เสียงปิดประตูห้องทำงานไม้สักทองดังขึ้นเบาหวิว ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของผมอย่างชัดเจน
เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ธันวานั่งเมื่อครู่... แต่วินาทีนี้ ไม่มีรอยยิ้มเย่อหยิ่ง ไม่มีท่าทีคุกคามแบบเด็กอมมืออย่างธันวาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเงียบงันอันหนักหน่วงที่แผ่ซ่านมาจากชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดีจากสนามธุรกิจอันมืดมิด
"คุณกวินทำให้ผมประหลาดใจมากจริงๆ ครับ"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ชายผู้นี้คือ 'พงศ์ธร' มือขวาเงาอัมพฤกษ์ของกลุ่มทุนตระกูลใหญ่ผู้กุมชะตากรรมตลาดการเงินเบื้องหลัง คำพูดของเขาไม่ได้ขู่ตะคอก ทว่าทุกคำที่หลุดออกจากริมฝีปากกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตา
ผมไม่ได้ขยับตัว สีหน้ายังคงราบเรียบ นัยน์ตาคู่นี้จ้องมองอีกฝ่ายกลับอย่างไม่เกรงกลัว ในชาติที่แล้ว คนระดับพงศ์ธรผู้นี้คือเงาที่คอยบดขยี้ชีวิตผมจนไม่เหลือชิ้นดี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทุบหุ้นและการฟอกเงินที่ทำให้ผมต้องล้มละลาย แต่วันนี้... ผมไม่ได้ยืนอยู่บนจุดที่ไร้ทางสู้เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
"ประหลาดใจเรื่องอะไรหรือครับ คุณพงศ์ธร" ผมเอ่ยทวนพล S รินชาอู่หลงร้อนๆ ลงในถ้วยดินเผาช้าๆ ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาตัดกับบรรยากาศตึงเครียด "เรื่องที่เด็กสร้างอย่างธันวาถูกผมกระชากหน้ากากกลางที่ประชุม หรือเรื่องที่เงินทุนสำรองของพวกคุณเริ่มรั่วไหลออกทีละนิดกันแน่"
มุมปากของพงศ์ธรตวัดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา
"ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดีครับคุณกวิน แต่บางครั้ง... การรู้ว่าใครเป็นคนถือไพ่ใบใหญ่ที่สุดบนโต๊ะต่างหากที่จะทำให้คุณมีชีวิตรอดจนถึงปีหน้า" พงศ์ธรเอื้อมมือหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ โดยไม่ละสายตาไปจากผม "ธันวาก็แค่หมากตัวหนึ่ง หมากที่เดินพลาดตาก็ย่อมต้องถูกเขี่ยทิ้ง แต่คุณกำลังเล่นกับกระดานที่ใหญ่เกินกว่าที่คนตัวคนเดียวจะรับไหว"
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ส่งตรงถึงขั้วหัวใจของอีกฝ่าย
"กระดานใหญ่หรือครับ? น่าเสียดายนะที่คุณพงศ์ธรยังมองไม่เห็นว่า... ตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนกุมกติกา" ผมวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเสียงดังฟังชัด ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาสอดประสานกับอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวาดหวั่น "คุณคิดว่ากลุ่มทุนเบื้องหลังของคุณซ่อนตัวอยู่มิดชิดพอแล้วอย่างนั้นหรือ? บัญชีลับที่เกาะเคย์แมน หรือเส้นทางการถ่ายโอนเงินสดช่วงสามเดือนที่ผ่านมา... น่าสนุกดีนะครับ ถ้าข้อมูลเหล่านี้ไปปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจในเช้าวันพรุ่งนี้"
สีหน้าที่เคยสุขุมและไร้ความรู้สึกของพงศ์ธรชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบกลับมาควบคุมมันได้อย่างรวดเร็ว
นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ... รอยร้าวบนกำแพงเหล็กที่คิดว่าไม่มีวันพังทลาย
"คุณกำลังเล่นกับไฟ คุณกวิน" พงศ์ธรลดถ้วยชาลง เสียงกระแทกเบาๆ สะท้อนความไม่พอใจที่เริ่มปิดไม่มิด
"ไฟดวงนี้ไม่ได้เผาแค่ผมหรอกครับ แต่มันกำลังจะเผาคนที่อยู่ข้างหลังคุณจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าต่างหาก" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ลินดาจะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความตื่นตัวระดับสูง เธอมองหน้าผมสลับกับพงศ์ธรแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"กวิน ทางทีมวิเคราะห์พบความเคลื่อนไหวผิดปกติในตลาดอนุพันธ์ หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่เราเล็งไว้กำลังถูกกว้านซื้ออย่างบ้าคลั่งโดยบริษัทเปลือก (Shell Company) ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ... ดูเหมือนว่าทางนั้นจะเริ่มใช้แผนสำรองแล้วค่ะ"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก
แผนการขั้นที่สองของพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ ช่างใจร้อนเสียจริง...
พงศ์ธรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทราคาแพงถูกจัดให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย เขามองหน้าผมด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นครับคุณกวิน หวังว่าคุณจะมีชีวิตอยู่จนถึงรอบสุดท้ายนะ"
พูดจบ พงศ์ธรก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไร้เสียง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือจางไปกับอากาศ และความกดดันที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ลินดามองตามหลังพงศ์ธรไปจนประตูห้องปิดสนิท เธอหันกลับมาหาผม แววตาสะท้อนความกังวลเล็กน้อย "ไหวไหมคะกวิน พวกมันไม่ได้มาแค่ขู่แน่ๆ วงเงินมหาศาลขนาดนั้น..."
ผมส่ายหัวเบาๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ มองออกไปRวิวนครหลวงที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ความแค้นในอดีตผสมผสานกับความตื่นเต้นเร้าใจในเกมธุรกิจปัจจุบันทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
"ปล่อยให้พวกมันขยับตัวไปก่อนเถอะลินดา ยิ่งพวกมันทุ่มเงินลงมามากเท่าไหร่ หลุมพรางที่เราขุดไว้ก็ยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น" ผมหันกลับมามองคู่คิดสาว ดวงตาเป็นประกายคมปราบ "ว่าแต่... เรื่องที่เราให้คนไปจัดการที่ตลาดค้าส่งอาหารทะเลริมท่าเรือเมื่อช่วงบ่ายเป็นอย่างไรบ้าง? ของล็อตใหญ่ที่สั่งไว้ส่งมาถึงหรือยัง?"
ลินดาพยักหน้ารับ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย "เรียบร้อยดีค่ะ ทุกอย่างอยู่ในห้องครัวชั้นล่างแล้ว... ว่าแต่วันนี้คุณคิดจะลงมือทำเมนูนี้จริงๆ หรือคะ?"
"แน่นอนครับ" ผมยิ้มมุมปาก "หลังจากสมองเครียดมาทั้งวัน ไม่มีอะไรจะเยียวยาได้ดีไปกว่าการได้เข้าครัวทำอาหารกลิ่นหอมกรุ่น เพื่อเตรียมต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญที่จะต้องคลานกลับมาหาเราด้วยตัวเอง... ป่านนี้ กลิ่น 'ซุปปลาเก๋าตุ๋นยาจีนหม้อดิน' สูตรพิเศษที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ คงกำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วคฤหาสน์จนคนข้างนอกต้องกลืนน้ำลายกันเป็นแถวแล้วกระมังครับ"
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพลิกเกมธุรกิจไปด้วยกันนะครับ
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 34
แรงกดดันจากผู้อยู่เบื้องหลัง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!