"แกเป็นใครกันแน่ ธันวา?"
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะทะจมูกท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคารลอยฟ้า รอยยิ้มของธันวาไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดี แต่มันคือการแสยะยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีผู้เล่นคนที่สาม
ธันวาหัวเราะหึในลำคอพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ฝั่งตรงข้าม "กวิน... การที่แกคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ได้รับโอกาสจากพระเจ้า มันช่างเป็นความคิดที่โอหังเหลือเกิน"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ลินดาที่ยืนอยู่ข้างผมขยับตัวเล็กน้อย ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากมือของเธอที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะ นี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้าของศัตรูในอดีต แต่มันคือการปะทะกันของคนสองคนที่ต่างถือครอง 'แผนที่ขุมทรัพย์' แห่งอนาคตไว้ในมือ
"โครงการเมืองใหม่ที่แกกว้านซื้อที่ดินดิบไว้เมื่อสองปีก่อน..." ธันวาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ "น่าเสียดายที่แกคงลืมไปว่า ในอนาคตที่แกเคยรู้จัก อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ทำเล แต่มันขึ้นอยู่กับ 'เส้นทางคมนาคมหลัก' ที่ใครเป็นคนวางผังเมือง... และดูเหมือนว่า ในโลกใบนี้ ฉันคือคนที่กุมปากกาด้ามนั้นไว้"
ผมไม่ได้โต้ตอบในทันที ความเยือกเย็นที่ฝึกฝนมานับทศวรรษในชีวิตที่แล้วช่วยให้ผมควบคุมลมหายใจได้เป็นจังหวะ ผมกวาดสายตามองเอกสารนั่น มันคือแผนผังการตัดถนนสายยุทธศาสตร์ใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งอนุมัติลับๆ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ดินที่ผมถือครองอยู่มูลค่าพุ่งทะยานเป็นสิบเท่าในอีกสามเดือนข้างหน้า
"แกก้าวพลาดไปก้าวหนึ่งนะ ธันวา" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ ผมขยับตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย "แกคิดว่าฉันจะทุ่มเงินมหาศาลไปกับที่ดินเหล่านั้น โดยไม่เช็กประวัติการอนุมัติงบประมาณจาก 'คนใน' ของกระทรวงคมนาคมเลยหรือ?"
สีหน้าของธันวาเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม
"โครงการเมืองใหม่ไม่ได้มีมูลค่าแค่ที่ดิน" ผมกล่าวต่อ นัยน์ตาของผมสะท้อนแสงไฟในห้องจนดูคล้ายกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอจังหวะตะปบ "แต่มันคือศูนย์กลางของคลังข้อมูลและระบบพลังงานสะอาดที่ฉันวางโครงสร้างพื้นฐานทับซ้อนไว้ต่างหาก ต่อให้แกตัดถนนผ่านหน้าโครงการฉัน แต่ถ้าไม่มี 'ระบบ' ที่ฉันถือครองอยู่ เมืองทั้งเมืองที่แกพยายามจะสร้างขึ้นมา ก็จะเป็นได้แค่เมืองร้างราคาแพง"
ลินดาเริ่มเข้าใจแผนการของผม เธอส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจให้ธันวา "คุณธันวาคะ ข้อมูลที่คนของคุณได้มา อาจจะเป็นเพียงภาพจำลองจากอนาคตที่ 'เคย' เกิดขึ้น แต่กวินเปลี่ยนโครงสร้างผังเมืองไปตั้งแต่วันที่เข้าซื้อกิจการรับเหมาต้นน้ำแล้วล่ะค่ะ"
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขานิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังประมวลผลความเสียหายทั้งหมด
"แก... แกเปลี่ยนเส้นทางสายหลักเพื่อดัดหลังฉัน?" ธันวาเค้นเสียงถาม
"เปล่าครับ" ผมตอบพลางหยิบแฟ้มเอกสารอีกชุดขึ้นมาวาง "ผมแค่ทำให้มันเป็น 'ความจำเป็น' ที่แกจะต้องมาขอความร่วมมือกับผม หากไม่อยากให้โครงการเรือธงของตระกูลแกต้องล้มละลายตั้งแต่วันเปิดตัว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย ธันวาลุกขึ้นยืน รังสีคุกคามในดวงตาเขายังคงไม่จางหายไปง่ายๆ เขามองหน้าผมอย่างพินิจ ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยท่าทางที่ดูไม่เหมือนคนแพ้เลยแม้แต่น้อย
"สนุกดีนี่กวิน... เก่งมาก" เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างหูผม กระซิบเสียงเบาจนลินดาที่ยืนอยู่ไม่ไกลแทบไม่ได้ยิน "แต่นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของความบันเทิงนะ คิดจริงๆ หรือว่าการชนะในเกมอสังหาฯ จะทำให้แกมีชีวิตรอดไปจนจบเกม? ลืมไปแล้วหรือว่า 'คนนั้น' ยังไม่ปรากฏตัว..."
ธันวาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และคำถามที่เหมือนเงื่อนตายผูกติดอยู่ที่คอหอยผม
ลินดารีบเดินเข้ามาหาผม "กวิน... เขาหมายถึงใคร? คนที่อยู่เหนือธันวาอีกชั้นงั้นเหรอ?"
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารเด้งขึ้นมารัวๆ มูลค่าทรัพย์สินของผมในโครงการเมืองใหม่พุ่งทะยานขึ้นจนแตะระดับหมื่นล้านเหรียญในพริบตา แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย
"ลินดา" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "ไปตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่เพิ่งเข้ามาซื้อกิจการในนิคมอุตสาหกรรมของเราเมื่อเช้านี้ เดี๋ยวนี้เลย"
เธอกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ "กวิน... ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่คนนี้... มันเป็นชื่อที่ไม่มีอยู่จริงในฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เราเคยศึกษามาเลย!"
หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงชื่อบริษัทปริศนาที่กำลังกว้านซื้อหุ้นของผมในตลาดรองด้วยความเร็วสูง และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ มีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของผมโดยตรง ไม่ผ่านแอปพลิเคชันใดๆ ของบริษัท
*'ยินดีด้วยกับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ นะกวิน... แต่อย่าลืมว่าในกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นอีกคนที่ถือแต้มต่อมากกว่าพวกเราทั้งสองคนรวมกัน'*
ผมหน้าซีดเผือดลงทันที เมื่อเห็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในจุดที่มืดที่สุดของห้องส่งตรงเข้ามาในไอแพดของผม มันคือภาพของชายชราคนหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำ... เขาคือคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของระบบการเงินโลกในปี 2028 ซึ่งผมคิดว่าเขาตายไปแล้วตั้งแต่อุบัติเหตุเมื่อสิบปีที่แล้ว!
เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ธันวานั่งเมื่อครู่... แต่เขานั่งอยู่ตรงนี้! ภายในห้องทำงานของผมในวินาทีนี้เอง!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของกวินมาถึงตอนนี้ครับ ขอให้ทุกท่านสนุกและร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของเกมธุรกิจครั้งนี้ด้วยกันนะครับ!
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 33
อสังหาฯ พลิกโลก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!