"ถ้าพวกแกยังไม่อยากให้ไส้ทะลักออกมาเดินเล่นข้างนอก ก็หุบปากแล้วฟังผู้ใหญ่พูดซะ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามบนโต๊ะไม้สักของผู้ใหญ่บ้านสั่นระริก กลิ่นไอน้ำชาจีนราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นสาบสางจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องรับแขกที่อัดแน่นไปด้วยชายฉกรรจ์หน้าตาตื่นตระหนก รำเพยยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชาวบ้านจากหมู่บ้านหนองผักก้ามที่วิ่งโร่มาขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าเหยเกราวกับอมขี้ไก่
นี่คือเรื่องราวของ "ข่าวลือผีเข้าชาวบ้าน" ที่กำลังลุกลามเป็นไฟลามทุ่งในเขตติดต่อ อำเภอห่างไกลที่เพิ่งเปิดพื้นที่พัฒนาการเกษตรยุคใหม่
"คุณรำเพยครับ... คือว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องผีปอบธรรมดาแล้วล่ะครับ" ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มขมับ "เมื่อคืนไอ้คำจันทร์มันลุกขึ้นมาปีนต้นมะพร้าวตอนตีสอง แล้วร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยเสียงผู้หญิงแก่ๆ พอมันตกลงมา ขาหักสองท่อน แต่มันกลับหัวเราะเอิ๊กอ้ากแถมยังพูดภาษาเขมรโบราณที่ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง... แถมที่น่ากลัวที่สุดคือ ยายมีนาบ้านท้ายซอย จู่ๆ ก็เดินลงไปในบ่อปลาแล้วยืนแช่น้ำนิ่งๆ ตั้งแต่หัวค่ำจนฟ้าสาง ตัวเขียวคล้ำแต่ยังหายใจอยู่!"
รำเพยปรายตามองเอกสารรายการสินค้าเกษตรในมือ ก่อนจะส่งเสียงหึในลำคออย่างไม่ยี่หระนัก นางเหลือบมองสามีหนุ่ม ร้อยเอกกล้า ที่ยืนค้ำคออยู่ข้างกายด้วยท่าทางองอาจ ทหารหนุ่มผู้นี้มีพลังจิตที่บริสุทธิ์และกล้าแกร่งจนภูตผีปีศาจไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีสามเมตร ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงส่งรอยอบอุ่นมาให้ภรรยา เป็นเชิงบอกว่า *'มีผมอยู่ เมียไม่ต้องห่วง'*
"อาการแบบนี้ไม่ใช่ผีสิงธรรมดาแล้วครับผู้ใหญ่" ร้อยเอกกล้าเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองกลุ่มชาวบ้านจนทุกคนต้องหลบตา "มันมีกลิ่นอายของ 'อาถรรพ์ป้ายวิญญาณ' หรือของต่ำที่ถูกส่งข้ามเขตแดนมา ใครเป็นคนริเริ่มเอาของแปลกๆ เข้ามาในหมู่บ้านช่วงนี้บ้าง?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกคนต่างหันมองหน้ากันเองด้วยความหวาดระแวง จนกระทั่งเสียงฝีเท้ากุกกักดังขึ้นที่นอกชาน พร้อมกับร่างท้วมๆ ของแม่ผัวจอมสูบที่โผล่พรวดเข้ามาในวงสนทนา ใบหน้าของนางมันเยิ้มไปด้วยเหงื่อและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อุ๊ยตายวายป่วง! มาประชุมลับอะไรกันจ๊ะลูกชาย ลูกสะใภ้ตัวแสบ?" นางปรี่เข้ามาหมายจะเกาะแขนร้อยเอกกล้า แต่ถูกสายตาดุดันของลูกชายปัดออกอย่างไม่ไว้หน้า "ฉันได้ยินชาวบ้านเขาลือกันสนั่นป่า ว่าหมู่บ้านข้างเคียงมีสมบัติโบราณฝังอยู่ใต้ดิน ใครขุดเจอจะได้ทองคำแท่งหนักเป็นกิโล! นี่ไง... ไอ้คำจันทร์กับยายมีมันคงไปขุดเจอของดีแล้วแบ่งกันไม่ลงตัว ถึงได้โดนผีปอบเล่นงานเข้าให้!"
รำเพยหรี่ตามองแม่สามีอย่างจับผิด หญิงสาวรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของหญิงสูงวัยรายนี้ดี นางก้าวเข้าไปใกล้แม่ผัวช้าๆ กลิ่นอายความเย็นยะเยือกจากมิติลับในตัวแผ่ซ่านออกมาจนแม่ผัวสะดุ้งโหยง
"ทองคำแท่งอะไรกันครับแม่? หรือว่าแม่แอบไปได้ยินข่าวลมๆ แล้งๆ มาจากพวกค้าของเถื่อนชายแดนอีกแล้ว?" รำเพยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนจนอีกฝ่ายหน้าเจื่อน "จำไม่ได้หรือไงครับว่าครั้งก่อนที่แม่ไปแห่แหนตามคำชวนของพวกนักต้มตุ๋น แม่เกือบเอาวิญญาณไปทิ้งไว้ที่ป่าช้าเก่า จนสามีฉันต้องแบกกลับมาแทบตาย คราวนี้ยังมีหน้ามาทำเป็นกระดีกระด่ากับความหายนะของคนอื่นอีกหรือครับ?"
