ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 35

สงครามเทคโอเวอร์

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
“ถ้าคุณธันวาคิดว่าการใช้วิธี *‘กวาดซื้อหุ้นในตลาดมืด’* แบบไร้ซึ่งมารยาททางธุรกิจ จะทำให้คุณได้ครอบครองบริษัท ‘ไซเบอร์เน็ต เทคโนโลยี’ ล่ะก็… ผมเกรงว่าคุณคงต้องคำนวณตัวเลขในงบดุลใหม่อีกสักรอบนะครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมหนาวเยือกเย็นของ กวิน ดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมกระจกใสระฟ้า ณ ใจกลางย่านการเงินของมหานคร ภายในห้องประชุมใหญ่ที่ถูกจองไว้ด้วยวาระเร่งด่วน บรรยากาศอึมครึมจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ปลายจมูกของทุกคนในห้องสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสงครามการเงินที่กำลังปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่แสดงกราฟราคาหุ้นของไซเบอร์เน็ต เทคโนโลยี ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงสามวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มทุนเงาภายใต้การบงการของ ธันวา ศัตรูตัวฉกาจผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตของเขาในชาติภพก่อน ธันวา ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกลับหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ เขายกยิ้มมุมปาก คล้ายเสือร้ายที่กำลังมองเหยื่อในกรง “คุณกวินนี่ปากกล้าไม่เบานี่ครับ หุ้นในมือของลูกจ้างตาดำๆ อย่างคุณ ถ้าเทียบกับเม็ดเงินมหาศาลที่ผมถมลงไป มันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่รอวันถูกฉีกทิ้งเท่านั้น… คุณไม่มีทางสู้ทุนสำรองของตระกูลเราได้หรอก” ธันวาเอ่ยพรางเคาะนิ้วลงกับโต๊ะประชุมไม้สักทองเป็นจังหวะ ลินดา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างกวิน ขยับแว่นตากรอบบางเล็กน้อย เธอเปิดแฟ้มเอกสารการเงินเล่มหนาด้วยมือที่มั่นคง แม้สถานการณ์ภายนอกจะกดดันเพียงใด แต่รอยยิ้มมั่นใจของเธอกลับทำให้กวินรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด ลินดาไม่ได้พูดอะไรออกมาในทันที เธอปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันฝั่งตรงข้ามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนเอกสารฉบับหนึ่งไปกลางโต๊ะ “คุณธันวาอาจจะลืมมองตัวแปรสำคัญไปตัวหนึ่งนะคะ…” ลินดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “นั่นคือ ‘มติคณะกรรมการบริหาร’ และ ‘สัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ์’ ที่กลุ่มทุนของคุณยังเข้าไม่ถึง… พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้คุณกวาดซื้อหุ้นสามัญในกระดานจนหมด คุณก็เป็นได้แค่ผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชงกาแฟในห้องประชุมบอร์ดบริหารครับ… เอ้ย… ค่ะ… ขออภัยค่ะ… เอ่อ ขออภัยครับ” ลินดาเผลอหลุดปากสำนวนติดตัว แต่ก็แก้คำพูดได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาที่มองมา กวินยิ้มรับความผิดพลาดเล็กๆ นั้นด้วยแววตาอ่อนโยน เขารู้ดีว่าลินดากำลังทำหน้าที่ของเธอได้อย่างไร้ที่ติ จากนั้นเขาก็หันกลับมาสบตากับธันวาตรงๆ “และนั่นคือเหตุผลที่ผมเชิญคุณมาในวันนี้ เพื่อเสนอทางออกที่สวยงามที่สุดให้กับคุณครับ” กวินผายมือไปยังเอกสารอีกชุดหนึ่ง ธันวาขมวดคิ้ว “ข้อเสนออะไร? อย่าบอกนะว่านายจะยอมจำนนขายหุ้นคืนให้ฉันในราคาสูง” “ผิดถนัดครับ” กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ “ผมไม่ได้จะขาย… แต่ผมกำลังจะ ‘ซื้อกิจการ’ ของบริษัทในเครือคุณต่างหาก” สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็หลุดออกมาจากปากของทีมกฎหมายฝั่งธันวา สีหน้าของทายาทมหาเศรษฐีเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนค้ำหัวกวินด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกเล่นตลกอะไรวะกวิน! บริษัทในเครือฉันมูลค่าเป็นหมื่นล้าน แกเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ!” กวินยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างใจเย็น เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ “ปัญญาของผมมาจาก ‘กองทุนสำรองระหว่างประเทศ’ และ ‘กลุ่มพันธมิตรลับ’ ที่เพิ่งอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ให้ผมเมื่อสิบนาทีที่แล้ว… คุณธันวาครับ ในขณะที่คุณกำลังระดมทุนมหาศาลเพื่อฮุบไซเบอร์เน็ต เทคโนโลยี คุณคงลืมไปสินะครับว่า ‘จุดอ่อน’ ทางการเงินของบริษัทแม่ที่คุณดูแลอยู่ กำลังรอให้ผมเข้าไป ‘ซื้อกิจการแบบเป็นมิตร’ (Friendly Takeover) เพื่อพยุงไม่ให้มันล้มละลาย” กวินหยุดพูดไปครู่หนึ่งเพื่อให้ข้อมูลซึมซับเข้าสู่สมองของธันวา เขายื่นข้อเสนอสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัว “ตอนนี้ ทีมงานของผมได้ทยอยกว้านซื้อหุ้นบริษัทแม่ของคุณผ่านนอมินีในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและนิวยอร์กเรียบร้อยแล้ว ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงครึ่งต่อครึ่ง… ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะทำสงครามราคาหุ้นกับผมต่อ อีกไม่ถึงสามชั่วโมงข้างหน้า คุณจะกลายเป็นแค่ ‘อดีตผู้บริหาร’ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยมติเอกฉันท์… เลือกเอาครับ ว่าจะให้ผมซื้อกิจการคุณแบบเป็นมิตร หรือจะให้ผมเดินเกมรุกแบบเด็ดขาดจนคุณไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะยืน” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามขมับของธันวา มือที่กำหมัดแน่นสั่นเทาด้วยความแค้นและจนมุม เขาพยายามอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อปฏิเสธ แต่ลำคอกลับตีบตันเมื่อหันไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตของเลขาฯ ที่แสดงกราฟราคาหุ้นบริษัทแม่ของตนเองกำลังดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง… ประค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษผู้เป็นประธานกรรมการอาวุโสของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบในบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ ชายผู้นั้นเดินตรงเข้ามาหากวิน โค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเคารพ ก่อนจะวางเอกสารลับตราครุฑลงตรงหน้าธันวา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ “คุณธันวาครับ… ทางธนาคารกลางเพิ่งอนุมัติคำร้องขอเข้าซื้อกิจการฉุกเฉินของคุณกวินอย่างเป็นทางการแล้วครับ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อำนาจการบริหารทั้งหมดในเครือกลุ่มทุนของคุณ… อยู่ภายใต้การดูแลของเขาแล้วครับ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกดดันไปกับผมในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%