ตัวเลขสีเขียวสดบนหน้าจอเทอร์มินัลกระพริบถี่ระรัวราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นเร้าด้วยความตื่นตะหนก ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทะยานผ่านแนวต้านสำคัญที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างลงความเห็นว่าเป็น "กำแพงเหล็ก" ไปอย่างง่ายดายราวกับใช้กระดาษทิชชูฉีกผ่าน
เสียงถอนหายใจยาวนานจากลินดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว เธอลดแว่นสายตากรอบทองลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเลื่อนเมาส์เพื่อรีเฟรชหน้าพอร์ตโฟลิโอรวมของกองทุน
"ทะลุจุดสูงสุดตลอดกาลแล้วครับ กวิน... ดัชนีตลาดพุ่งขึ้นกว่าแปดเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังเปิดตลาด มูลค่าทรัพย์สินสุทธิในมือเราตอนนี้..." ลินดาชะงักเสียงไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แม้เธอจะเป็นนักวิเคราะห์การเงินมือฉกาจที่ผ่านตัวเลขหลักพันล้านมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตัวเลขกำไรสะสมตรงหน้ากลับทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด "มันเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ในโมเดล Stress Test ถึงสามเท่าตัว"
กวินยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท สีหน้าของเขาเรียบเฉย เยือกเย็น และไร้ซึ่งรอยยิ้มแห่งความระรื่น แม้ว่าตัวเลขกำไรที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าจะสามารถซื้อคฤหาสน์หรูริมทะเลได้ทั้งหลังโดยไม่ต้องกู้เงินแม้แต่บาทเดียวก็ตาม เขายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมเข้มไหลผ่านลำคอ ในขณะที่สมองกำลังประมวลผลสถานการณ์มหภาคที่กำลังพลิกผันไปอย่างรวดเร็ว
"ความโลภของมนุษย์ไม่มีก้นบึ้งหรอกครับ ลินดา" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ลงไปยังตึกระฟ้าเบื้องล่างที่การจราจรติดขัด รถยนต์นับพันคันเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า ตัดกับความเร็วแสงของกระแสเงินทุนมหาศาลที่กำลังไหลทะลักเข้าสู่ตลาดหุ้น "ธันวาและกลุ่มทุนของมันคงกำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหาทางปิดสถานะ Short ที่พวกมันเปิดไว้ตอนตลาดดิ่งลงเหวในเดือนก่อน"
ชื่อของธันวาทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ภาพความทรงจำในชาติภพก่อนที่กวินเคยถูกเหยียบย่ำ ถูกหักหลังอย่างไร้ความปรานี และถูกผลักให้ตกหน้าผาทางการเงินจนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่ความแค้นที่ร้อนรุ่มจนขาดสติ มันคือความเย็นชาของนักล่าที่มองเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ตนขุดไว้ด้วยความเต็มใจ
"รายงานจากตลาดอนุพันธ์แจ้งเข้ามาเมื่อสักครู่นี้ครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังผ่านอินเตอร์คอมด้วยความร้อนรน "กลุ่มทุนเอ็กซ์ซีรีส์ของธันวาถูกบังคับให้ขายตัดขาดทุน หรือ Margin Call รอบใหญ่แล้วครับท่าน... พวกเขาพยายามกวาดซื้อหุ้นคืนทุกราคา แต่สภาพคล่องในตลาดตอนนี้แห้งขอดเพราะเราถือครองวอลุ่มส่วนใหญ่ไว้หมดแล้ว"
ลินดาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ หันมามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดทางธุรกิจและเจ้าของหัวใจของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง "คุณมองเกมนี้ล่วงหน้ามาเป็นปี... ตั้งแต่วันที่เราเริ่มทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดในราคาติดดิน ตอนนั้นใครๆ ก็หาว่าพวกเราบ้าที่สวนกระแสตลาดหมี แต่วันนี้... คนที่หัวเราะทีหลังคือพวกเราอย่างแท้จริง"
กวินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงกระทบเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีเทาเข้มให้เข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กระจกใสที่สะท้อนภาพใบหน้าอันสุขุมของตนเอง "ตลาดหุ้นไม่เคยใจดีกับใครครับ มันแค่ถ่ายโอนความมั่งคั่งจากคนโง่เขลาที่ตกเป็นทาสของอารมณ์ ไปสู่คนที่อดทนรอคอยด้วยเหตุผลและข้อมูลที่แม่นยำ"
เขายื่นมือไปสัมผัสกระจกเย็นเฉียบ พร้อมกับทบทวนแผนการขั้นเด็ดขาดที่จะปิดฉากเกมนี้ลงอย่างถาวร ในเมื่อแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ปรากฏขึ้นแล้ว มันย่อมหมายถึงเวลาที่ความมืดมิดในอดีตจะต้องถูกแผดเผาให้ราบคาบ
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของกวินส่งเสียงสั่นครั่นครื้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่เขารู้ดีว่าเป็นใคร เพราะมีเพียงคนเดียวในเวลานี้ที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและเหลือทางเลือกสุดท้ายในการเจรจา
กวินกดรับสายแต่ยังคงไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันให้อีกฝ่ายที่อยู่ปลายสายเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
*(เสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์)*
"กวิน! แกทำอะไรลง
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 48
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!