"นัง... นังสะใภ้ปากดี!" แม่ผัวชี้หน้ากรีดร้องด้วยความโกรธจัด "ฉันหวังดีหรอกนะถึงได้มาบอกข่าว! แกอย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย รำเพย! ผีปอบทางโน้นเขามีอาคมแก่กล้า ขืนพวกแกยื่นมือเข้าไปยุ่ง ระวังตัวจะเน่าตายคามือผี!"
"พอได้แล้วครับแม่!" ร้อยเอกกล้าตวาดเสียงกร้าว บรรยากาศในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทหารหนุ่มดึงภรรยาเข้ามาโอบไหล่ไว้หลวมๆ "ผมกับรำเพยจะไปดูสถานการณ์ที่หมู่บ้านหนองผักก้ามด้วยตัวเองวันนี้ ถ้าพบว่าใครจงใจปล่อยของต่ำเข้ามาทำลายความสงบของชาวบ้าน ผมไม่เอาไว้แน่ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม!"
คำพูดเด็ดขาดของนายทหารหนุ่มทำให้แม่ผัวหน้าซีดเผือก ถอยกรูดออกไปจากวงสนทนาด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าลูกชายคนนี้พูดจริงทำจริง และยิ่งมีสะใภ้จอมเวทมนตร์อย่างรำเพยร่วมหัวจมท้ายด้วยแล้ว แผนการลับที่นางแอบไปสมรู้ร่วมคิดกับพวกนายทุนหน้าเลือดเพื่อกว้านซื้อที่ดินราคาถูกอาจจะพังไม่เป็นท่า
ในช่วงบ่าย รำเพยและร้อยเอกกล้าพร้อมด้วยเจ้าจุก กุมารทองยุคใหม่ที่เหน็บเครื่องคิดเลขพกพาไว้ที่เอวและสวมแว่นตากันแดดสุดเท่ ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านหนองผักก้าม บรรยากาศที่นี่เงียบงันผิดปกติ บ้านเรือนปิดประตูหน้าต่างสนิท มีเพียงควันไฟสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากบ้านหลังสุดท้ายปลายหมู่บ้าน—บ้านของไอ้คำจันทร์ผู้เคราะห์ร้าย
"กลิ่นนี่มัน..." รำเพยขมวดคิ้วมุ่น นางหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำมนต์ผสมหัวเชื้อสมุนไพรปราบผีขึ้นมาถือไว้มั่น "ไม่ใช่กลิ่นผีปอบธรรมดาครับพี่กล้า... แต่มันคือกลิ่นของ 'น้ำมันพรายเตาปฏิกรณ์' ของเล่นใหม่ของพวกหมอผีสายดำที่ใช้พลังงานไสยศาสตร์ผสานกับเทคโนโลยีข้ามชาติ"
เจ้าจุกกุมารทองกระโดดลงจากอานจักรยานยนต์ ขยับแว่นตาแล้วกดเครื่องคิดเลขรัวๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นรายงานเสียงใส "เจ้านายครับ จากการคำนวณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในรัศมี 500 เมตรนี้ มีสัญญาณชีพจรประหลาดเต้นเป็นจังหวะรหัส Morse Code... และที่สำคัญที่สุด..."
กุมารทองตัวน้อยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ชี้มือไปยังหน้าต่างบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกปิดตาย
"...มีร่างของคนสิบกว่าคนกำลังนั่งล้อมวงกินอาหารบางอย่างส่งกลิ่นหอมหววนชวนน้ำลายสอ... แต่เสียงที่พวกเขากำลังเคี้ยวอยร่อกๆ นั้น... มันไม่ใช่เสียงเคี้ยวเนื้อสัตว์ธรรมดาครับ!"
รำเพยผลักประตูกระจายออกด้วยพลังลมปราณจากมิติลับ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ร้อยเอกกล้าต้องชักปืนพกออกมารักษาความปลอดภัยทันที
กลางห้องโถงมืดสลัว ชาวบ้านนับสิบชีวิตกำลังนั่งล้อมวงล้อมหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ส่งควันสีเขียวลอยคลุ้ง บนใบหน้าของทุกคนมีรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู ดวงตาสีขาวขุ่นไร้แววชีวิต และในหม้อใบนั้น... สิ่งที่กำลังเคี่ยวเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมยวนใจเย้ายوانราวกับแกงป่าสูตรโบราณชั้นเลิศ กลับไม่ใช่เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ แต่เป็น...
นิ้วมือมนุษย์นับสิบที่ยังสวมแหวนทองคำประกายระยิบระยับ!
และก่อนที่รำเพยจะได้ทันท่องคาถาอาคมบทใด เสียงกระซิบแหบพร่าจากด้านหลังก็ดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับลมหายใจเย็นเยียบที่เป่ารดต้นคอ
*"ยินดีต้อนรับสู่มื้อค่ำ... สะใภ้หมอผี... เธออยากลองชิมเนื้อของผัวตัวเองในหม้อนี้ดูก่อนไหมล่ะ?"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ!
หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู•ตอนที่ 13
ข่าวลือผีเข้าชาวบ้าน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!