที่แม้แต่กรณ์ยังต้องเหลือบมอง "คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงเรื่องส่วนตัวของใครทั้งนั้น"
"โอ้ หมอครับ..." ชายในชุดสูทหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังกลับเข้าสู่เงาสืด "ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ โดยเฉพาะความลับที่ถูกเก็บไว้ใต้จิตใต้สำนึกที่แตกสลาย... ไว้เราค่อยคุยกันใหม่ เมื่อคุณพร้อมจะยอมรับความจริงนะ"
พริบตาเดียว เสียงดีดนิ้วดังขึ้นพร้อมกับหลอดไฟนีออนดวงใหญ่เหนือศีรษะระเบิดประกายไฟวูบวาบ กลิ่นฉุนของควันไฟและละอองฝุ่นตลบอบอวล เมื่อควันจางลง ร่างของชายปริศนาก็หายลับไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
"สารวัตร... อย่าตามไป" ลลินเอื้อมมือมาแตะที่แขนของกรณ์เบาๆ สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอยังคงเย็นเฉียบเช่นเคย แต่กรณ์สัมผัสได้ถึงอาการสั่นน้อยๆ ที่เธอพยายามซ่อนไว้
กรณ์ลดปืนลงช้าๆ เก็บเข้าซองพก ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและคำถาม "คุณโอเคไหมครับ, หมอ?"
ลลินพยักหน้ารับช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำ "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย, ผมหมายถึง... ผมไม่เป็นไรครับ" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกมาเล็กน้อยก่อนจะแก้คำพูดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มฝื่อนๆ ที่มุมปาก ซึ่งทำให้กรณ์อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มบางๆ ออกมาเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด
"ถ้าอย่างนั้น..." กรณ์ผายมือไปยังรถเก๋งสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล "ผมว่าเราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่าครับ ดูท่าทางแล้ว ค่ำคืนนี้ของเรายังอีกยาวไกลนัก"
---
ร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมืองที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของทั้งคู่ แสงไฟสีส้มอบอวลภายในร้านช่วยขับไล่ความหนาเหน็บจากคดีฆาตกรรมและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ให้ออกไปได้บ้าง บนโต๊ะไม้ริมกระจกใส มีแก้วกาแฟร้อนส่งควันกรุ่นวางอยู่คนละแก้ว แต่ไม่มีใครแตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย
กรณ์มองลอดผ่านกระจกใสออกไปข้างนอก มองดูหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เสียงฝนกระทบหลังคากลบเสียงรอบตัวให้เงียบสงบลง เหมาะแก่การเปิดอกคุยกันในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง" ไม่ใช่ในฐานะตำรวจกับจิตแพทย์
"คุณยังไม่เคยเล่าเรื่องอดีตของคุณให้ผมฟังเลยนะครับ, หมอ" กรณ์เริ่มต้นทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาคมมองตรงไปยังหญิงสาวที่นั่งกุมแก้วกาแฟอุ่นๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม
ลลินชะงักไปเล็กน้อย เธอก้มมองผิวน้ำกาแฟที่สะท้อนเงาของหลอดไฟนีออนด้านนอก "เรื่องอดีต... มันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ สารวัตร"
"สำหรับผม ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับคุณ... น่าสนใจเสมอครับ" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงใจ ไม่มีแววของการจับผิดหรือสอบสวน มีเพียงความปรารถนาดีของสุภาพบุรุษคนหนึ่งที่ต้องการแบ่งเบาภาระทางใจ "ผมรู้ว่าคุณมีปมบางอย่างที่ต้องแบกรับไว้คนเดียว... เหมือนกับที่ผมเคยสูญเสียคู่หูไปในคดีเมื่อห้าปีก่อน"
คำพูดนั้นทำให้ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสื่อความหมายลึกล้ำสะท้อนความไหววูบในใจ เธอรู้ดีว่าสารวัตรหนุ่มผู้นี้ผ่านอะไรมาบ้าง บาดแผลในอديตของกรณ์ทำให้เขาเข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยยามเมื่ออยู่ใกล้เขา
"คุณสารวัตร..." ลลินถอนหายใจยาว แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลง "คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า ตัวตนอีกด้านหนึ่งของเรา... มันกำลังพยายามจะกลืนกินเราเข้าไปทุกที"
กรณ์นิ่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่ขัดจังหวะ เขารู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จิตแพทย์สาวผู้ปิดกั้นตัวเองมาตลอดกำลังจะเปิดประตูหัวใจ
"ผมไม่ได้บ้า..." ลลินพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นในทุกพยางค์ "แต่ในหัวของผม... มันมีเสียงอีกเสียงหนึ่งคอยกระซิบเสมอ เสียงของคนที่มองโลกในมุมที่มืดมนที่สุด คนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมในแบบของเขา... และบางครั้ง... ผมก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายชนะ"
เธอก้มหน้าลง เส้นผมสีดำสนิทเคลียคลอข้างแก้ม ปิดบังร่องรอยความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง
กรณ์เอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ สัมผัสอุ่นจากมือของเขาทำให้นิ้วที่เย็นเฉียบของลลินสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ดึงมือกลับ
"คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะครับ, ลลิน" กรณ์เอ่ยเรียกชื่อจริงของเธอเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยความหนักแน่น "ไม่ว่าข้างในตัวคุณจะมีอีกกี่คน หรือมีความมืดมนแค่ไหน... ผมจะอยู่ตรงนี้ คอยดึงคุณกลับมาเองครับ"
ดวงตาสีเข้มของเขาสื่อความจริงใจที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ แฝงอยู่ เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะทางคดีอาชญากรรมอีกต่อไป หากแต่เชื่อมโยงกันด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจอันลึกซึ้ง
ลลินเงยหน้าขึ้นมองเขา รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่กรณ์เคยเห็นมา "ขอบคุณนะครับ... สารวัตร"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเข้าใจอันงดงามนั้นเอง...
*ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ทโฟนของกรณ์ดังขึ้นทำลายความเงียบ*
กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลพิกัดจีพีเอสล่าสุดพร้อมข้อความจากศูนย์วิทยุตำรวจที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
[แจ้งเตือนด่วน: พบศพเหยื่อรายที่ 4 บริเวณดาดฟ้าตึกร้างย่านการค้าใจกลางเมือง ลักษณะการฆาตกรรม... ตรงกับ "รอยประทับของเงาซ้อน" ทุกประการ และตรวจพบรหัสลับสลักไว้บนร่างผู้ตาย... ระดับภัยคุกคาม: SSS]
ไม่เพียงเท่านั้น ที่มุมล่างขวาของหน้าจอ มีภาพวิดีโอวงจรปิดแบบเรียลไทม์จากจุดเกิดเหตุปรากฏขึ้น ร่างของใครคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังอยู่ริมขอบหน้าผาตึกสูง ชายคนนั้นค่อยๆ หันหน้ากลับมามองกล้องตรงๆ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากในท่าทาง "จุ๊ๆ" ก่อนที่ภาพจะซูมเข้าใกล้ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ลลินจำได้ขึ้นใจ!
"นี่มัน..." ลลินหน้าถอดสี เผลอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
กรณ์ผุดลุกขึ้นยืนทันที แววตาเปลี่ยนเป็นเฉียบคมดุดันในพริบตา "หมอครับ... เกมพลิกแล้ว ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของมันตั้งแต่แรก ไม่ใช่การท้าทายตำรวจ... แต่มันกำลังรอให้เราเดินเข้าไปติดกับใน 'หลุมพราง' ที่มันขุดไว้ต่างหากล่ะครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปมปริศนากับเรามา ณ ที่นี้นะครับ
บันทึกคดีเงาซ้อนกับจิตแพทย์สาวสองบุคลิก•ตอนที่ 9
ความลับใต้แสงไฟนีออน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีเงาซ้อนกับจิตแพทย์สาวสองบุคลิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!